อีกไม่กี่วันก็จะมีการประชุม บอร์ดคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ แต่จู่ๆ ก็มี เอกสารรายชื่อพยานฮั้วเลือก สว. จำนวน 1,200 คน ของดีเอสไอ หลุดออกมาสู่สาธารณะ แ
ล่าสุดวันนี้ (3 มี.ค.) พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่กังวล ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของเขา ไม่อยากไปยุ่ง พร้อมบอกว่าในฐานะที่เคยเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รู้กระบวนสืบสวนสอบสวนดี จึงไม่ได้รู้สึกตระหนกกับเรื่องนี้
ส่วนเขาจะสืบสวนสอบสวนอย่างไร ขึ้นอยู่กับศิลปะของแต่ละคน แต่ อย่าลืมว่าถ้ามีการให้ข่าวข้อมูลที่เป็นความลับที่ไปพาดพิงถึงบุคคลใดทำให้เขาเสียหาย เขาก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้
ส่วนกรณีที่ สว.สำรอง ยื่นสอบจริยธรรม สว. ที่เข้าชื่อถอดถอน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุว่า ไม่เป็นไร มองว่าเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ และส่วนตัว ไม่รู้ว่าเป็นเกมเอาคืนทางการเมืองหรือไม่ เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมาย
ส่วนการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ที่จะมีการพิจารณาญัตติเกี่ยวกับการพิจารณาปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุว่า เป็นการเปิดกว้างให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง อาจมีคนพูดถึงกรณีที่ดีเอสไอเตรียมเสนอให้รับคดีฮั้วเลือก สว.เป็นคดีพิเศษ เพื่อให้พิจารณาร่วมกันว่ากระบวนการถูกไม่ถูกอย่างไร
ยืนยันไม่ใช่การยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 153 แต่จะต้องฟังความเห็นของที่ประชุมในวันที่ 4 มี.ค.นี้ก่อน เพราะหากเขาไม่ผิดจะไปหาเรื่องเขาทำไม

- ศึกถล่มสีน้ำเงิน! ‘ก๊วน สว.สำรอง’ สบช่องยื่นฟันจริยธรรม
ขณะเดียวกันที่รัฐสภาวันนี้ มีกลุ่มตัวแทนผู้สมัคร สว.กว่า 30 คน ทั้งกลุ่ม สว.สำรอง และผู้สมัคร สว.อื่นๆ นำโดย อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เข้ายื่นหนังสือถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อให้สอบจริยธรรม สว. ที่ร่วมลงชื่อพิจารณาไต่สวนและดำเนินการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
อัครวัฒน์ ระบุว่า การเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล หรือมีพฤติกรรมการจัดตั้งตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ มองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามันไม่เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม มีการรวมกลุ่มกันเข้ามาลงชื่อกัน ทำโพยเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ
“ท่านทั้งหลายคงจะได้ทราบว่าเท่าที่ผ่านมามีคำร้องเป็นจำนวนมาก แต่ผ่านมาแล้วเวลาประมาณ 8 เดือน ไม่ได้มีผลงานอะไรออกมาจาก กกต. เลย ว่าท่านสามารถทำคดีต่างๆที่เกี่ยวกับการเลือก สว. 2567 ลุล่วงไปได้ขนาดไหน เรื่องคุณสมบัติที่ผ่านมา แค่ตรวจสอบเลขใบสมัคร สว.3 ก็ใช้เวลาสิ้นเปลืองอย่างมากมาย เป็นการส่งผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะ สว.เหล่านั้นอาจจะเข้ามาหาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม แล้วเข้ามาอยู่ในกระบวนการการเลือกตั้งสรรหาหน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ มันจะส่งผลให้เกิดเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรมตามกฎหมายของบ้านเมือง”
— อัครวัฒน์ กล่าว
อัครวัฒน์ ย้ำว่า ที่ผ่านมาเราได้ร้องเรียนไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตลอดจนศาลฎีกา สุดท้ายแล้วก็ยังไม่มีผล ส่วนมากจะเป็นเรื่องของการยกคำร้อง ตอนนี้จึงอยากหวังพึ่งดีเอสไอ
แต่กลายเป็นว่า มี สว. กลุ่มหนึ่ง ยื่นหนังสือต่อรัฐสภา เพื่อขอให้ยื่นต่อไปที่ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิด รมว.ยุติธรรม และ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในความผิดตาม ม.157 มองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
“ท่านกำลังขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ อย่างไร พวกเราจึงมาให้ประธานรัฐสภาตรวจสอบจริยธรรมของบุคคลเหล่านั้นว่าสมควรที่จะอยู่ในสภาสูง ที่เรียกว่าสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ที่บอกว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี แต่ในทางกลับกัน พฤติกรรมของท่านก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ของกระทรวงยุติธรรมที่จะดำเนินคดีเปิดโปงในเรื่องการฮั้วเลือก สว. พวกเราพวกเรามาพึ่งประธานรัฐสภา”
— อัครวัฒน์ กล่าว
ส่วนเอกสารหลุดเรื่องโพยพยานคดีฮั้ว สว. 1,200 รายชื่อ กลุ่ม สว.สำรอง มีข้อมูลหรือไม่ อัครวัฒน์ ระบุว่า มีรายละเอียดและข้อมูลว่าแต่ละท่านมีที่มาที่ไปอย่างไร มีใครอยู่ในโพยบ้าง จึงอยากจะขอแจ้งไปยังผู้ร่วมขบวนการทำผิด หากเห็นหรือทราบ จากสื่อต่างๆขอแนะนำ ให้ไปติดต่อที่ ดีเอสไอ ไปเป็นพยานดีกว่า เพราะจะติดนานถ้าสารภาพติดน้อยดังนั้นเป็นพยานดีที่สุด
ส่วนที่ทำให้ 1,200 ชื่อที่หลุดไปในสื่อนั้นไม่ทราบ แต่รู้ว่ากระบวนการนี้ มีการใช้คนจำนวนมากเพื่อบล็อคโหวต มองว่าคนที่เข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ความโปร่งใส ย่อมเป็นธรรมดา เขาไม่มีความร้อนรนกับเรื่องใดๆ ที่จะเกิดขึ้นเพราะความจริง ทำให้เขามีความสบายใจ




