ฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า จากกรณีที่ วิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของประธานกมธ. ที่ล่าช้า กรณีตรวจสอบบุคคลที่อ้างว่า เป็นที่ปรึกษาประธานกมธ. มีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพล อ้างเป็นคนของผู้ใหญ่ในรัฐบาล อ้างเป็นสื่อมวลชน และมีพฤติกรรมในการใช้ตำแหน่งในกมธ. ไปหาผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ทางการเมืองนั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้ล่าช้า เพราะได้รับเรื่องเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 68 เจ้าหน้าที่สภาฯ ลงเลขรับวันที่ 17 ม.ค. 68 และเสนอเรื่องมา ซึ่งก็ได้ให้ฝ่ายเลขากมธ.ฯ ตรวจสอบเรื่อง และส่งเรื่องให้คณะอนุกมธ.ฯ ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์เปาอินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะอนุกมธ.ฯ กลั่นกรองเรื่องร้องเรียน แล้วจึงส่งเรื่องมาที่กมธ.ชุดใหญ่

“การพิจารณาเรื่องร้อเรียนต่างๆจะต้องผ่านการกลั่นกรอง โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นการกล่าวหาบุคคล โดยระบุว่ามีอักษรย่อ เสี่ย ป. และเมื่อผมตรวจสอบที่ปรึกษาที่ผมตั้งขึ้นมาว่ามีใครที่มีชื่อ ปอปลา บ้าง พบว่ามีถึง 14 คนที่มีชื่อ ปอปลา นำหน้า และที่ปรึกษาของผม ก็เป็นนักวิชาการ เป็นคนจน ไม่มีใครเป็นเสี่ยสักคน ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบในเชิงลึก หากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูล ก็ต้อให้ออกจาการเป็นที่ปรึกษา และดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย”
— ฉลาด กล่าว
ฉลาด กล่าวต่อว่า ขอให้กลุ่มธรรมาภิบาลฯ สบายใจได้ กมธ.ไม่ได้ทำงานล่าช้า เนื่องจากปัญหาที่รอการพิจารณาในกมธ.มีมากกว่า 200 เรื่อง โดยขณะนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา คือโครงการของภาครัฐที่ส่อไปในทางทุจริตแะกำลังดำเนินการพิจารณาในการสรุปปัญหาเพื่อส่งต่อสภาฯ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิรตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการเอาผิดทุกโครงการ ซึ่งขณะนี้มี 3 เรื่อง คือ 1.ปัญหาปลูกป่าทิพย์ที่จ.กระบี่ 2.ปัญหารถบัสเก่าอายุ 53 ปี ที่เกิดไฟไหม้ทำให้นักเรียนและชีวิต และ 3.ปัญหาการทิ้งงานก่อสร้างโครงการพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ 545 ล้านบาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย




