‘ชวน’ กรีด ลูกพรรค ควรคำนึงถึงอุดมการณ์สุจริตตั้งแต่รุ่นก่อตั้ง ชี้สัญญาณอันตราย หากร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคเชิดชูคนโกง ฮึ่ม! เจียมตัวได้แค่ 25 เสียง ขนาดภาคใต้ยังแพ้’ประยุทธ์’ ต้องรู้ตัวใครเหมาะนำทัพ กู้หน้า ปชป. แซว ‘ปดิพัทธ์’ แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็น ปธ.สภาฯเอง ติดตลกบอก ‘พิเชษฐ์’ ถึงฤดูทำนา ใครจะหว่านข้าวในสภา แนะวันโหวตนายกฯ ไม่พูดคำสร้อย ประหยัดเวลา เชื่อ ปัญหาองค์ประชุมล่มจะหมดไป ชี้ ตัวปัญหาเป็นรัฐบาลแล้ว
ชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค 9 ก.ค.นี้ ว่า เอาไว้ถามช่วงใกล้ๆ ตนพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเห็นคนชอบพยายามมาออกสื่อและให้สัมภาษณ์ ทำให้มีข้อขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจึงพยายามลดความขัดแย้ง ให้เกียรติทุกคน บางคนพยายามมาสมัครเป็นหัวหน้า เช่น พันโทหญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล สมาชิกพรรค ที่มาหาตนและกรรมการที่พรรค หรือหลายคนเขียนจดหมายมาบอกว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งข้อที่ได้ เห็นชัดคือประชาชนส่งไลน์มาแสดงความห่วงใย ดังนั้นผู้ที่พร้อมและต้องการสมัครจึงไม่อยากออกมาพูดล่วงหน้า ยกเว้น อลงกรณ์ พลบุตร ที่แสดงจุดยืนสมัครชัดเจนและเคยลงสมัครมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นให้ไปรอดูวันเลือก ตนไม่ขอไปล่วงล้ำมากกว่านี้ และไม่ขอกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้มีการเลือกหัวหน้าคนใหม่
ส่วนกรณีที่ลูกพรรคแสดงความเห็นในพื้นที่ส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นเรื่องหัวหน้าพรรคนั้น ชวนกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มี 25 เสียง บัญชีรายชื่อมีเพียง 3 คนเท่านั้น ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ได้มาโดยคะแนนบริสุทธิ์ 900,000 เสียงเท่านั้นเอง แม้กระทั่งในพื้นที่ภาคใต้ยังแพ้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เราต้องประมาณตัวเอง และรู้ตัวว่า คนเลือกเราน้อยแค่ไหน ถ้ารู้สถานการณ์รู้ความจริงอย่างนี้ก็ต้องคิดว่าพรรคจะต้องได้คนประเภทใดมาแก้ปัญหา
ชวน ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมา 77 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 78 ความเชื่อเรื่องเลือกตั้งสุจริต ความเชื่อเรื่องไม่ซื้อเสียง ไม่ควรจะหายไป แม้ว่า สื่อจะมองเรื่องนี้น้อยลงแล้ว ถึงขั้นว่ายุคนี้ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แล้ว ใครชนะเลือกตั้งก็จบ ไม่สนใจว่า จะซื้อเสียงมา ทางนี้ยืนยันว่า หากความเชื่อเหล่านี้ยังมีอยู่ประชาธิปไตย 91 ปีที่ผ่านมา เกือบจะพูดได้ว่า เราไม่ได้ไปสู่เป้าหมาย ตามอุดมคติ เหนือสิ่งอื่นใดพรรค ประชาธิปัตย์ ดำรงสิ่งนี้มายาวนานถึง 77 ปี จึงควรจะรักษาไว้อย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นผู้นำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของ พรรคเราก็หวังว่าเขาจะทบทวนเรื่องอุดมคติของพรรคที่ได้ประกาศไว้ในอดีต
