‘ปชป.’ ไร้ดีลร่วมรัฐบาล 100%! ท้า ‘เศรษฐา’ พูดให้ชัด ‘ใคร’ ไปคุย

6 เม.ย. 2567 - 12:20

  • ‘ปชป.’ ไม่มีดีลร่วมรัฐบาล 100%! ‘เฉลิมชัย’ ท้า ‘เศรษฐา’ พูดให้ชัดใครไปคุย

  • ลั่นก้าวข้ามการเมืองน้ำเน่า ปล่อยข่าวดิสเครดิต เย้ยความเป็น ‘ปชป.’ มากกว่าตำแหน่ง ‘นายกฯ ’

  • จับตาปลาย เม.ย. ประชุมใหญ่แก้ข้อบังคับพรรค เปิดทางคนรุ่นใหม่

Chalermchai_challenges_Srettha_to_reveal_people_from_DP_who_deal_to_join_government_SPACEBAR_Hero_af26a33610.jpg

ในโอกาสครบรอบ 78 ปี ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยร่ายยาวกับสื่อมวลชนว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่พูดได้เต็มว่า เป็นสถาบันทางการเมืองที่ต้องอยู่คู่กับประเทศไทยไปอีกนาน และต้องมีการปรับตัวให้ทันสถานการณ์โลก

วันนี้สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือความสดใส และยังมีการตั้งศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร เพื่อเปิดโลกให้พรรคประชาธิปัตย์ ในแง่การสื่อสารกับประชาชนในการนำเสนอสิ่งต่างๆ สู่สังคม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่โลกในตอนนี้ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ดังนั้น เราต้องขับเคลื่อนตามโลก

ส่วนกรณีที่เคยระบุว่า จะมีเลือดไหลกลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งในงานทำบุญของพรรคฯ มีศิษย์เก่ามาร่วมยินดีด้วย จะเริ่มมีความชัดเจนหรือไม่ว่ามีใครเข้ามาบ้างนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรามีการพูดคุยกันตลอด แต่รอการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปลายเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคฯ เพื่อเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ คนที่ไม่เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับสร้างความมั่นใจให้คนที่ยังอยู่กับพรรคฯ วันนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง 

ทั้งนี้ เป็นการประชุมตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง และไม่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคฯ

ขณะที่จะมีการแก้ไขข้อบังคับพรรคฯ เกี่ยวกับสัดส่วนเสียงลงมติในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯซึ่งปัจจุบัน 70 : 30 หรือไม่ เฉลิมชัย บอกว่า หลักใหญ่เรื่องนี้ เราจะแก้ไขสิ่งที่กำกวมและทำให้ต้องตีความให้มีความชัดเจน รวมถึงแก้ไขปัญหาที่มีการท้วงติงว่าไม่เหมาะสมต่างๆ ให้มีความเหมาะสมด้วย ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมด้วยนั้น ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรี

ต้องถามนายกรัฐมนตรี เพราะอำนาจอยู่ที่ท่าน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ท่านพูดมาชัดเจนเลยว่าใครไปคุยกับใคร ที่ไหน ถ้าพูดไม่ชัดเจน พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นองค์กร ความเป็นพรรคประชาธิปัตย์มันมากกว่าตำแหน่งของท่าน ดังนั้น ถ้าไม่ใช่ ก็อย่าพูด เราเตือนท่าน และบอกกับทุกคนว่าการพูดในสิ่งที่ไม่ชัดเจน มันไม่ดีกับทุกฝ่าย ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี

เมื่อถามถึงเรื่องที่มีสมาชิกพรรคฯ ไปพูดคุยขอร่วมรัฐบาล แต่ไม่ได้มาบอกกับคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ใช่หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่า ไม่ทราบ และส่วนตัวไม่เคยได้คุยอะไรกับใคร พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีข้อบังคับและหลักเกณฑ์

ผมพูดตลอดว่า การที่นักการเมืองพูดคุยกันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ จึงขออย่าไปตีความต่างๆ ไม่ว่าจะกับพรรคไหน เราพูดคุยกันได้หมด แต่ต้องไปดูกันที่เนื้อหาว่า พูดคุยอะไรกัน ผมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คุยเรื่องร่วมรัฐบาล

ส่วนหากมีการชวนให้พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล จะมีเงื่อนไขหรือต้องการกระทรวงใดที่จะเข้าไปทำงานนั้น ทางหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่า พรรคเรามีกระบวนการพิจารณามากกว่าการมาพูดคุยตกลงกัน ต้องเข้าสู่กระบวยการพิจารณาของพรรคฯ ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครที่จะทำอะไรก็ทำ

เมื่อถามต่อไปว่า การปล่อยข่าวดังกล่าวเป็นการดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เฉลิมชัย ก็มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ฝ่ายปล่อยข่าวนี้ ส่วนจะปล่อยเพื่อดิสเครดิตหรือไม่นั้น ทุกคนต้องช่วยกันคิดดู

พรรคประชาธิปัตย์ก้าวข้ามการเมืองน้ำเน่าไปแล้ว แต่ถ้าใครยังก้าวไม่ข้าม ผมก็คิดว่าประเทศไทยเดินหน้ายาก ขอให้ลองคิดดูว่าจังหวะเวลาที่มีข่าวออกมา และจังหวะเวลาที่มีคนออกมาพูดนั้น มีการรับลูกกัน แล้วใครควรเป็นคนปล่อย แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นคนปล่อยข่าวร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อถามย้ำว่า คนที่ปล่อยข่าวคือคนที่จะเสียตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า “ถ้าผมทราบ ก็ตอบไปแล้ว”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์