นิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงการวางทีมงานด้านเศรษฐกิจ ของพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า จะประกอบไปด้วย สันติ กีระนันท์, กนก วงศ์ตระหง่าน และเตรียมเปิดตัว ชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีต ผอ.ธนาคารออมสิน เป็นทีมเศรษฐกิจ ส่วนด้านการเมือง ตนเองจะดูแล ทั้งนี้ ในด้านสังคม-เศรษฐกิจฐานรากนั้น กนก จะเป็นผู้ดูแล ขณะที่ตลาดเงิน-ตลาดทุน สันติ จะเป็นคนดู พร้อมเน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.สุพรรณบุรี
“เราจะออกไปนำเสนอนโยบายและไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นที่ซีลหมดแล้ว ทุกสนามเคาะแล้ว ใครจะเข้าไปก็ได้ลองดู และเราจะกลับไปอีกรอบหนึ่งคือเราจะแพ้ไม่ได้ ป้องกันด้วยชีวิต พื้นที่อื่นในภาคกลางจะไปที่ จ.เพชรบุรี และภาคเหนือที่ จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน ก็มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ค่อนข้างที่มีน้ำหนัก ภาคอีสานมีพื้นที่หลักคือ จ.ร้อยเอ็ด และพื้นที่อื่นอีก 3-4 จังหวัด ส่วนพื้นที่ภาคใต้อาจจะส่งบางเขต” นิกร ระบุ
นิกร เปิดเผยด้วยว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่ลงชิงชัยใน จ.อ่างทอง และบุรีรัมย์ เพราะเป็นเรื่องของมารยาท และไม่อยากให้ใครเสียความรู้สึก ส่วนของ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะเน้นเรื่องนโยบายเป็นหลัก โดยจะไม่สู้นโยบายลด แลก แจก แถม เพราะไม่เห็นด้วย เนื่องจากส่งผลถึงอนาคต และเท่าที่ดู ยังไม่เห็นใครทำตามกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการแจงที่มาของเงิน การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และการวิเคราะห์ผลตอบแทน ทางพรรคชาติไทยพัฒนา ทำเสร็จเรียบร้อยตามที่ประกาศไป 10 ข้อ และต้องฟังความเห็นจากท้องถิ่น ไม่ใช่คิดกันในห้องกระจกแล้วไปแถลง
อย่างไรก็ตาม หากยุบสภาฯ แล้ว ทางพรรคจะไปคุยกับสาขา ว่านโยบายของพรรคมีการตอบสนองอย่างไร โดยจะจัดเป็นกิจกรรมตามที่กฎหมายกำหนด ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเลือกคนเหล่านั้นไปทำงานต่อ ซึ่งตั้งเป้าไว้อาจจะได้ 10-12 คน คาดว่าจะได้ ส.ส.ประมาณ 25 คน โดยพรรคชาติไทยพัฒนา จะเน้นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
“ประชาชนจึงต้องช่วยเลือกเราเข้ามาตามสมควร เพื่อจะได้ไปร่วมรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ เราอาจจะไม่ได้เป็นนายกฯ แต่จะได้เข้าไปทำนโยบายให้เกิดได้จริง ถือเป็นกระบวนการมุ่งไปสู่นายกฯ ไม่ใช่ไปเป็นนายกฯ จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันเลือก ถ้าชอบสิ่งแวดล้อม ก็เลือกพรรคชาติไทยพัฒนา” นิกร ระบุ
ส่วนกรณี วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า รัฐบาลมีอำนาจใช้งบประมาณและอำนาจเพื่อเนียนหาเสียงเลือกตั้งได้นั้น นิกร มองว่า ในทางพฤตินัยทำได้ แต่ถ้ามีปัญหามาก ก็จะมีผลสะท้อนกลับได้เหมือนกัน
“คือสามารถทำได้จริง แต่เมื่อยุบสภาฯ แล้วทำไม่ได้ โครงการหลักใหญ่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เท่าที่จำเป็น เดี๋ยวจะมีปัญหาถูกร้องได้ เท่าที่รู้เหลือประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งเดียว สามารถทำได้แต่มีขอบเขตทางด้านจิตใจอยู่ ส่วนขอบเขตทางด้านการเมืองหากเลยไปข้างหน้ามากๆ ก็หกล้มได้เหมือนกัน” นิกร ระบุ
“เราจะออกไปนำเสนอนโยบายและไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นที่ซีลหมดแล้ว ทุกสนามเคาะแล้ว ใครจะเข้าไปก็ได้ลองดู และเราจะกลับไปอีกรอบหนึ่งคือเราจะแพ้ไม่ได้ ป้องกันด้วยชีวิต พื้นที่อื่นในภาคกลางจะไปที่ จ.เพชรบุรี และภาคเหนือที่ จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน ก็มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ค่อนข้างที่มีน้ำหนัก ภาคอีสานมีพื้นที่หลักคือ จ.ร้อยเอ็ด และพื้นที่อื่นอีก 3-4 จังหวัด ส่วนพื้นที่ภาคใต้อาจจะส่งบางเขต” นิกร ระบุ
นิกร เปิดเผยด้วยว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่ลงชิงชัยใน จ.อ่างทอง และบุรีรัมย์ เพราะเป็นเรื่องของมารยาท และไม่อยากให้ใครเสียความรู้สึก ส่วนของ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะเน้นเรื่องนโยบายเป็นหลัก โดยจะไม่สู้นโยบายลด แลก แจก แถม เพราะไม่เห็นด้วย เนื่องจากส่งผลถึงอนาคต และเท่าที่ดู ยังไม่เห็นใครทำตามกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการแจงที่มาของเงิน การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ และการวิเคราะห์ผลตอบแทน ทางพรรคชาติไทยพัฒนา ทำเสร็จเรียบร้อยตามที่ประกาศไป 10 ข้อ และต้องฟังความเห็นจากท้องถิ่น ไม่ใช่คิดกันในห้องกระจกแล้วไปแถลง
อย่างไรก็ตาม หากยุบสภาฯ แล้ว ทางพรรคจะไปคุยกับสาขา ว่านโยบายของพรรคมีการตอบสนองอย่างไร โดยจะจัดเป็นกิจกรรมตามที่กฎหมายกำหนด ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเลือกคนเหล่านั้นไปทำงานต่อ ซึ่งตั้งเป้าไว้อาจจะได้ 10-12 คน คาดว่าจะได้ ส.ส.ประมาณ 25 คน โดยพรรคชาติไทยพัฒนา จะเน้นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม
“ประชาชนจึงต้องช่วยเลือกเราเข้ามาตามสมควร เพื่อจะได้ไปร่วมรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ เราอาจจะไม่ได้เป็นนายกฯ แต่จะได้เข้าไปทำนโยบายให้เกิดได้จริง ถือเป็นกระบวนการมุ่งไปสู่นายกฯ ไม่ใช่ไปเป็นนายกฯ จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันเลือก ถ้าชอบสิ่งแวดล้อม ก็เลือกพรรคชาติไทยพัฒนา” นิกร ระบุ
ส่วนกรณี วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า รัฐบาลมีอำนาจใช้งบประมาณและอำนาจเพื่อเนียนหาเสียงเลือกตั้งได้นั้น นิกร มองว่า ในทางพฤตินัยทำได้ แต่ถ้ามีปัญหามาก ก็จะมีผลสะท้อนกลับได้เหมือนกัน
“คือสามารถทำได้จริง แต่เมื่อยุบสภาฯ แล้วทำไม่ได้ โครงการหลักใหญ่ก็ทำไม่ได้ ทำได้เท่าที่จำเป็น เดี๋ยวจะมีปัญหาถูกร้องได้ เท่าที่รู้เหลือประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งเดียว สามารถทำได้แต่มีขอบเขตทางด้านจิตใจอยู่ ส่วนขอบเขตทางด้านการเมืองหากเลยไปข้างหน้ามากๆ ก็หกล้มได้เหมือนกัน” นิกร ระบุ




