‘กรณ์’ ชูหวย! ‘เศรษฐีเงินล้าน’ 231 คน/งวด

3 พ.ค. 2566 - 16:10

  • คอหวยเฮ! ‘ชาติพัฒนากล้า’ ออกนโยบาย ‘เศรษฐีเงินล้าน’ 231 คนต่องวด

  • ขยายรางวัลให้ประชาชนจังหวัดละ 3 คนๆ ละ 1 ล้านทั่วประเทศ

  • รื้อระบบกองสลากนำกำไรส่วนเกินส่งคืนให้ประชาชน

Chartpattana_KLA_Holds_a_lottery_policy_Millionaire_231_people_per_installment_SPACEBAR_Hero_4a86fe7572.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค ชพก.ได้อัดคลิปลง TikTok ให้คอหวยได้เฮ ถึงแนวคิดการเพิ่มเศรษฐีเงินล้าน 231 คนต่องวด โดยระบุว่า หน่วยงานของรัฐที่สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนมากที่สุดคือ กองสลาก ขณะเดียวกันก็เป็นหน่วยงานที่ประชาชน 22 ล้านคน พร้อมที่จะฝากความหวังไว้เช่นเดียวกัน  

ในช่วง 7-8 ปี ที่ผ่านมา รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นมหาศาล จากที่ 8 ปีก่อนหน้านี้ กองสลากขายล็อตเตอรี่เพียงปีละ 37 ล้านใบ แต่วันนี้ขาย 100 ล้านใบ ทำให้รายได้ของกองสลากเพิ่มขึ้นจากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นเกือบ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี ในขณะที่การแบ่งสัดส่วนรางวัล ยังอยู่เท่าเดิม ถึงเวลาที่กองสลากจะแบ่งปันรายได้กลับคืนให้กับประชาชน ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 

กรณ์ กล่าวว่า รางวัลที่เพิ่มขึ้นมาจากการขายล็อตเตอรี่ผ่านแอปเป๋าตังมากขึ้น ทำให้รัฐประหยัดการจ่ายค่าการตลาดให้กับพ่อค้าคนกลาง วิธีการของพรรคชาติพัฒนากล้าคือ ในทุกงวดเราจะจัดรางวัลให้ทุกจังหวัด จังหวัดละ 3 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาทให้กับผู้ซื้อล็อตเตอรี่ ซึ่งผู้ซื้อล็อตเตอรี่ที่จะได้รางวัลคือ ผู้ที่เบอร์ 6 ตัว ใกล้กับรางวัลที่ 1 มากที่สุดในจังหวัดนั้นๆ และการที่เราจะรู้ว่าล็อตเตอรี่ของเราเข้าข่ายอยู่ในจังหวัดไหน ก็ต้องซื้อผ่านแอปเป๋าตัง เพราะในแอปฯ จะมีข้อมูลอัตโนมัติจากข้อมูลบัตรประชาชนที่เราลงทะเบียนไว้ 

“การซื้อล็อตเตอรี่ผ่านแอปเป๋าตังข้อดีคือ ซื้อในราคา 80 บาท ดังนั้นเมื่อรู้แล้วว่าคุณเป็นจังหวัดไหน เมื่อจับรางวัลแต่ละงวด เราสามารถตรวจเช็คอัตโนมัติเลยว่าเบอร์ของคุณเป็นเบอร์ในจังหวัดของคุณที่ใกล้รางวัลที่ 1 มากที่สุดหรือไม่ เพียงเท่านั้นก็จะทำให้คุณเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ทันที เราจะทำอย่างนี้ทุกงวดๆ ละ 231 คน เดือนนึง 462 คน ทั้งปี 5,544 คน เพียงเพราะเรามีการจัดแบ่งรายได้ของกองสลาก คืนเป็นรางวัลเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชน ในสัดส่วนที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น” หัวหน้าพรรค ชพก.กล่าว

กรณ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนอาจมีคำถามว่าทุกจังหวัดมี 3 รางวัล ไม่ว่าจะจังหวัดเล็กประชากรน้อย หรือจังหวัดที่มีประชากรเยอะใช่หรือไม่ คำตอบคือใช่ โดยเฉพาะจังหวัดเล็กโอกาสจะมีมากกว่า ส่วนที่ว่า ข้อเสนอของพรรคชาติพัฒนากล้าเป็นการมอมเมาหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะเราไม่ได้เพิ่มจำนวนล็อตเตอรี่ ปัจจุบันที่ขายอยู่ 100 ล้านใบ ก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะแบ่งปันรางวัลให้กับผู้ซื้อล็อตเตอรี่มากขึ้น  

“และขอยืนยันว่า แนวความคิดนี้ ไม่ได้เป็นความคิดเชิงประชานิยม เพราะเราสามารถจัดสรรรางวัลให้กับประชาชนได้ ด้วยการดึงล็อตเตอรี่เข้าสู่ระบบแอปเป๋าตัง และลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าการตลาดที่กองสลากต้องจ่ายให้กับพ่อค้าคนกลาง”

กรณ์ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้พรรคชาติพัฒนากล้ายังมีอีก 3 เรื่องที่พรรคจะรื้อระบบกองสลาก เพื่อแก้ไขความเป็นธรรมให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น คือ 1.เมื่อมีการซื้อล็อตเตอรี่ผ่านแอปเป๋าตังมากขึ้น ค่าการตลาด 9 บาทต่อใบ ที่วันนี้ยังต้องจ่ายให้กับยี่ปั๊ว ควรจะเอาคืนมาจัดสรรเป็นเงินรางวัลให้กับผู้ซื้อล็อตเตอรี่แทน  

2.เราต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้รายได้ของกองสลากนั้นสามารถจะจัดสรรยิงตรงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนยากคนจน แทนที่จะส่งเงินเข้าคลัง ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา ทุนการสร้างอาชีพ และ 3. สำหรับผู้ค้าสลากที่ได้รับผลกระทบจากการที่ประชาชนซื้อล็อตเตอรี่ในแอปเป๋าตังมากยิ่งขึ้น เราต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาฝึกอาชีพให้กับเขา มีเงินเดือนให้ในช่วงที่ผู้ค้าล็อตเตอรี่ต้องปรับตัว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์