ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมต.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณี วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ลาออกจากพรรค โดยให้เหตุผลว่า เข้าถึงตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ยาก เพราะมีเสธฯ อยู่รอบตัว โดยเรื่องนี้ ชัยวุฒิ มองว่า วีรกร อาจไม่สนิท หรือไม่คุ้นเคยมากกว่า
“ความจริงเป็นเรื่องธรรมดาที่นักการเมืองจะสนิทหรือไม่สนิทกับใครก็ได้ แต่ไม่ถึงขนาดเข้าถึงยาก ตนว่า พล.อ.ประวิตร เช้ามาเปิดบ้านตอนตี 5 ก็นั่งกินข้าวกับคนที่มาพบปะพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องหรือทีมงาน ซึ่งก็เจอคนทั้งวัน คิดว่าคิวเยอะมากกว่า แต่ไม่ได้ถูกกีดกัน คิดว่าเหตุผลจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของการทำงานมากกว่า” ชัยวุฒิ กล่าว
ชัยวุฒิ มั่นใจด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ยังมีความเป็นพี่เป็นน้องกัน และเชื่อว่าพรรคที่ทั้งสองสังกัดนั้น ในอนาคตก็ต้องร่วมงานกัน ส่วนตนเองต้องรับผิดชอบในฐานะรองหัวหน้าพรรค และการบริหารงานในบางเรื่อง ส่วนทางฝั่งพรรคตั้งใหม่นั้นมีทีมงาน และผู้บริหาร ซึ่งไปได้ดีอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วง จึงคิดว่าขอมาช่วยกันทํางานให้ทั้งสองพรรคเดินไปข้างหน้าให้ได้ในการเข้าสู่การเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า หากพรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย จะทำให้อึดอัดในการทำงานหรือไม่ ชัยวุฒิ ตอบว่า ต้องรอดูสถานการณ์ในตอนนั้นก่อน ทุกอย่างต้องรอหลังการเลือกตั้ง อย่าพึ่งไปคาดการณ์อะไร วันนี้ มองที่นโยบายของแต่ละพรรคดีกว่า อย่าพึ่งไปมองว่าใครจะไปรวมกับใคร ที่สำคัญต้องดูเจตนารมณ์ของประชาชนว่าต้องการอะไร อย่างไรก็ตาม คิดว่ากระแสการเลือกตั้งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์ ขอให้ใจเย็นๆ
ส่วนกรณีที่มีการมองว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ทําให้พรรคพรรคพลังประชารัฐ ดร็อปไปนั้น ชัยวุฒิ มองว่า ทุกพรรคต้องหาจุดขายในการเลือกตั้ง ต้องมีข้อเสนอที่ดีให้ประชาชน ซึ่งอยู่ที่หัวหน้าและผู้บริหารพรรค ที่ขณะนีักำลังรับฟังความเห็นประชาชน
เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ จะมีการเปิดตัว พล.อ.ประวิตร ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ ชัยวุฒิ ตอบว่า “เปิดทำไม อยู่มาตั้งนานแล้ว รอให้ถึงวันสมัครก่อนดีกว่า เพราะต้องเป็นทางการก่อน”
ท้ายที่สุด เมื่อถามว่า ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร คนไหนที่ประชาชนน่าจะซื้อมากกว่ากัน ชัยวุฒิ ตอบว่า “ไปถามประชาชนดีกว่า สื่อมวลชนก็ช่วยดูด้วยแล้วกัน ตนตอบไม่ได้หรอก”
“ความจริงเป็นเรื่องธรรมดาที่นักการเมืองจะสนิทหรือไม่สนิทกับใครก็ได้ แต่ไม่ถึงขนาดเข้าถึงยาก ตนว่า พล.อ.ประวิตร เช้ามาเปิดบ้านตอนตี 5 ก็นั่งกินข้าวกับคนที่มาพบปะพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องหรือทีมงาน ซึ่งก็เจอคนทั้งวัน คิดว่าคิวเยอะมากกว่า แต่ไม่ได้ถูกกีดกัน คิดว่าเหตุผลจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของการทำงานมากกว่า” ชัยวุฒิ กล่าว
ชัยวุฒิ มั่นใจด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ยังมีความเป็นพี่เป็นน้องกัน และเชื่อว่าพรรคที่ทั้งสองสังกัดนั้น ในอนาคตก็ต้องร่วมงานกัน ส่วนตนเองต้องรับผิดชอบในฐานะรองหัวหน้าพรรค และการบริหารงานในบางเรื่อง ส่วนทางฝั่งพรรคตั้งใหม่นั้นมีทีมงาน และผู้บริหาร ซึ่งไปได้ดีอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วง จึงคิดว่าขอมาช่วยกันทํางานให้ทั้งสองพรรคเดินไปข้างหน้าให้ได้ในการเข้าสู่การเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า หากพรรคพลังประชารัฐ ไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย จะทำให้อึดอัดในการทำงานหรือไม่ ชัยวุฒิ ตอบว่า ต้องรอดูสถานการณ์ในตอนนั้นก่อน ทุกอย่างต้องรอหลังการเลือกตั้ง อย่าพึ่งไปคาดการณ์อะไร วันนี้ มองที่นโยบายของแต่ละพรรคดีกว่า อย่าพึ่งไปมองว่าใครจะไปรวมกับใคร ที่สำคัญต้องดูเจตนารมณ์ของประชาชนว่าต้องการอะไร อย่างไรก็ตาม คิดว่ากระแสการเลือกตั้งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามสถานการณ์ ขอให้ใจเย็นๆ
ส่วนกรณีที่มีการมองว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดตัว พล.อ.ประยุทธ์ ทําให้พรรคพรรคพลังประชารัฐ ดร็อปไปนั้น ชัยวุฒิ มองว่า ทุกพรรคต้องหาจุดขายในการเลือกตั้ง ต้องมีข้อเสนอที่ดีให้ประชาชน ซึ่งอยู่ที่หัวหน้าและผู้บริหารพรรค ที่ขณะนีักำลังรับฟังความเห็นประชาชน
เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ จะมีการเปิดตัว พล.อ.ประวิตร ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ ชัยวุฒิ ตอบว่า “เปิดทำไม อยู่มาตั้งนานแล้ว รอให้ถึงวันสมัครก่อนดีกว่า เพราะต้องเป็นทางการก่อน”
ท้ายที่สุด เมื่อถามว่า ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร คนไหนที่ประชาชนน่าจะซื้อมากกว่ากัน ชัยวุฒิ ตอบว่า “ไปถามประชาชนดีกว่า สื่อมวลชนก็ช่วยดูด้วยแล้วกัน ตนตอบไม่ได้หรอก”



