ไม่หวั่นปรับ ครม. ‘ไชยา’ ลั่นเพิ่งเข้ามาแค่ 7 เดือน แทบไม่ได้ใช้งบฯ ขับเคลื่อนนโยบาย

18 เม.ย. 2567 - 06:10

  • ‘ไชยา’ ไม่หวั่นกระแส ‘ปรับ ครม.’ บอกเพิ่งเข้ามา 7 เดือน แทบไม่ได้ใช้งบฯ ขับเคลื่อนนโยบาย

  • ลั่นจะปรับกี่ที ‘กระทรวงเกษตรฯ’ ต้องอยู่กับ ‘เพื่อไทย’ ย้ำฐานเสียงของพรรคอยู่ที่ภาคอีสาน

Chaiya-not-afraid-of-cabinet-reshuffle-SPACEBAR-Hero.jpg

เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกเชื่อมโยงกับการถูกปรับออกจากตำแหน่ง ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำหรับ ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยเมื่อถูกถามเรื่องนี้ เจ้าตัวก็บอกว่า ทราบตามข่าว ไม่ได้หวั่นไหวอะไร และ 7 เดือนที่ผ่านมา ทำหน้าที่ในกรอบในข้อจำกัดของงบประมาณ

ถ้าหากเป็นไปตามนโยบายของผู้ใหญ่ ผมก็ไม่ขัดข้อง ก็แล้วแต่ ยืนยันว่าการขับเคลื่อนในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ถึงแม้กระทรวงเกษตรฯ จะประกอบไปด้วยรัฐมนตรีจากพรรคต่างๆ แต่การทำงาน ก็ไม่มีอุปสรรค แม้ระยะแรกๆ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างกว่าจะลงตัว กว่าจะเป็นทีมเดียวกันก็ใช้เวลา หลังจากนี้ เมื่องบประมาณผ่านแล้ว ก็จะมีการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย

พร้อมย้ำว่า ข่าวการปรับ ครม.นั้นแล้วแต่ผู้ใหญ่ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการส่งสัญญาณ และยังทำหน้าที่ของตัวเองตามตารางงานที่ได้วางแผนไว้แล้ว ส่วนการเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ รดน้ำขอพร ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับ ครม. โดยไปรดน้ำดำหัวและขอพรเท่านั้น

ส่วนหากถูกปรับจริงจะเสียใจหรือไม่นั้น ไชยา กล่าวว่า เราเป็นนักการเมือง ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น แต่ห่วงอย่างเดียวว่า ปรับแล้ว หากเราวางเป้าว่า จะทำเพื่อการแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประชาชนได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่เราขับเคลื่อนนโยบายที่เราให้ความสำคัญ วันนี้ งบประมาณปี 67 ออกแล้ว งบประมาณปี 68 กำลังจะพิจารณา ดังนั้น ต้องแก้ไขปัญหาประชาชนให้ได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ภาคอีสานต้องการเรื่องน้ำอย่างเดียว

ผมถามชาวบ้าน ผมเป็นผู้แทนมา 9 สมัย ชาวบ้านต้องการรถไฟลอยฟ้าหรือไม่ ต้องการรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ เขาไม่ต้องการ แต่เขาต้องการน้ำ เพราะฉะนั้น เมกะโปรเจกต์ที่ต้องทำในภาคอีสาน คือการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำ น้ำแล้ง กรมชลประทาน โครงการน้ำโขง-ชี-มูล ผ่านการศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2563 งบประมาณมีแผนงานแต่ไม่มีการขับเคลื่อน ผมถึงบอกว่าการปรับ ครม.เที่ยวนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องอยู่กับเพื่อไทย

ไชยา ยังยอมรับว่าเร็วเกินไปหากจะมีการปรับ ครม.ตอนนี้ เนื่องจากเราเพิ่งเข้ามา 7 เดือน งบประมาณที่เราใช้ไปพลางก่อน เป็นงบฯ ประจำ เป็นเงินเดือนค่าตอบแทน แต่งบฯ ลงทุน เราแทบไม่ได้ขับเคลื่อน

สำหรับประเด็น ‘กระทรวงเกษตรฯ ต้องอยู่กับพรรคเพื่อไทย’ ในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ต้องรวมไปถึงตำแหน่ง ‘รัฐมนตรีว่าการ’ ด้วยหรือไม่ ที่ควรต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย ในเรื่องนี้ ไชยา บอกว่า มองในภาพรวม ในฐานะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่อยู่กับวิถีชีวิตชาวบ้าน ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย อยู่ที่ภาคอีสาน และได้เสียงเป็นกอบเป็นกำที่ภาคอีสาน แต่เราตอบโจทย์คนอีสานเรื่องอะไรบ้าง เรื่องระบบชลประทาน เรื่องน้ำ เรื่องงบประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท เกือบแสนล้านบาท ลงไปที่ภาคอีสานเท่าไหร่

พร้อมชี้ให้เห็นถึงเรื่องราคาพืชผลการเกษตรและข้าว ที่อยู่กับวิถีชีวิตของคนอีสาน รวมไปถึงการเปลี่ยนมายด์เซ็ท (Mindset: กรอบความคิด) ของเกษตรกร ว่า การผลิตทุกวันนี้ไม่ใช่การผลิตเพื่อปริมาณอีกแล้ว แต่เป็นการผลิตและวิเคราะห์ตลาดว่าต้องการอะไร ทั้งนี้ คำถามคือ องคาพยพของกระทรวงเกษตรฯ ได้ตอบโจทย์เหล่านี้เพียงพอหรือยัง

ถ้าจะปรับกันจริงๆ หรือเวลาจากนี้ไปจนกว่าจะถึงเลือกตั้งจะกี่ปีก็ช่าง ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นผมนั่งตรงนี้ ใครก็ได้ที่เป็นของพรรคเพื่อไทย แม้แต่กระทรวงคมนาคม เรามีรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยฯ เป็นทีมเดียวกัน วันนี้แม้เราจะอยู่ต่างพรรคก็ตาม เราก็ไม่มีปัญหา อันนี้พูดเชิงหลักการว่า เพื่อไทยเป็นแกนนำต้องขับเคลื่อนอย่างไร ผมอยากตอบโจทย์พี่น้องประชาชนที่เลือกผมมา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์