เหตุยิงกลางที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ช่วงสายวันนี้ (10 สิงหาคม 2569) กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเมืองท้องถิ่น เมื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรีหลายสมัย ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี พร้อมทำให้คนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
ล่าสุด มีรายงานว่า พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ส่วน ‘ฉลอง’ ไม่ได้หลบหนี แต่นั่งรอตำรวจเข้าควบคุมตัวบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ
คดีนี้ไม่ได้ถูกจับตาแค่ในฐานะคดีอาชญากรรม แต่ยังเผยให้เห็นความสัมพันธ์ซับซ้อนของนักการเมืองรุ่นเก่า 2 คน ที่มีบทบาทในนนทบุรีมาหลายสิบปี ทั้งปมผลประโยชน์ทางการเงินและการแข่งขันทางการเมืองที่สะสมมานาน
นาทีเกิดเหตุ…
เหตุเกิดเวลาประมาณ 11.00-11.30 น. ภายในอาคาร อบจ.นนทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศาลากลางจังหวัด มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ พ.ต.อ.ธงชัย และคนขับรถส่วนตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวทั้งสองส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าอย่างเร่งด่วน ก่อนมีรายงานว่า พ.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนฉลองเดินออกจากที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน แต่ไม่ได้หลบหนี โดยนั่งรอในบริเวณใกล้เคียงจนตำรวจเข้าควบคุมตัวและนำไปสอบสวนที่ สภ.รัตนาธิเบศร์
โทรเข้ารายการสด…สารภาพกลางอากาศ
จุดที่ทำให้รายละเอียดคดีนี้ออกมาเร็วผิดปกติ คือหลังก่อเหตุ ฉลองโทรศัพท์หา อัญชะลี ไพรีรัก ผู้ดำเนินรายการข่าว “แนวหน้าออนไลน์” ซึ่งกำลังจัดรายการสดอยู่พอดี โดยยืนกรานว่าต้องคุยทันที เพราะเพิ่งก่อเหตุยิงมา
ฉลอง เล่าว่ายิงไปประมาณ 4-5 นัด ก่อนเดินออกจากสำนักงานพร้อมอาวุธปืน อัญชะลีพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาใจเย็น วางปืน และนั่งรอตำรวจอยู่กับที่ เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีสถานศึกษา พร้อมให้ทีมงานโทรแจ้งตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ให้เข้าคุมสถานการณ์
“เงิน 11 ล้านบาท” ปมที่ต้องพิสูจน์
ฉลอง อ้างว่า เขากับพ.ต.อ.ธงชัย รู้จักและสนับสนุนกันทางการเมืองมานาน แต่ก่อนเกิดเหตุเดินทางไปทวงเงิน 11 ล้านบาท ที่เคยให้ยืมหรือช่วยเหลือ เมื่อถูกปฏิเสธว่าไม่มีหนี้ จึงเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
อีกประเด็นคือ คำกล่าวอ้างของ ฉลอง ที่ระบุว่า ก่อนยิงและเกิดการโต้เถียง คนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นฝ่ายชักอาวุธปืนขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นเพียงคำกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้ต้องหาและตำรวจกำลังตรวจสอบกับภาพวงจรปิด พยานในที่เกิดเหตุ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ตำรวจระบุเบื้องต้นว่า ทั้งหมดนี้ยังเป็นคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวจากผู้ก่อเหตุ จำเป็นต้องตรวจสอบที่มาของเงิน หลักฐานการโอน สัญญากู้ยืม พยานแวดล้อม รวมถึงข้อความและการติดต่อก่อนเกิดเหตุ เพื่อยืนยันว่า หนี้สินก้อนนี้มีอยู่จริงหรือไม่
ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน — คู่แข่งการเมืองโดยตรง
ฉลองกับธงชัย เคยเป็น คู่แข่งชิงเก้าอี้นายก อบจ.นนทบุรีโดยตรง ในการเลือกตั้งปี 2563 โดยฉลองลงสมัครในนาม “กลุ่มพลังนนท์” ขณะที่ธงชัยลงในนาม “กลุ่มผึ้งหลวง” ผลปรากฏว่าธงชัยเป็นฝ่ายชนะ ส่วนฉลองได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3
นอกจากนี้ ฉลอง ยังอ้างว่า เคยตั้งใจส่งคนในทีมลงสมัครทั้งระดับ สส. และ ส.อบจ. แต่เคยถูกขอร้องไม่ให้ส่งแข่งกับคนอีกกลุ่ม จากคำพูดขณะแถลงนี้ทำให้ตำรวจต้องแยกสอบสวนทั้งประเด็นข้อพิพาททางการเงินและความขัดแย้งทางการเมืองควบคู่กัน ว่าเรื่องใดเป็นชนวนหลัก
“ฉลอง เรี่ยวแรง” นักการเมืองเก่าหลายขั้ว
ฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี เป็นอดีต สส.นนทบุรี 3 สมัย เคยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเหตุการณ์การเมืองปี 2540 เมื่อเขาเป็นหนึ่งในกลุ่ม สส. ที่ถูกเรียกว่า “กลุ่มงูเห่า” หลังไม่ทำตามมติพรรคประชากรไทย และหันไปหนุน ชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ จนได้ฉายา “หลอง งูเห่า”
เส้นทางการเมืองของเขาผ่านหลายพรรค ตั้งแต่ประชากรไทย ชาติพัฒนา ไทยรักไทย ประชาราช เพื่อไทย พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย โดยพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาชี้แจงหลังเกิดเหตุว่า ฉลองลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไปก่อนหน้านี้แล้ว
“ธงชัย เย็นประเสริฐ” เจ้าของฐานอำนาจท้องถิ่นกว่า 20 ปี
พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อายุ 70 ปี อดีตนายตำรวจที่ผันตัวสู่การเมืองท้องถิ่น และครองตำแหน่ง นายก อบจ.นนทบุรีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 ล่าสุดชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ในนาม “กลุ่มผึ้งหลวง”
ท่ามกลางกระแสพรรคประชาชนที่กวาดที่นั่ง สส. ทั้งจังหวัดในการเลือกตั้งระดับชาติ สะท้อนว่าฐานเสียงท้องถิ่นของเขายังแข็งแกร่ง แม้ภูมิทัศน์การเมืองระดับชาติจะเปลี่ยนไปมาก
จาก “เพื่อนการเมือง” สู่ความขัดแย้ง
สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีมิติซับซ้อนกว่าคดีอาชญากรรมทั่วไป คือผู้ก่อเหตุกับผู้ถูกยิงไม่ได้เป็นคนแปลกหน้า จากคำกล่าวอ้างของฉลอง ทั้งสองรู้จักและมีความสัมพันธ์กันมานาน อีกทั้งยังมีการช่วยเหลือและเจรจากันเรื่องการเมืองในพื้นที่
หากคำกล่าวอ้างเรื่องการเจรจาไม่ส่งผู้สมัครแข่งขันกันได้รับการยืนยันจากพยานหรือหลักฐานในภายหลัง ก็จะช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างการเมืองนนทบุรีในอีกมิติหนึ่งว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองระดับชาติกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ไม่ได้แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่มีทั้งการต่อรอง การแบ่งพื้นที่ และการแข่งขันของเครือข่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง




