หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าเป็นการลาออกเพื่อหวังว่าจะช่วยให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ หลังถูก 40 สว. ยื่นถอดถอน ‘เศรษฐา’ ให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และ ‘พิชิต’ ให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี จากกรณีขาดคุณสมบัติ

ล่าสุด ‘เชาว์ มีขวด’ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ หรือ ‘ทนายเชาว์’ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความถึงประเด็นการลาออกของพิชิตว่า
“ การลาออกของ นายพิชิต ชื่นบาน ซึ่งตอนนี้กลายเป็น อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องเรียกว่าหมดอายุเร็วที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก เพราะตอนเข้ามาก็ถูกขยักไว้ เพราะปัญหาเรื่องคุณสมบัติ กระทั่งนายใหญ่สั่งลุยดันเข้าระลอกสองจนได้เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้เกือบเดือน สุดท้ายหนีไม่พ้นบ่วงกรรม ผลพวงจากถุงขนมสองล้านบาท ตามหลอกหลอน กระแทกไปถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีด้วย เลยต้องตัดตอน หวังให้ศาล รธน.จำหน่ายคดี แต่สายไปแล้ว
การลาออกของ นายพิชิต อาจส่งผลให้เรื่องของนายพิชิตเองถูกจำหน่ายออกไป แต่ปัญหาของนายเศรษฐา ซึ่งเป็นผู้ถูกร้องที่ 1 ยังไม่หมดไป เพราะความผิดของนายเศรษฐาสำเร็จไปแล้ว จากการตัดสินใจแต่งตั้งนายพิชิตเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ท่ามกลางเสียงทักท้วงอย่างต่อเนื่อง
แต่นายเศรษฐาก็ไม่รับฟัง ยังคงนำชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอีก จึงถือเป็นความรับผิดชอบของนายเศรษฐา ซึ่งตามคำร้องระบุข้อกล่าวหาไว้ว่ากระทำการโดยอาจมีเจตนาไม่สุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์แก่นายพิชิต ด้วยการแต่งตั้งเป็น รมต. ด้วยการเลี่ยงและบิดเบือนข้อเท็จจริงในการให้ข้อมูลแก่สังคมและประชาชน ทำให้เข้าใจผิดว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิชิตเรียบร้อยแล้ว
การกระทำของนายเศรษฐา จึงเป็นการกระทำด้วยความไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ มีพฤติกรรมที่รู้เห็นและยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการคบค้าสมาคมกับผู้มีความประพฤติหรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีนอันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่
ดังนั้นคำร้องในส่วนนี้จึงยังคงอยู่ แม้นายพิชิตจะลาออกไปแล้ว ในความเห็นส่วนตัวของผมคิดว่าไม่ได้ทำให้นายเศรษฐาสบายตัวพ้นข้อกล่าวหาแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าในวันที่ 23 พ.ค.นี้ ศาล รธน.อาจจำหน่ายคดีเฉพาะส่วนของนายพิชิต เพราะไม่มีเหตุให้วินิจฉัยแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวลาออก แต่ของนายเศรษฐา ยังน่าจะพิจารณาต่อว่า พฤติกรรมเข้าข่ายขัด รธน.มาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เรียกว่ามีหนาวครับงานนี้ หนาวแรกก็ต้องลุ้นถ้าศาล รธน.รับไว้พิจารณา จะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หรือ รับไว้พิจารณา ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังนอนใจไม่ได้
เพราะอำนาจอาจหลุดมือได้ทุกขณะ ตามใจนายใหญ่ ไม่เกรงใจประชาชน มีราคาที่ต้องจ่ายแบบนี้แหละครับ




