กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังคงถูกพูดถึงและถูกจับตาในแวดวงการเมืองขณะนี้ ทำให้รัฐมนตรีให้สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ถูกถามความคิดเห็นกันอยู่ตลอด อย่าง ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รมว. อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงโควตารัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ถามผิดคนแล้วต้องไปถามหัวหน้าพรรค และถามนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อถามว่าในพรรคมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ หรือยังเป็นเหมือนเดิม พิมพ์ภัทรา บอกว่า พรรครทสช.ยังมีการประชุมพรรคทุกวันอังคารเหมือนเดิม
เมื่อถามย้ำว่า ในส่วนรัฐมนตรีของพรรครทสช.มีการพูดคุยกันหรือไม่ ในการสลับสับเปลี่ยนคน พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุย มีแค่การพูดคุยวาระประชุมในแต่ละสัปดาห์ และวันเดียวกันนี้ก็น่าจะมีการประชุมพรรคเหมือนเดิม
เมื่อถามอีกว่าพรรคมีการส่งสัญญาณมาที่รัฐมนตรี หรือไม่ ว่าจะมีการสลับสับเปลี่ยนอย่างไร พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า สัญญาณต้องมาจากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำงานอยู่ตามปกติ
เมื่อถามต่อว่า หากมีการสลับสับเปลี่ยนคนดำรงตำแหน่งรมว.อุตสาหกรรม พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ส่วนตัวจริงๆ แล้วเราเป็นคนทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ เหมือนเดิมไม่มีปัญหา ย้ำว่าเรื่องนี้ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรี

ด้านสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ภายในพรรคยังไม่ได้หารือกันถึงเรื่องนี้ และเรื่องนี้เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค ส่วนตัวไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปนั่งประชุม เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคก็ต้องผ่านที่ประชุมพรรคก่อน และตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณมา ขอให้ยึดตามที่หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์ไว้
เมื่อถามว่า ถึงเวลาที่เหมาะสมหรือยังที่จะปรับคณะรัฐมนตรี สุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่อำนาจของนายกรัฐมนตรี
นอกจาก ประเด็นการปรับ ครม.แล้ว อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ นั่นก็คือ การเลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก เขต 1 ซึ่งเรื่องนี้ ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งผู้สมัครว่า ที่ประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ให้พรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยคุยกัน ซึ่งทางพลังประชารัฐต้องไปคุยกับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ที่สำคัญเราต้องดูความพร้อมของผู้สมัคร ที่เป็นลูกชายของอดีตนายก อบจ.พิษณุโลก โดยพื้นที่ดังกล่าวสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดูแลอยู่ และตามหลักการในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหากพรรคใดพรรคหนึ่งส่งผู้สมัครอีกพรรคจะไม่ลงแข่ง และหากนำคะแนนเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลสามพรรครวมกัน คือพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไทย และรวมไทยสร้างชาติ จะมีมากกว่าคนที่ชนะเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นการวัดกระแสของรัฐบาลดีขึ้นหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มันขึ้นกับหลายปัจจัย จะเอาเรื่องผลงานรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้ แต่เรื่องสำคัญคือความพร้อมของคนที่ลงสมัคร และจากนี้เมื่อคุยภายในเสร็จแล้วตนจะไปคุยกับทางพรรคเพื่อไทย และจากผลคะแนนเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ยืนยันว่าเมื่อลงสนามเลือกตั้งไม่มีใครกลัวใคร
เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวอยากส่งผู้สมัครหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แล้วแต่หัวหน้าพรรค

ด้าน วราวุธ ศิลปอาชา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวานนี้ว่า มีการพูดคุยกัน จากการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ตำแหน่งของรองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่ 1 ว่างลง ซึ่งก็ต้องมีการพูดคุยในพรรคร่วม และให้พรรคใหญ่พูดคุยกันว่า จะตกลงเป็นใคร และนำกลับเข้ามาสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาล แล้วจึงซักซ้อมกับพรรคร่วมทุกคน
ส่วนประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่ง คือการเลือกตั้งซ่อมในบางเขตที่ได้รับผลกระทบ พรรคร่วมจะได้ทำงานเป็นปึกแผ่น เพื่อสนับสนุนให้มีผู้สมัครเพียงคนเดียว ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล และจะแสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน
เมื่อถามถึงกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่จะต้องอยู่ในวาระการประชุมนั้น เหตุใดจึงเปลี่ยนเป็นเรื่ององค์ประกอบของสภาแทน วราวุธ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้พวกเรายังไม่ได้มีการศึกษา หรือเห็นร่างตัวจริงในรายละเอียดคงต้องมีการพูดคุยกันก่อน และเชื่อว่าทุกพรรคคงจะมีการพูดคุยกันเรื่องนี้ รวมถึงมีข้อคิดเห็น แนวทาง หรือข้อสงสัย อย่างไร จึงจะนำเข้ากลับมาพูดคุยระหว่างพรรคร่วมอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ ได้มีการพูดคุยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ วราวุธ กล่าวว่า ยังไม่เคยมี เพราะยังไม่เคยมีใครได้เห็นร่าง วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังต้องกลับไปพูดคุยกัน เพราะอาจจะกลายเป็นเขาว่า หรือข่าวลืออย่างนั้นอย่างนี้ คิดว่าต้องไปศึกษาจากร่างก่อน จะเป็นประโยชน์มากกว่า