ชวน ยังมองว่า อยากให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ สร้างความเป็นหนึ่งเดียว หลอมรวมและกอบกู้ความเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดว่าต้องรุ่นนั้นรุ่นนี้ บางเรื่องของใหม่ดีกว่าแต่บางเรื่อง ของเก่าที่ดีก็ต้องเก็บรักษาไว้ และตนเคยใช้คำว่าประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต สิ่งเหล่านี้จะเป็นอมตะแต่ในบางช่วงที่เปลี่ยนแปลง และน่าตกใจเหมือนช่วงที่ผ่านมา เราจะรักษาอะไรไว้หรือเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคก็ต้องทำต่อไป แต่ชุดใหม่ก็ควรประกอบไปทุกรุ่นทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต อดีตก็มีความดีงามปรากฏไว้ ไม่มีสิ่งดีงามก็อยู่ไม่ได้ถึง 77 ปี ต้องยอมรับว่า พรรคที่เกิดมาพร้อมกัน ล้มหายตายจาก แล้วมีอันเป็นไปกันหมด ถูกยุบ แต่เราอยู่ได้ ทั้งที่ถูกร้องมา 2 ครั้ง และมีการจ่ายสินบนผู้พิพากษาให้ตั้ง 30 ล้านแต่ท่านไม่รับเพราะเป็นคนตรง กรณีเช่นนั้นอย่างน้อยต้องจ่าย 150 ล้านบาท เพื่อผลที่จะยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมือง ซึ่งถ้าอยากให้เห็นว่าฝ่ายการเมืองส่วนหนึ่ง มีพฤติกรรมฉ้อฉล ขณะที่อีกฝ่าย พยายามยึดความเที่ยงตรง
ส่วนกรณีที่หากในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อนาคตทางการเมืองของชวนจะเป็นอย่างไร ชวนระบุเพียงว่า ตนก็เป็นห่วง ว่า สมาชิกบางส่วนไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่รู้อดีตว่าเป็นอย่างไร ทำให้มองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ตนเห็นด้วยว่าถ้าพรรคตั้งใจ แต่ทุกพรรคก็มีคนดีอยู่ จะไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ และหากบางพรรคยังคงยึดมั่นและเชื่อคนโกงอยู่ ไปร่วมก็อันตราย แต่ทั้งนี้ยืนยันว่า ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น
ชวน ยังให้กำลังพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกโซเชียลโจมตีอยู่ขณะนี้ พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านนั้นมีคนน้อย การที่พลเอกประวิตร มาประชุมด้วยตัวเองก็ต้องขอบคุณ ขออย่าไปจับผิดเลย ทุกคนนั่งนานมีสิทธิ์เมื่อย และ ส.ส. หลายคนกลัวถูกจับผิด ไม่กล้าเข้ามาประชุม หรือถ้าเข้ามาก็รีบออกไป เพราะกลัวสื่อจะจับผิด ขอให้ไปจับผิดเรื่องที่เป็นสาระดีกว่า โดยเฉพาะคนที่ไม่มาประชุม
ชวน ยังมองว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นนั้น หากขานชื่อบุคคลที่ต้องการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว โดยไม่มีคำสร้อย เชื่อว่าจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก เช่น ไม่พูดชื่อตนเองซ้ำ เห็นชอบหรือไม่เห็นด้วย หรือเห็นชอบอย่างยิ่ง ซึ่งเห็นได้จากเมื่อวันประชุมสภาฯ เลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านนั้น เสียเวลาไปหลายชั่วโมง เพราะมีคำว่า บัตรดี เพิ่มขึ้นมา
ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นกี่ครั้งนั้น ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ขอให้ไปถามประธานสภาฯ ถึงแนวปฏิบัติต่อไปจะดีกว่า
ชวน ยังเปิดเผยว่า ได้พูดคุย ได้ยินดีกับวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาฯ และได้ขอให้ลูกน้องดูแลสุขภาพท่าน เพราะวัยสูงอายุ ถ้าไม่แข็งแรง จะทำให้มีปัญหา เนื่องจากต้องนั่งเป็นเวลานาน และเหนื่อยที่สุด คือ การนั่งฟัง เมื่อเสร็จเวรแล้วก็ต้องตามต่อ เพราะไม่รู้ว่าใครจะพูดไรต่อ ก็ขอให้กำลังใจวันมูหะมัดนอร์ ส่วนพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่กล่าววิสัยทัศน์บอกว่าจะทำตามพระบรมราโชวาท และทำตามที่ประธานสภาฯมอบหมาย แต่ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็นประธานเอง แต่หน้าที่ของรองประธานสภาฯ คือ รับมอบหมายจากประธานสภาฯ ถ้าจะทำอะไรที่เป็นพิเศษ จะต้องขออำนาจ หรือขออนุญาตจากประธาน และปฏิบัติภารกิจตามที่สภากำหนดไว้ เพราะถือว่ามีความสำคัญ จะเห็นว่าเป็นงานหนัก ทั้งงานประชุมสภา หน่วยงานภายใน หน่วยงานย่อยที่อยู่ในการดูแลนั้นมีเยอะ ที่ผ่านมา ส่วนตัวได้เน้นย้ำกับเลขาธิการสภาฯ ให้พยายามรักษาศาสนาไว้ตามเดิม แม้ประธานสภาฯจะเป็นมุสลิม รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะเป็นคริสต์ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นพุทธ ก็ตาม
