จักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล ว่า ทางเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล รายงานว่า น่าจะมีข่าวดีเพิ่มเติมในการในการอพยพคนไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะมีการเตรียมแผนว่า แต่ละวันจะมีการนำคนไทยเดินทางกลับประเทศจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งขณะนี้ ยอดล่าสุดที่แจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับ 3,000 กว่าคนแล้ว จากแรงงานไทยในอิสราเอล ที่มีอยู่กว่า 30,000 คน แต่อยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงประมาณ 5,000 คน ซึ่งเราได้มีการทยอยอพยพออกมาจากพื้นที่เสี่ยงภัยเรียบร้อยแล้วเรียบร้อยแล้ว
จะใช้ทุกวิถีทางในการนำคนไทยกลับ ทั้งการเช่าเหมาลำ การใช้เครื่องบินพาณิชย์ของเราเองที่จะนำคนคนไทยกลับเข้ามาให้เร็วที่สุด ชุดแรกที่แน่นอนแล้วจะเดินทางกลับมาถึงวันที่ 12 ต.ค. และชุดที่สองในวันที่ 19 ต.ค. แต่ในระหว่างนั้น จะหาทางเพิ่มเติมในเรื่องของเครื่องบินพาณิชย์ของเราเองที่จะพยายามเข้าไป ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ที่พยายามติดต่อหาทุกช่องทางให้เครื่องบินของเราไปถึงได้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้
จักรพงษ์ ระบุว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ หากประชุมเสร็จแล้วน่าจะเห็นแผนได้ชัดเจนขึ้นว่าคนไทยจะกลับมาช่วงไหนได้บ้าง ซึ่งขณะนี้ สามารถนำเครื่องไปลงที่ประเทศอิสราเอลได้แล้ว แต่ขณะเดียวกัน ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เริ่มขยายวงกว้างเข้าใกล้สนามบิน ซึ่งเราก็เป็นห่วงในจุดนี้ด้วย และจะเห็นได้ว่าเราพยายามเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านรอบประเทศอิสราเอล ถ้าหากจำเป็นจะต้องส่งเครื่องบินไป ซึ่งในการเดินทางที่นั่นค่อนข้างลำบาก
เมื่อถามว่า ยังมีแรงงานไทยที่ประสงค์จะอยู่ต่อหรือไม่ แต่สถานการณ์ยังรุนแรงจะมีการเตือนอย่างไร จักรพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้แรงงานที่จะกลับมาประมาณ 3,000 คน แต่ที่ประสงค์จะอยู่ต่อยังอยู่หลักร้อย ซึ่งเป็นความประสงค์ของเขาเอง แต่เราก็คงจะต้องเตือนในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนเมื่อถามย้ำว่า แรงงานที่ประสงค์จะอยู่ต่อ เป็นกลุ่มผีน้อยหรือเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย จักรพงษ์ กล่าวว่า รวมๆกัน และต้องเรียนว่าเป็นแรงงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งสูงประสงค์ขอกลับ
เมื่อถามอีกว่ามีโอกาสที่จะมีคนไทยกลับก่อนไฟล์แรกวันที่ 12 ต.ค.หรือไม่ จักรพงษ์ กล่าวว่า “ไม่น่า อันนี้ถือว่าเร็วสุดแล้ว”
เมื่อถามด้วยว่า แรงงานที่ถูกจับไปขายต่อ มีการประสานช่วยเหลือหรือไม่ จักรพงษ์ กล่าวว่า ได้รับรายงาน แต่ยังไม่มีการยืนยันมาจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล
ส่วนกรณีประชาชนที่มีความกังวลพยายามจะซื้อตั๋วเครื่องบินพาณิชย์เพื่อเดินทางกลับมาเอง ก่อนที่จะรอเครื่องของรัฐบาล ทางรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไรบ้างนั้น จักรพงษ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลพยายามดำเนินการให้คนไทย ได้กลับทุกไฟล์
“บางไฟล์มี 2-3 คน ก็เอาหมด น่าจะครอบคลุมทั้งหมดแล้ว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายก็จะดูแลเป็นกรณีๆไป” จักรพงษ์ ระบุ
เมื่อถามอีกว่า ได้รับรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการหรือไม่ จักรพงษ์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าทางประเทศอิสราเอลยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ทั้งหมด ถ้าเป็นทางการยังไม่สามารถตอบได้ แต่การรายงานจากนายจ้างก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้เพิ่มเป็น 18 คน ส่วนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ยังมีการเจรจาอยู่เรื่อยๆ




