ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลัง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงข่าวผลการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ยืนยันเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นการพูดคุยเฉพาะพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล โดยย้ำว่าจะทำให้เร็วและเหมาะสมที่สุดตามกรอบของกฎหมาย
เช่นเดียวกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ยืนยันว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ ทั้ง 2 พรรคจะพิจารณาร่วมกัน ไม่คำนึงว่าเป็นโควตาของพรรคใดพรรคหนึ่ง และจะไม่เกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันทั้ง 8 พรรค
ล่าสุดวันนี้ (31 พฤษภาคม 2566) จาตุรนต์ ฉายแสง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้ำเจตนารมณ์ 2 หัวหน้าพรรค เรื่องการเลือกประธานสภาฯ ทั้ง 313 เสียงจะเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว จะไม่มีภาพที่ 2 พรรค (เพื่อไทย-ก้าวไกล) ต่างฝ่ายต่างเสนอชื่อเพื่อไปโหวตแข่งกันในสภาฯ
ซึ่งแนวความคิดในการเลือกประธานสภาฯ ของพรรคเพื่อไทย ก็น่าจะตรงกันกับทางพรรคก้าวไกลคือจะไม่ให้ความคิดแตกต่างในเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ มาเป็นอุปสรรคปัญหาต่อการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคุณหมอชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ได้แถลงไปในทิศทางนี้เช่นกัน คือถ้าพรรคไหนไม่ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ขึ้นมาหรือไม่ได้ตามต้องการแล้วก็จะไม่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเดินต่อไม่ได้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่มีภาพแบบนี้เกิดขึ้น
เมื่อหลักการเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าแม้ว่าจะมีเรื่องที่มีความคิดแตกต่างกันพรรคร่วมก็จะต้องหารือและหาทางออกร่วมกันให้ได้ โดยไม่เอามาเป็นอุปสรรคหรือเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาล และยังหมายความว่าจะไม่มีภาพของการที่ 2 พรรค (เพื่อไทย-ก้าวไกล) เสนอชื่อผู้ที่จะเป็นประธานสภาฯ ไปโหวตแข่งกันในสภาฯ ดังนั้นทั้ง 313 เสียงต้องเสนอชื่อผู้ที่จะไปโหวตเป็นประธานสภาฯ เพียงชื่อเดียวเท่านั้น
เช่นเดียวกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ยืนยันว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ ทั้ง 2 พรรคจะพิจารณาร่วมกัน ไม่คำนึงว่าเป็นโควตาของพรรคใดพรรคหนึ่ง และจะไม่เกิดเป็นปัญหาอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันทั้ง 8 พรรค
ล่าสุดวันนี้ (31 พฤษภาคม 2566) จาตุรนต์ ฉายแสง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ย้ำเจตนารมณ์ 2 หัวหน้าพรรค เรื่องการเลือกประธานสภาฯ ทั้ง 313 เสียงจะเสนอชื่อเพียงชื่อเดียว จะไม่มีภาพที่ 2 พรรค (เพื่อไทย-ก้าวไกล) ต่างฝ่ายต่างเสนอชื่อเพื่อไปโหวตแข่งกันในสภาฯ
ซึ่งแนวความคิดในการเลือกประธานสภาฯ ของพรรคเพื่อไทย ก็น่าจะตรงกันกับทางพรรคก้าวไกลคือจะไม่ให้ความคิดแตกต่างในเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ มาเป็นอุปสรรคปัญหาต่อการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคุณหมอชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ได้แถลงไปในทิศทางนี้เช่นกัน คือถ้าพรรคไหนไม่ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ขึ้นมาหรือไม่ได้ตามต้องการแล้วก็จะไม่ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเดินต่อไม่ได้ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่มีภาพแบบนี้เกิดขึ้น
เมื่อหลักการเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าแม้ว่าจะมีเรื่องที่มีความคิดแตกต่างกันพรรคร่วมก็จะต้องหารือและหาทางออกร่วมกันให้ได้ โดยไม่เอามาเป็นอุปสรรคหรือเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาล และยังหมายความว่าจะไม่มีภาพของการที่ 2 พรรค (เพื่อไทย-ก้าวไกล) เสนอชื่อผู้ที่จะเป็นประธานสภาฯ ไปโหวตแข่งกันในสภาฯ ดังนั้นทั้ง 313 เสียงต้องเสนอชื่อผู้ที่จะไปโหวตเป็นประธานสภาฯ เพียงชื่อเดียวเท่านั้น