ชวน ยังกล่าวว่า ได้พูดคุยกับพิเชษฐ์ ที่ได้เข้ามาสวัสดี หลังวันโหวตเลือกประธานสภา ซึ่งตนเองได้พูดเล่นกับนายพิเชษฐ์ ว่า ‘ต่อไปถึงหน้าทำนา ใครจะหว่านข้าว ทำนาในสภา’
ชวน ยังมองว่า ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบนั้น น่าจะไม่เป็นปัญหาและน่าจะลดลง เพราะตัวปัญหาได้ไปเป็นรัฐบาลเอง แต่เรื่องสำคัญคือ หัวหน้ารัฐบาลในอนาคต เป็นผู้แทนราษฎร หรือมีหัวหน้าพรรคการเมืองมารับผิดชอบด้วย เช่น พรรคเพื่อไทย ที่มีนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนผู้ที่แข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในสภา แต่มีสมาชิกอยู่ในสภาส่วนหนึ่ง ขณะที่พรรคก้าวไกล สมาชิกอยู่ในสภา ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ เมื่อเวลามีปัญหา ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร จนประธานสภาฯ ต้องทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค ว่าจะส่งผู้แทนมาประชุมกี่คน ที่ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างหนัก เพราะไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว เชื่อปัญหานี้จะหมดไป ความร่วมมือจะดีขึ้น การพูดมากจะลดลง เพราะที่ผ่านมาขอความร่วมมือผู้นำฝ่ายค้านให้ช่วย แต่ทำไม่ได้ แต่ตนเอง ที่เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็เคยทำได้ ครั้งนี้เข้าใจว่า ปัญหานี้จะหมดไป และน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการประชุมราบรื่นมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์ ชวนได้หยิบไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งซึ่งกำลังไลฟ์สดอยู่มาถือแล้วกล่าวขอบคุณ สำหรับ 9 แสนคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์ทำให้ตนได้เข้ามาทำงานในสภาอีกครั้ง
ชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค 9 ก.ค.นี้ ว่า เอาไว้ถามช่วงใกล้ๆ ตนพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเห็นคนชอบพยายามมาออกสื่อและให้สัมภาษณ์ ทำให้มีข้อขัดแย้งโดยไม่จำเป็น ดังนั้นจึงพยายามลดความขัดแย้ง ให้เกียรติทุกคน บางคนพยายามมาสมัครเป็นหัวหน้า เช่น พันโทหญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล สมาชิกพรรค ที่มาหาตนและกรรมการที่พรรค หรือหลายคนเขียนจดหมายมาบอกว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งข้อที่ได้ เห็นชัดคือประชาชนส่งไลน์มาแสดงความห่วงใย ดังนั้นผู้ที่พร้อมและต้องการสมัครจึงไม่อยากออกมาพูดล่วงหน้า ยกเว้น อลงกรณ์ พลบุตร ที่แสดงจุดยืนสมัครชัดเจนและเคยลงสมัครมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นให้ไปรอดูวันเลือก ตนไม่ขอไปล่วงล้ำมากกว่านี้ และไม่ขอกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้มีการเลือกหัวหน้าคนใหม่
ส่วนกรณีที่ลูกพรรคแสดงความเห็นในพื้นที่ส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นเรื่องหัวหน้าพรรคนั้น ชวนกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มี 25 เสียง บัญชีรายชื่อมีเพียง 3 คนเท่านั้น ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ได้มาโดยคะแนนบริสุทธิ์ 900,000 เสียงเท่านั้นเอง แม้กระทั่งในพื้นที่ภาคใต้ยังแพ้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เราต้องประมาณตัวเอง และรู้ตัวว่า คนเลือกเราน้อยแค่ไหน ถ้ารู้สถานการณ์รู้ความจริงอย่างนี้ก็ต้องคิดว่าพรรคจะต้องได้คนประเภทใดมาแก้ปัญหา
