ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมต.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยัน ยังอยู่ทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้ง พร้อมย้ำสนิทกับทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อยู่แล้ว แต่ปฏิเสธว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีการชวนไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ
ชัยวุฒิ ยังยืนยันถึงการลงเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ขณะนี้พรรคยังไม่ได้มีการจัดลำดับ อีกทั้งยังไม่สามารถบอกได้ถึงลำดับ ‘เซฟโซน’ แต่ในส่วนของตัวเอง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชื่ออยู่ในลำดับที่ 1-5 เพราะพรรคพลังประชารัฐ มีคนดังๆ และที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ส่วนเรื่องความมั่นใจในการผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 นั้นขอให้ไปถาม ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นอกจากนี้ มั่นใจว่า จะไม่กลายเป็นการแข่งขันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เพราะทั้งคู่มีการพูดคุยทำงานด้วยกันอยู่แล้ว
อีกด้าน วีระกร คำประกอบ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ เปิดใจถึงเหตุผลที่ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยประการแรก คือการเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เป็นไปด้วยความยากลำบาก
“เข้าพบลุงป้อม ยากมาก เดือนหนึ่งได้คุยกันแค่ครั้งเดียว แล้วก็คนเยอะ ทำให้ทำงานไม่ถนัดไม่คล่องตัว ถูกกีดกัน ต้องแลกบัตรไปนั่งรอ ไม่สามารถโทรคุยหาหัวหน้าพรรคได้ แม้ท่านจะเป็นคนใจดี แต่การที่อยู่กับคนที่เป็นนายทหารเก่า เราก็พบปะลำบาก” วีระกร กล่าว
ประการที่สอง คือในพื้นที่ของตนเลือกพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น หากย้ายพรรค คิดว่าจะมีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนจะไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. โดยจะเปิดตัวทันที และมาคนเดียว ไม่ได้ชวนใคร
ด้าน นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ปฏิเสธชี้แจงถึงกระแสข่าวออกจากพรรค แต่ยอมรับว่าอึดอัดกับสถานการณ์เวลานี้ ทั้งในสภาฯ ก็มีความตึงเครียดที่จะต้องนั่งอยู่ในช่วงที่เสนอกฎหมายของรัฐบาล ส่วนที่มีกระแสข่าวเตรียมย้ายไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ นั้นถือเป็นเพียงคาดการณ์
“เป็นการแหย่กันไปกันมา แต่ไม่ควรมาบอกหรือพาดพิงว่า พล.อ.ประวิตร มี เสธ.อยู่รอบตัว เป็นเรื่องที่ไม่ใช่” นิโรธ กล่าว
ชัยวุฒิ ยังยืนยันถึงการลงเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ขณะนี้พรรคยังไม่ได้มีการจัดลำดับ อีกทั้งยังไม่สามารถบอกได้ถึงลำดับ ‘เซฟโซน’ แต่ในส่วนของตัวเอง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชื่ออยู่ในลำดับที่ 1-5 เพราะพรรคพลังประชารัฐ มีคนดังๆ และที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก ส่วนเรื่องความมั่นใจในการผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 นั้นขอให้ไปถาม ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นอกจากนี้ มั่นใจว่า จะไม่กลายเป็นการแข่งขันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร เพราะทั้งคู่มีการพูดคุยทำงานด้วยกันอยู่แล้ว
อีกด้าน วีระกร คำประกอบ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ เปิดใจถึงเหตุผลที่ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยประการแรก คือการเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เป็นไปด้วยความยากลำบาก
“เข้าพบลุงป้อม ยากมาก เดือนหนึ่งได้คุยกันแค่ครั้งเดียว แล้วก็คนเยอะ ทำให้ทำงานไม่ถนัดไม่คล่องตัว ถูกกีดกัน ต้องแลกบัตรไปนั่งรอ ไม่สามารถโทรคุยหาหัวหน้าพรรคได้ แม้ท่านจะเป็นคนใจดี แต่การที่อยู่กับคนที่เป็นนายทหารเก่า เราก็พบปะลำบาก” วีระกร กล่าว
ประการที่สอง คือในพื้นที่ของตนเลือกพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น หากย้ายพรรค คิดว่าจะมีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนจะไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. โดยจะเปิดตัวทันที และมาคนเดียว ไม่ได้ชวนใคร
ด้าน นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล ปฏิเสธชี้แจงถึงกระแสข่าวออกจากพรรค แต่ยอมรับว่าอึดอัดกับสถานการณ์เวลานี้ ทั้งในสภาฯ ก็มีความตึงเครียดที่จะต้องนั่งอยู่ในช่วงที่เสนอกฎหมายของรัฐบาล ส่วนที่มีกระแสข่าวเตรียมย้ายไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ นั้นถือเป็นเพียงคาดการณ์
“เป็นการแหย่กันไปกันมา แต่ไม่ควรมาบอกหรือพาดพิงว่า พล.อ.ประวิตร มี เสธ.อยู่รอบตัว เป็นเรื่องที่ไม่ใช่” นิโรธ กล่าว



