‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังกรณีผลสำรวจความคิดเห็น ของ ‘นิด้าโพล’ที่ออกมามีคะแนนนิยมอยู่ในระดับดี โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่เห็นผลงานที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่าไม่สามารถประมาทได้ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โดยเฉพาะในช่วง 2–3 สัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียง
ชัชชาติ กล่าวขอบคุณสำหรับผลโพลที่ออกมาดี แต่ยังต้องทำงานหนักต่อเนื่อง รวมถึงสื่อสารนโยบายกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ โดยยังลงพื้นที่ทุกวันเช่นเดิม พร้อมย้ำว่า “ทุกอย่างการเมืองมันเปลี่ยนได้ มันอาจเปลี่ยนช่วง 3 อาทิตย์สุดท้ายเลยก็ได้ ก็ต้องทำให้เต็มที่”
ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศในกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ ระบุว่า หากมีหลักฐานหรือข้อมูลข้อเท็จจริง ขอให้เปิดเผยเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที พร้อมย้ำว่ากรุงเทพมหานครมีนโยบายไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาบริหารงาน
“ถ้ามีข้อมูลอะไรเปิดมาเลย จะได้เอาคนที่ไม่ดีออกไป เราไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศอยู่แล้ว”
พร้อมระบุว่า กรุงเทพมหานครเคยได้รับการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในระดับที่ดี โดยเฉพาะการได้รับรางวัลระดับเหรียญทองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม หากมีข้อร้องเรียนก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า เคยมีการร้องเรียนลักษณะดังกล่าวในอดีตหรือไม่ ชัชชาติ กล่าวว่า เคยมีบางกรณี โดยเฉพาะในโรงเรียน และมีการดำเนินการตามขั้นตอน รวมถึงการลงโทษทางวินัย แต่ยังไม่เคยเห็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับระดับผู้บริหารเขต
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลในช่วงหาเสียง อาจเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง ชัชชาติ กล่าวว่า ไม่ติดใจ เพราะไม่ได้ลงสมัครผู้ว่าฯ แล้ว และหากข้อมูลใดจะทำให้กรุงเทพมหานครดีขึ้น ก็พร้อมรับฟัง โดยมองว่าเป็นหน้าที่ของผู้บริหารชุดปัจจุบันและชุดใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการต่อ
กรณีที่มีการอ้างถึงหนังสือร้องเรียนซึ่งมีการยื่นต่อปลัดกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชัชชาติ กล่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว และจำไม่ได้ว่าเป็นกรณีใด แต่หากมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน
“เรื่องนี้มันเป่าให้หายไปไม่ได้ ต้องมีกรรมการสอบ มีข้อเท็จจริงก่อน และถ้ามีหลักฐานก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจังที่สุด เพราะเราไม่ยินยอมต่อเรื่องการคุกคามทางเพศ”
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าใช้ IOทางการเมือง ยืนยันว่า ไม่มีการใช้ IO และไม่ใช่แนวทางของทีมงาน โดยระบุว่า ทีมงานมีหน้าที่เพียงสื่อสารนโยบายและผลงานเท่านั้น
“เราไม่เคยนิยมการไปกล่าวร้ายคนอื่น เราชอบเสนอผลงานมากกว่า อาจมีแฟนคลับบางส่วนที่ไปแสดงความคิดเห็น แต่เราก็พยายามบอกว่าอย่าไปโจมตีคนอื่น ดูผลงานเป็นหลัก”
— ชัชชาติ กล่าว
ยืนยันว่า การหาเสียงควรเป็นการแข่งขันกันนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีหรือทำลายคู่แข่งทางการเมือง เพราะไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงกระแสวิจารณ์เรื่อง 'ระบบอากง' หรือข้อครหาเรื่องการใช้เส้นสายในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ชัชชาติชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นเพียงวาทกรรม ที่ถูกสร้างขึ้นมา
โดยอธิบายว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวังเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ไม่พอใจก็อาจจะกล่าวหาว่าระบบไม่ดี โดยไม่ได้ย้อนดูความสามารถของตนเอง พร้อมยืนยันว่าแนวปฏิบัติของทีมชัชชาติตลอดมาคือการเลือกคนดี คนเก่ง และเน้นความซื่อสัตย์สุจริตอย่างโปร่งใสที่สุด