ชวน ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมา 77 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 78 ความเชื่อเรื่องเลือกตั้งสุจริต ความเชื่อเรื่องไม่ซื้อเสียง ไม่ควรจะหายไป แม้ว่า สื่อจะมองเรื่องนี้น้อยลงแล้ว ถึงขั้นว่ายุคนี้ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แล้ว ใครชนะเลือกตั้งก็จบ ไม่สนใจว่า จะซื้อเสียงมา ทางนี้ยืนยันว่า หากความเชื่อเหล่านี้ยังมีอยู่ประชาธิปไตย 91 ปีที่ผ่านมา เกือบจะพูดได้ว่า เราไม่ได้ไปสู่เป้าหมาย ตามอุดมคติ เหนือสิ่งอื่นใดพรรค ประชาธิปัตย์ ดำรงสิ่งนี้มายาวนานถึง 77 ปี จึงควรจะรักษาไว้อย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นผู้นำที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของ พรรคเราก็หวังว่าเขาจะทบทวนเรื่องอุดมคติของพรรคที่ได้ประกาศไว้ในอดีต
ชวน ยังมองว่า อยากให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ สร้างความเป็นหนึ่งเดียว หลอมรวมและกอบกู้ความเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดว่าต้องรุ่นนั้นรุ่นนี้ บางเรื่องของใหม่ดีกว่าแต่บางเรื่อง ของเก่าที่ดีก็ต้องเก็บรักษาไว้ และตนเคยใช้คำว่าประเทศรุ่งเรืองเมื่อบ้านเมืองสุจริต สิ่งเหล่านี้จะเป็นอมตะแต่ในบางช่วงที่เปลี่ยนแปลง และน่าตกใจเหมือนช่วงที่ผ่านมา เราจะรักษาอะไรไว้หรือเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคก็ต้องทำต่อไป แต่ชุดใหม่ก็ควรประกอบไปทุกรุ่นทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต อดีตก็มีความดีงามปรากฏไว้ ไม่มีสิ่งดีงามก็อยู่ไม่ได้ถึง 77 ปี ต้องยอมรับว่า พรรคที่เกิดมาพร้อมกัน ล้มหายตายจาก แล้วมีอันเป็นไปกันหมด ถูกยุบ แต่เราอยู่ได้ ทั้งที่ถูกร้องมา 2 ครั้ง และมีการจ่ายสินบนผู้พิพากษาให้ตั้ง 30 ล้านแต่ท่านไม่รับเพราะเป็นคนตรง กรณีเช่นนั้นอย่างน้อยต้องจ่าย 150 ล้านบาท เพื่อผลที่จะยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมือง ซึ่งถ้าอยากให้เห็นว่าฝ่ายการเมืองส่วนหนึ่ง มีพฤติกรรมฉ้อฉล ขณะที่อีกฝ่าย พยายามยึดความเที่ยงตรง
ส่วนกรณีที่หากในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน อนาคตทางการเมืองของชวนจะเป็นอย่างไร ชวนระบุเพียงว่า ตนก็เป็นห่วง ว่า สมาชิกบางส่วนไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่รู้อดีตว่าเป็นอย่างไร ทำให้มองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ตนเห็นด้วยว่าถ้าพรรคตั้งใจ แต่ทุกพรรคก็มีคนดีอยู่ จะไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ และหากบางพรรคยังคงยึดมั่นและเชื่อคนโกงอยู่ ไปร่วมก็อันตราย แต่ทั้งนี้ยืนยันว่า ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น
ชวน ยังให้กำลังพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกโซเชียลโจมตีอยู่ขณะนี้ พร้อมระบุว่า ฝ่ายค้านนั้นมีคนน้อย การที่พลเอกประวิตร มาประชุมด้วยตัวเองก็ต้องขอบคุณ ขออย่าไปจับผิดเลย ทุกคนนั่งนานมีสิทธิ์เมื่อย และ ส.ส. หลายคนกลัวถูกจับผิด ไม่กล้าเข้ามาประชุม หรือถ้าเข้ามาก็รีบออกไป เพราะกลัวสื่อจะจับผิด ขอให้ไปจับผิดเรื่องที่เป็นสาระดีกว่า โดยเฉพาะคนที่ไม่มาประชุม
