สัปดาห์นี้ต้องจับตาไปที่ศึกอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งถือเป็นการอภิปรายนัดไฟนอล ส่งท้ายสภาฯ และรัฐบาล แม้จะไม่มีการลงมติ แต่เชื่อว่าน่าจะได้เห็นการอภิปรายชิงไหวชิงพริบกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันแน่นอน เพราะถือเป็นการอภิปรายนัดส่งท้ายก่อนจะเข้าสู่โหมดเลือกตั้งครั้งใหม่
การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย มาในธีม ‘ยุทธการกระชากหน้ากากคนดี’ พรรคก้าวไกล มาในธีม ‘เช็กบิลปรสิต ปิดสวิตช์ 3ป.’ คาดว่าจะใช้เป็นเวทีเปิดข้อมูลโจมตีฝ่ายรัฐบาล โดยหวังผลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม 2566
โดยพุ่งเป้าหมายเปิดแผลรัฐบาล ล็อกเป้าบรรดา ‘บิ๊กเนม’ และคีย์แมนคนสำคัญในขั้วรัฐบาล แม้กฎหมายจะกำหนดให้เป็นการอภิปรายเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะโดยไม่มีการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดก็ตาม แต่รูปแบบลีลาวาทะของผู้อภิปรายคงไม่ยิ่งหย่อนไปจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับประเด็นอภิปรายประเด็นต่างๆ ที่คาดว่าฝ่ายค้านหยิบยกนำมาอภิปรายครั้งนี้ มีทั้งเรื่องเก่าที่ยังมีข้อสงสัย หรือไม่มีการชี้แจงให้สังคมพึงพอใจเท่าที่ควร ซึ่งฝ่ายค้านจะตอกย้ำขุดขึ้นมาอภิปรายให้เป็นประเด็นอีกครั้ง รวมทั้งเรื่องใหม่ อย่างเช่น การปราบปรามการทุจริต กรณีธุรกิจสีเทา ภัยด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี การทุจริตคอร์รัปชัน
เบื้องต้นคาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะเตรียมข้อมูลมาอภิปรายกันไม่น้อยกว่า 20 ประเด็น อาทิ
– กรณีของชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ‘ตู้ห่าว’ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน และเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองใหญ่ถึง 2 พรรค
กรณีหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม ที่ทำธุรกิจก่อสร้างได้นำรถทัวร์ไปให้บริษัทของ นายตู้ห่าว เช่า และกรณี ตู้ห่าว บริจาคเงิน 3 ล้านบาทให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 โยงไปถึงคีย์แมนข้างตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
– กรณีรัฐบาลก่อหนี้สาธารณะเกือบ 10 ล้านล้านบาทจากการกู้เงินตลอดช่วงเวลากว่า 8 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ
– กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีกำลังพลเสียชีวิตและสูญหายรวม 25 นาย
– กรณีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปรากฏชื่อ เอกชัย ขจรบุญถาวร หรือบอส หนึ่งในพี่น้อง 4 บ.ที่เชื่อมโยงกับคดีพนันออนไลน์ ‘มาเก๊า 888’ มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อการเลือกตั้งปี 2562
– กรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้นอมินีถือหุ้นแทนในบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้าประมูลงานก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม และกรณีเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง
– กรณีพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ (นอท) กองสลากพลัส, พ.ต.ท.วสวัตติ์ มุครสกุล หรือ ‘สารวัตรซัว’ และ นายพล จ. ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการฟอกเงิน พนันออนไลน์ และค้ายาเสพติด
– การละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณี น.ส.ทานตะวัน (ตะวัน) ตัวตุลานนท์ และ น.ส.อรวรรณ (แบม) ภู่หงษ์ ประท้วงอดอาหารและน้ำเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว
– การเรียกรับส่วยของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
– ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าและน้ำมัน กระทบต่อต้นทุนการทำธุรกิจ เนื่องจากรัฐประกันรายได้ของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนส่งผลให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับตัวสูงขึ้นมาก เป็นต้น
ในการอภิปราย 2 วันนี้ (15-16 กุมภาพันธ์ 2566) จะใช้เวลาประมาณ 32 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายค้านได้ 24 ชั่วโมง ส่วนรัฐบาลได้ 8 ชั่วโมง ซึ่งฝ่ายค้านได้เตรียมผู้อภิปรายรวม 35 คน
โดยในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะอภิปรายเปิดและเข้าญัตติโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตามด้วยหัวหน้าพรรคและผู้ใช้สิทธิหัวหน้าพรรคประมาณ 5-6 คน
