‘ชัยวุฒิ’ บอก ‘พปชร.’ กินข้าวกับทุกพรรคเว้นฝ่ายค้าน ยันเป้า 150 ที่นั่งยังอยู่ ย้ำ ‘ลุงป้อม-ลุงตู่’ ฝั่งเดียวกัน

23 มี.ค. 2566 - 15:12

  • ‘ชัยวุฒิ’ เผยกินข้าวกับทุกพรรคยกเว้นฝ่ายค้าน

  • ย้ำเป้าหมาย ‘พปชร.’ 150 ที่นั่งยังอยู่ โวมี ส.ส.เกรดเอ

  • บอก ‘ลุงป้อม-ลุงตู่’ อยู่ฝั่งเดียวกัน

Chaiyawut_reiterates_the_goal_of_PPRP_150_seats_the_M_Ps_are_still_there_SPACEBAR_Thumbnail_023f36fca5.jpeg
พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ (23 มีนาคม 66) ถึงกรณีการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างพรรค พปชร. นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นําโดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็ก ก็กินข้าวกันประจำอยู่แล้ว ส.ส.และนักการเมือง ก็เข้าออกกันเป็นประจำอยู่แล้ว  

“แต่วงทานข้าวเมื่อวันที่ 22 มีนาคม อาจเป็นประเด็นเพราะนายอนุทินมา และเขาเป็นพรรคใหญ่ ก็มีการพูดคุยกันเรื่องการเมือง คุยกันประจำ แต่ยืนยันว่ามากินข้าวกันทุกพรรคอยู่แล้ว ยกเว้นพรรคฝ่ายค้าน เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล”  

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวงกินข้าวมีการพูดถึงการจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้คุยขนาดนั้น เพียงแต่บอกว่าเรื่องนี้ต้องรอหลังการเลือกตั้งก่อนว่าใครจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ค่อยมาดูกัน  

เมื่อถามว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณการจับมือกันในอนาคตหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า “สัญญาณชัดอยู่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็อยากทำงานร่วมกันต่อ เพราะทํางานร่วมกันมาก็ราบรื่นดี สามารถประสานงานกันได้ด้วยดี ก็ไม่อยากเปลี่ยนหรอก” 

เมื่อถามว่า การจับมือในอนาคต จะมีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ด้วยหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า ความจริงพรรค รทสช.ก็ถือเป็นพรรครัฐบาล ก็อยู่ด้วยกันนั่นแหละ  

“พรรครวมไทยสร้างชาติจะไปจับมือกับใครถ้าไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ ความจริงทุกพรรคการเมืองจับมือกันได้หมด ถ้านโยบายหรือแนวคิดตรงกัน แต่สุดท้ายก็อยู่ที่การเลือกตั้ง เราต้องเอาความจริงมาคุยกัน พรรคร่วมรัฐบาลถ้าจะทำงานกันต่อ ก็ต้องอยู่ด้วยกันนั่นแหละ มันไม่มีใครได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้หรอก ก็ต้องอยู่ด้วยกันหมดแหละ” รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าว 

เมื่อถามว่าตามข่าวที่ออกมา พรรค พปชร.ตั้งเป้าว่าจะได้ 70 เสียง เป็นไปตามนั้นหรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า ความจริงเรื่องนี้ต้องทําโพล ซึ่งตัวเลข 70 ที่ออกมาเป็นการคาดการณ์ของบางคนที่มีการประเมินกัน บางคนก็ประเมิน 100 บางคนประเมิน 70 บางคนประเมิน 40 บางคนก็ประเมิน 150 ซึ่งเราอาจจะถึง 150 เสียงก็ได้ เพราะมีผู้สมัครเกรดเอ ตั้งเป้าไว้ 150 เสียง 

“เป้า 150 ยังอยู่ ที่เราเคยพูดมาตลอดเพราะเรามี ส.ส.เกรดเอ 150 แต่ก็ยอมรับว่าไม่คิดว่าจะชนะทุกคน มันก็อาจจะมีพลาดบ้าง” รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าว 

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่า 150 เสียงที่ตั้งเป้ามาจากเขตเท่าไหร่ และปาร์ตี้ลิสต์เท่าไหร่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า “จําไม่ได้ เรื่องนี้ถือเป็นความลับ บอกไม่ได้ เดี๋ยวคนเป็นเอบอกเป็นบี คนเป็นบีบอกเป็นเอ เขาจะงอนเอาได้”  

เมื่อถามว่า ที่กินข้าวกันบ่อย อาจจะมีการแถลงข่าวจับมือกันเป็นไปได้หรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า เขาไม่ทำกันหรอก แถลงไม่ได้ มันเป็นกติกาประชาธิปไตย เลือกตั้งก็หาเสียงแข่งกันหมด ไม่มีจับมือกันหรอก บางจังหวัดเราก็แข่งกับพรรค ภท. บางจังหวัดก็แข่งกับพรรค รทสช. หรือบางจังหวัดก็แข่งกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่มีมาจับมือกันหรอก บางทีพรรคจับมือกัน แต่ผู้สมัครแข่งกันก็มี เพราะฉะนั้นบางพื้นที่ไม่เกี่ยวกับพรรค ในสนามยังสู้กันเต็มที่เหมือนเดิม  

เมื่อถามว่า แต่การกินข้าวก็มีนัยยะทางการเมืองอยู่แล้ว ชัยวุฒิ กล่าวว่า “ก็มองอย่างนั้นได้ เราพร้อมทำงานร่วมกัน” 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนนายอนุทินจะเหยียบเรือสองแคม ไปหาทั้งลุงป้อมและลุงตู่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า “ทั้งลุงป้อม ลุงตู่ ก็อยู่ฝั่งเดียวกัน” เมื่อถามว่า แล้วทำไมไม่อยู่ด้วยกัน จะแยกกันทําไมให้เหนื่อย ชัยวุฒิ กล่าวว่า “อันนี้ไม่ทราบ”  

เมื่อถามว่า ตอนนี้ปิดประตูไม่ร่วมกับพรรค พท. แล้วใช่หรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า สมัยก่อนก็อยู่พรรคเดียวกัน แล้วก็แยกออกมากันตั้งเยอะตั้งแยะ 

เมื่อถามว่า มันใจว่าพรรค พท. จะเป็นฝ่ายค้านต่อใช่หรือไม่ ชัยวุฒิ กล่าวว่า “ไม่ทราบ อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ผลการเลือกตั้ง” 

ขณะที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร. เปิดเผยถึงการสนทนาในวงรับประทานอาหารเที่ยง ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ยอมรับว่า มีการพูดคุย สมการตัวเลขทางการเมืองขั้วรัฐบาล โดยเป็นการคุยกันต่อเนื่องจากครั้งก่อน พบปะคุยกันปกติ และครั้งที่แล้วยังบอกให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ในฐานะทำงานด้วยกันมา และพูดคุยว่าในเส้นทางการเมืองถ้าเป็นไปได้ก็เป็นพันธมิตรกันไป ส่วนการประเมินตัวเลข ก็เป็นสิ่งที่คาดหวังกัน  

ทั้งนี้ เรืองไกร มองว่าน่าจะมีการนัดรับประทานอาหารแบบนี้กันเรื่อยๆ เพราะเป็นเรื่องปกติ และตามปกติก็ร่วมรับประทานกันในวงคณะรัฐมนตรี (ครม.) บ่อยๆ อยู่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์