ชวน ยังมองว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นนั้น หากขานชื่อบุคคลที่ต้องการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว โดยไม่มีคำสร้อย เชื่อว่าจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก เช่น ไม่พูดชื่อตนเองซ้ำ เห็นชอบหรือไม่เห็นด้วย หรือเห็นชอบอย่างยิ่ง ซึ่งเห็นได้จากเมื่อวันประชุมสภาฯ เลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านนั้น เสียเวลาไปหลายชั่วโมง เพราะมีคำว่า บัตรดี เพิ่มขึ้นมา
ส่วนการเลือกนายกรัฐมนตรีจะมีขึ้นกี่ครั้งนั้น ไม่ได้มีกฎหมายห้าม ขอให้ไปถามประธานสภาฯ ถึงแนวปฏิบัติต่อไปจะดีกว่า
ชวน ยังเปิดเผยว่า ได้พูดคุย ได้ยินดีกับวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาฯ และได้ขอให้ลูกน้องดูแลสุขภาพท่าน เพราะวัยสูงอายุ ถ้าไม่แข็งแรง จะทำให้มีปัญหา เนื่องจากต้องนั่งเป็นเวลานาน และเหนื่อยที่สุด คือ การนั่งฟัง เมื่อเสร็จเวรแล้วก็ต้องตามต่อ เพราะไม่รู้ว่าใครจะพูดไรต่อ ก็ขอให้กำลังใจวันมูหะมัดนอร์ ส่วนพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ที่กล่าววิสัยทัศน์บอกว่าจะทำตามพระบรมราโชวาท และทำตามที่ประธานสภาฯมอบหมาย แต่ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 แสดงวิสัยทัศน์เหมือนเป็นประธานเอง แต่หน้าที่ของรองประธานสภาฯ คือ รับมอบหมายจากประธานสภาฯ ถ้าจะทำอะไรที่เป็นพิเศษ จะต้องขออำนาจ หรือขออนุญาตจากประธาน และปฏิบัติภารกิจตามที่สภากำหนดไว้ เพราะถือว่ามีความสำคัญ จะเห็นว่าเป็นงานหนัก ทั้งงานประชุมสภา หน่วยงานภายใน หน่วยงานย่อยที่อยู่ในการดูแลนั้นมีเยอะ ที่ผ่านมา ส่วนตัวได้เน้นย้ำกับเลขาธิการสภาฯ ให้พยายามรักษาศาสนาไว้ตามเดิม แม้ประธานสภาฯจะเป็นมุสลิม รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะเป็นคริสต์ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นพุทธ ก็ตาม
ชวน ยังกล่าวว่า ได้พูดคุยกับพิเชษฐ์ ที่ได้เข้ามาสวัสดี หลังวันโหวตเลือกประธานสภา ซึ่งตนเองได้พูดเล่นกับนายพิเชษฐ์ ว่า ‘ต่อไปถึงหน้าทำนา ใครจะหว่านข้าว ทำนาในสภา’
ชวน ยังมองว่า ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบนั้น น่าจะไม่เป็นปัญหาและน่าจะลดลง เพราะตัวปัญหาได้ไปเป็นรัฐบาลเอง แต่เรื่องสำคัญคือ หัวหน้ารัฐบาลในอนาคต เป็นผู้แทนราษฎร หรือมีหัวหน้าพรรคการเมืองมารับผิดชอบด้วย เช่น พรรคเพื่อไทย ที่มีนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนผู้ที่แข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในสภา แต่มีสมาชิกอยู่ในสภาส่วนหนึ่ง ขณะที่พรรคก้าวไกล สมาชิกอยู่ในสภา ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร ไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ เมื่อเวลามีปัญหา ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร จนประธานสภาฯ ต้องทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรค ว่าจะส่งผู้แทนมาประชุมกี่คน ที่ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างหนัก เพราะไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว เชื่อปัญหานี้จะหมดไป ความร่วมมือจะดีขึ้น การพูดมากจะลดลง เพราะที่ผ่านมาขอความร่วมมือผู้นำฝ่ายค้านให้ช่วย แต่ทำไม่ได้ แต่ตนเอง ที่เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็เคยทำได้ ครั้งนี้เข้าใจว่า ปัญหานี้จะหมดไป และน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการประชุมราบรื่นมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์ ชวนได้หยิบไม้เซลฟี่ที่มีโทรศัพท์มือถือของสำนักข่าวแห่งหนึ่งซึ่งกำลังไลฟ์สดอยู่มาถือแล้วกล่าวขอบคุณ สำหรับ 9 แสนคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์ทำให้ตนได้เข้ามาทำงานในสภาอีกครั้ง