24 ชั่วโมงนับจากนี้ต้องจับตารอดูกันว่าฝ่ายค้านจะสามารถสร้างบาดแผลให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด การอภิปรายครั้งนี้ แม้ไม่ได้จบลงที่การลงมติเพื่อสั่นคลอนเก้าอี้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นสังเวียนสุดท้าย ที่ไม่ต่างอะไรกับการโหมโรง เพื่อช่วงชิงคะแนนนิยมในสมรภูมิเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย มาในธีม ‘ยุทธการกระชากหน้ากากคนดี’ พรรคก้าวไกล มาในธีม ‘เช็กบิลปรสิต ปิดสวิตช์ 3ป.’ คาดว่าจะใช้เป็นเวทีเปิดข้อมูลโจมตีฝ่ายรัฐบาล โดยหวังผลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม 2566
โดยพุ่งเป้าหมายเปิดแผลรัฐบาล ล็อกเป้าบรรดา ‘บิ๊กเนม’ และคีย์แมนคนสำคัญในขั้วรัฐบาล แม้กฎหมายจะกำหนดให้เป็นการอภิปรายเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะโดยไม่มีการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดก็ตาม แต่รูปแบบลีลาวาทะของผู้อภิปรายคงไม่ยิ่งหย่อนไปจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับประเด็นอภิปรายประเด็นต่างๆ ที่คาดว่าฝ่ายค้านหยิบยกนำมาอภิปรายครั้งนี้ มีทั้งเรื่องเก่าที่ยังมีข้อสงสัย หรือไม่มีการชี้แจงให้สังคมพึงพอใจเท่าที่ควร ซึ่งฝ่ายค้านจะตอกย้ำขุดขึ้นมาอภิปรายให้เป็นประเด็นอีกครั้ง รวมทั้งเรื่องใหม่ อย่างเช่น การปราบปรามการทุจริต กรณีธุรกิจสีเทา ภัยด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี การทุจริตคอร์รัปชัน
เบื้องต้นคาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะเตรียมข้อมูลมาอภิปรายกันไม่น้อยกว่า 20 ประเด็น อาทิ
– กรณีของชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ ‘ตู้ห่าว’ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน และเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองใหญ่ถึง 2 พรรค
กรณีหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมต.กลาโหม ที่ทำธุรกิจก่อสร้างได้นำรถทัวร์ไปให้บริษัทของ นายตู้ห่าว เช่า และกรณี ตู้ห่าว บริจาคเงิน 3 ล้านบาทให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 โยงไปถึงคีย์แมนข้างตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
– กรณีรัฐบาลก่อหนี้สาธารณะเกือบ 10 ล้านล้านบาทจากการกู้เงินตลอดช่วงเวลากว่า 8 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ
– กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีกำลังพลเสียชีวิตและสูญหายรวม 25 นาย
– กรณีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ปรากฏชื่อ เอกชัย ขจรบุญถาวร หรือบอส หนึ่งในพี่น้อง 4 บ.ที่เชื่อมโยงกับคดีพนันออนไลน์ ‘มาเก๊า 888’ มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อการเลือกตั้งปี 2562
– กรณีศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้นอมินีถือหุ้นแทนในบริษัทรับเหมาก่อสร้างเข้าประมูลงานก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม และกรณีเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง
– กรณีพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ (นอท) กองสลากพลัส, พ.ต.ท.วสวัตติ์ มุครสกุล หรือ ‘สารวัตรซัว’ และ นายพล จ. ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการฟอกเงิน พนันออนไลน์ และค้ายาเสพติด
– การละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณี น.ส.ทานตะวัน (ตะวัน) ตัวตุลานนท์ และ น.ส.อรวรรณ (แบม) ภู่หงษ์ ประท้วงอดอาหารและน้ำเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว
– การเรียกรับส่วยของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
– ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าและน้ำมัน กระทบต่อต้นทุนการทำธุรกิจ เนื่องจากรัฐประกันรายได้ของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนส่งผลให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับตัวสูงขึ้นมาก เป็นต้น
ในการอภิปราย 2 วันนี้ (15-16 กุมภาพันธ์ 2566) จะใช้เวลาประมาณ 32 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายค้านได้ 24 ชั่วโมง ส่วนรัฐบาลได้ 8 ชั่วโมง ซึ่งฝ่ายค้านได้เตรียมผู้อภิปรายรวม 35 คน
โดยในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ จะอภิปรายเปิดและเข้าญัตติโดยผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ตามด้วยหัวหน้าพรรคและผู้ใช้สิทธิหัวหน้าพรรคประมาณ 5-6 คน
24 ชั่วโมงนับจากนี้ต้องจับตารอดูกันว่าฝ่ายค้านจะสามารถสร้างบาดแผลให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด การอภิปรายครั้งนี้ แม้ไม่ได้จบลงที่การลงมติเพื่อสั่นคลอนเก้าอี้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นสังเวียนสุดท้าย ที่ไม่ต่างอะไรกับการโหมโรง เพื่อช่วงชิงคะแนนนิยมในสมรภูมิเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้




