ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านวิจารณ์การทำหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่อาจไม่เป็นไปตามข้อบังคับ ว่า “มีคนเสนอให้ผมใช้ข้อบังคับข้อที่ 32 โดยมีสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติให้แสดงตนโดยการเสียบบัตร ซึ่งผมเห็นว่าหากแสดงตนโดยการเสียบบัตร เรื่ององค์ประชุมจะเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อให้มีการตรวจสอบองค์ประชุมแบบชัดเจน ผมจึงวินิจฉัยว่าให้แสดงตนแบบขานชื่อ” โดยหลังจากที่ผมวินิจฉัยแล้ว มีสมาชิกอีกคนเสนอญัตติให้แสดงตนแบบขานชื่อ เพื่อให้มี 2 ญัตติ แต่ความจริงมีญัตติเดียว
พร้อมระบุว่า “ผมเห็นว่าเพื่อให้โอกาสสมาชิกที่อยู่รอบนอกมาใช้สิทธิ์ได้ทันเวลาก็ใช้เวลาพอสมควร ซึ่งหลังจากที่มีการขานชื่อไปแล้วก็มีการเพิ่มชื่อ แสดงว่ามีการประชุมกรรมาธิการยังอยู่ในสภาฯ ไม่ได้ไปไหน ฉะนั้น เสียง 248 เสียง ถือว่าเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภาฯ คือ 246 เสียง”
ผมไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ เปิดดูเทปได้ ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อดีตรองประธานสภาฯ คนที่ 2 จะทดสอบผม ว่าจำข้อบังคับได้หรือไม่ แต่เลขาธิการสภาฯ ก็ยืนยัน บางครั้งการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ ก็ต้องฟังเสียงทุกฝ่าย แต่คนที่จะช่วยในเรื่องของข้อบังคับ วาระการประชุมสภาฯ ต่างๆ คือเลขาธิการสภาฯ ที่ทำหน้าที่อยู่หน้าบัลลังก์ เพราะบางครั้งประธานในที่ประชุมอาจจะมองบางฝ่ายข้ามไปหรือข้ามขั้นตอน ฉะนั้น เลขาธิการสภาฯ ต้องเตือน บางครั้งเราอยู่ข้างล่างมานานพึ่งทำหน้าที่ก็จะเห็นว่าเราต้องดูแลทุกฝ่าย ยืนยันว่าผมทำหน้าที่ถูกต้อง
เมื่อถามถึงฝ่ายค้านมาโจมตีว่าทำหน้าที่ไม่เป็นกลางนั้น ฉลาด กล่าวว่า “ยืนยันว่าผมทำงานอย่างเป็นกลางแน่นอน และผมรู้จักทุกฝ่ายอยู่ข้างล่างมานาน ออกมาข้างนอกก็ยังหยอกล้อกันอยู่ ก็ยินดีให้ทดสอบ และในข้อเท็จจริงสามารถทำได้ซึ่งเป็นดุลพินิจของประธาน เมื่อดูองค์ประชุมแล้วก็ดูตามความเหมาะสมในขณะนั้น ทางเลขาฯ เองก็ยืนยันว่าทำถูกแล้ว ผมจะไม่ทำอะไรโดยพละการ ต้องอาศัยหลักพิง”
เมื่อถามถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวันที่ 13-15 ส.ค.นี้ จะสามารถคุมเสียงในสภาฯ ได้หรือไม่ ฉลาด กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานในสภาฯ (วิป) ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา มีการตกลงกันว่าจะมีการประชุม 3 วันดังกล่าว และหากดูจากงบประมาณปี 67-68 ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านก็อยากให้งบประมาณผ่านสภาฯ
ทั้งนี้ ไม่อยากให้มีการเลิกประชุมดึกไป เพราะต้องมีการมาลงชื่อตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นทุกครั้ง เพราะมีการลงมติเป็นรายมาตรา ฉะนั้น ท่านให้ความร่วมมือและมีความเป็นห่วงรัฐบาล ผมจึงฝาก วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้ไปคุยกับทุกพรรคการเมือง เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ของประชาชน ทุกคนยืนยันว่าจะมาทำหน้าที่ของตัวเองใน 3 วันนี้
ส่วนวันที่ 13 ส.ค. คาดว่าจะมีการพิจารณามาตรา 1-15 วันที่ 14 ส.ค. จะพิจารณาต่อจนถึงมาตรา 24 และวันที่ 15 ส.ค. จะให้เสร็จเร็วหน่อย คือพิจารณาจนจบ จนถึงข้อสังเกต คาดว่าจะลงคะแนนในวันสุดท้ายประมาณ 23.00 น. เศษ หรืออาจจะเสร็จเร็วกว่านั้น อยู่ที่ สส. ที่ใช้สิทธิ์ในการลงมติ โดยเราให้เวลากรรมาธิการที่สงวนความเห็นและ สส. ที่แปรญัตติคนละ 7 นาที ส่วน สส. ที่ไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ ให้เวลาอภิปรายคนละไม่เกิน 5 นาที แต่หากมีการอภิปรายซ้ำซากอาจจะมีการลดเวลาลง
โดยวิปทั้ง 2 ฝ่าย จะมีการเจรจากันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สภาฯ และองค์ประชุมสามารถเดินไปได้ด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ระหว่างที่รอการโปรดเกล้าฯ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ผมและ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ จะผลัดกันทำหน้าที่คนละ 2 ชม. 30 นาที




