‘ชัชชาติ’ ขนผู้บริหาร กทม.พบ ‘อนุทิน’ รับ ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ไม่คุ้ม

19 ก.ย. 2566 - 14:33

  • ‘ชัชชาติ’ ขนผู้บริหาร กทม. พบ ‘อนุทิน’ แสดงความยินดีรับตำแหน่ง ‘มท.1’

  • รับนโยบาย ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ ไม่คุ้ม เหตุติดสัญญาเอกชนแบบตายตัว

  • ส่วนปม ‘สายสีเขียว’ ขอรอ ครม.เคาะทางออกต่อสัญญาปี 72 หลัง ‘ม.44’ ยังมีผลใช้บังคับ

Chatchart_talks_with_Anutin_SPACEBAR_Hero_458c82cb9e.jpg

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำคณะผู้บริหาร กทม. เดินทางเข้าพบ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

โดยก่อนเข้าพบ ผู้ว่าฯ กทม. เผยกับผู้สื่อข่าวถึงความเห็นถึงกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะกระทบกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ของรัฐบาลหรือไม่ว่า ต้องไปดูความหมายก่อนว่า 20 บาทคืออะไร เหมือนว่าเส้นใดเส้นหนึ่ง 20 บาท แต่ถ้าเป็นสายสีเขียว ก็ต้องมีการสนับสนุนงบประมาณเพิ่ม เพราะจนถึงปี 2572 เรายังมีสัมปทานอยู่ ซึ่งเอกชนมีสิทธิ์ในการจัดเก็บค่าโดยสารตามที่เขาต้องการ แต่หลังจากนั้น กทม.ก็สามารถจัดเก็บเองตามที่เรากําหนด

“ตอนนี้ มีสัญญาในเรื่องการจ้างเดินรถกับเอกชนอยู่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายแบบตายตัว ถ้าจัดเก็บ 20 บาทตอนนี้ ก็ไม่น่าจะคุ้ม เพราะต้องเก็บ 33 บาท เฉพาะช่วงไข่แดง ฉะนั้น ถ้าเป็นนโยบาย 20 บาทของรัฐบาล ก็ต้องจ่ายค่าส่วนต่างให้ กทม. เพราะ กทม.ต้องเอาไปจ่ายค่าเดินรถ” ชัชชาติ กล่าว

ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอดีตผู้ว่าฯ กทม. และบริษัทที่รับจ้างเดินรถ จะกระทบกับนโยบาย 20 บาทหรือไม่นั้น ชัชชาติ บอกว่า คงจะเป็นอีกมิติหนึ่ง เพราะ ป.ป.ช.ชี้มูล และยังไม่มีคำตัดสินของศาลที่ชัดเจน และต้องดูว่าอัยการสูงสุด จะสั่งฟ้องหรือไม่ ฉะนั้น เราต้องดูขั้นตอนตามกระบวนการอีกทีหนึ่ง แต่เชื่อว่า อนุทิน มีข้อมูลที่ละเอียดอยู่แล้ว เพราะพิจารณาเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว

ส่วนจะมีการยกเลิกมาตรา 44 หรือไม่ เพราะเป็นอีกปัญหาใหญ่ของเรื่องดังกล่าวนั้น ชัชชาติ มองว่าขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะเรื่องค้างอยู่ เป็นเรื่องที่ให้อำนาจรัฐบาลต่อสัญญาให้ โดยให้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้เสนอ และหากทำไม่สำเร็จก็ให้กระทรวงมหาดไทย เสนอทางออก ซึ่งขณะนี้ เรื่องยังค้างอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในส่วน ครม.ถามว่ามีปัญหาอะไรนั้น คือมาตรา 44 กำหนดให้เอาหนี้ทั้งหมดไปรวบ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการต่อสัญญาชำระหนี้ ซึ่งตอนนี้ เรายังไม่ชำระหนี้ ก็รออยู่ว่า ครม.จะเอาอย่างไร จะเดินต่อหรือไม่ ซึ่งคงจะหารือกับ อนุทิน อีกทีหนึ่ง

“อำนาจของมาตรา 44 ยังไม่หมดนะ เพราะเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่วนจะแก้ไขด้วยการยกเลิกผ่านการออกกฏหมายในสภาฯ หรือไม่ ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย เสนอให้ ครม.อย่างไร ผลก็เป็นเช่นนั้น เพราะมาตรา 44 บอกว่า สุดท้ายถ้าไม่เป็นไปตามที่บอก คือให้รวบหนี้แล้วต่อสัมปทาน ก็ให้กระทรวงมหาดไทยเสนอในทางที่เหมาะสม ให้ ครม.พิจารณาอีกที” ชัชชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ชัชชาติ ปฏิเสธให้ความเห็นว่า กทม.จะเสนอให้ยกเลิกมาตรา 44 หรือไม่ หลังนายกฯ มีบัญชาว่า ให้หน่วยงานต่างๆ พิจารณาคำสั่ง คสช.ที่ไม่จําเป็น พร้อมระบุว่า เป็นแค่ท้องถิ่นเล็กๆ ต้องแล้วแต่ทาง ครม. แต่มาตรา 44 มีศักดิ์เทียบเท่า พ.ร.บ. ฉะนั้น เราก็ต้องปฏิบัติตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการพบปะหารือของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างชื่นมื่น เป็นกันเอง โดยผู้ว่าฯ กทม. นำพวงมาลัยดอกไม้มาแสดงความยินดีกับ อนุทิน พร้อมรายงานการทำงานของ กทม. โดยมี สุทธิพงษ์  จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมหารือด้วย ขณะที่ อนุทิน ได้ทักทาย ชัชชาติ พร้อมกล่าวหยอกล้ออย่างอารมณ์ดีว่า เมื่อวาน ชัชชาติ เข้าพบนายกฯ เป็นแบบพี่น้องกัน แต่วันนี้มาพบแบบเป็นเพื่อนกัน เพราะเป็นเพื่อนเรียนกันมา จนกระทั่งจังหวะที่จะชนหมัด ชัชชาติ บอกว่า “จับมือดีกว่า เดี๋ยวจะไปเหมือนกับนายกรัฐมนตรี” ทั้งคู่จึงได้เปลี่ยนมาจับมือแสดงความยินดี ซึ่ง อนุทิน ได้มอบพระพุทธรูปปางลีลา เป็นที่ระลึกให้แก่ ชัชชาติ ด้วย

จากนั้น อนุทิน ได้แนะนำคณะทำงาน อาทิ ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ย้ายมารับตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำให้ ชัชชาติ บอกว่า “ดีเลย จะได้ประสานทำงานกันอย่างเข้มข้น และที่ผ่านมา กทม.ก็ประสานการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นอย่างดี จากนี้ จะได้เดินหน้าทำงานต่อไป” ทั้งนี้ การหารือของทั้งสองฝ่ายใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์