ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือที่ จ.เชียงราย พบว่า มีทั้งพื้นที่ระดับน้ำยังท่วมสูง และพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว อย่างน้ำหลากจากแม่น้ำกก ที่เคยท่วมคอสะพานฯ บ้านฮ่องอ้อ ต.ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย ลดระดับลงจนรถจักรยานยนต์สัญจรได้ 1 ช่องทาง
ส่วนสะพานแม่ฟ้าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัดเชียงราย สัญจรได้ช่องทางเดียวเช่นกัน แต่สะพานขัวพญามังราย รถทุกชนิดยังผ่านไม่ได้ ส่วนสะพานเฉลิมพระเกียรติ (โรงเรียนเทศบาล 6) ผ่านได้เฉพาะรถ 6 ล้อขึ้นไป และสะพานข้ามแม่น้ำกก บริเวณแขวงทางหลวงเชียงราย รถทุกชนิดยังผ่านไปมาไม่ได้ ขณะที่บริเวณห้าแยกพ่อขุน ถนนพหลโยธิน กลางเขตเทศบาลนครเชียงราย ยังต้องใช้เรือในการสัญจรไปมาแทนรถ
ทางด้าน อ.แม่สาย น้ำยังคงท่วมชุมชนที่อยู่ในที่ลุ่ม เช่น ชุมชนเกาะทราย ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนสายลมจอย ส่วนพื้นที่ตอนบน น้ำลดลงและสามารถใช้รถยนต์หรือจักรยานยนต์ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงมีฝนตก ทุกฝ่ายจึงยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ขณะที่ยังมีชาวบ้านหลายรายไม่สามารถเข้าบ้านเรือนของตัวเองได้ ส่วนผู้ที่ติดอยู่ในที่พักก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
‘กรมอุตุฯ’ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัดช่วง 13-17 ก.ย.
ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 3 (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 13-17 กันยายน 2567)
โดยจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้
วันที่ 13 กันยายน 2567
ภาคเหนือ: จังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ร้อยเอ็ดอำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 14-15 กันยายน 2567
ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรีสระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 16-17 กันยายน 2567
ภาคเหนือ: จังหวัดน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ชุมพร สุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 14-17 ก.ย. 67 บริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าว เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวนี้ไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
‘นายกฯ อิ๊งค์’ ลงพื้นที่ดูน้ำท่วมเชียงรายวันนี้
ในส่วนของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยช่วงเช้า จะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย และรับฟังสถานการณ์ที่ท่าอากาศยานฯ
จากนั้น จะเดินทางต่อไปพื้นที่ อ.แม่สาย เพื่อติดตามสถานการณ์ ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย และพบปะให้กำลังใจผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.แม่สาย ก่อนเดินทางไปมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียราย เพื่อรับฟังสถานการณ์เพิ่มเติมและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อน แล้วเดินทางกลับในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน




