‘กฎหมายประชามติ’ ประกาศใช้เป็นผลดีต่อ ‘กมธ.แก้ รธน.’

22 ต.ค. 2568 - 19:04

  • ‘ชลน่าน’ เผย ‘กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ’ เดินหน้าทำงานต่อหลัง ‘พ.ร.บ.ประชามติ’ มีผลบังคับใช้

  • คาดกระบวนการพิจารณาแล้วเสร็จตามไทม์ไลน์ ส่งรัฐสภาโหวตวาระสอง 18-19 พ.ย.

  • ชี้หากเป็นไปตามกำหนด อาจจัดประชามติคู่วันเลือกตั้ง 29 มี.ค. 69

‘กฎหมายประชามติ’ ประกาศใช้เป็นผลดีต่อ ‘กมธ.แก้ รธน.’

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ ให้ความเห็นกรณีที่ “พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568”มีผลบังคับใช้ในวันนี้ (22 ต.ค.) ว่า เป็นผลดีกับการทำงานของ กมธ. เพราะทำให้ กมธ.มีเวลาพิจารณาเนื้อหาได้รอบคอบมากขึ้น

ทั้งนี้ ในการประชุม กมธ. ได้ยกประเด็นขึ้นมาหารือพร้อมกับกรอบไทม์ไลน์การทำงาน เห็นว่าจะยึดกรอบการทำงานเดิม เพื่อเร่งรัดการทำงานให้เสร็จ และจะเสนอร่างแก้ไขให้ที่ประชุมรัฐสภาในช่วงการประชุมสมัยวิสามัญ วันที่ 18-19 พ.ย.นี้ และหลังจากนั้นต้องพักไป 15 วัน ก่อนจะกลับมาโหวตในวาระสามในช่วงต้นเดือน ธ.ค. เมื่อสภาฯ เปิดสมัยประชุมแล้ว

ดังนั้น หากเป็นไปตามกำหนด จะทำให้การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง 29 มี.ค. 2569 เพราะมีระยะเวลาเพียงพอตามที่กฎหมายประชามติกำหนดกรอบเวลา ที่ว่า “ไม่เร็วกว่า 60 วัน แต่ไม่เกิน 150 วัน”

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อไปว่า “ในการทำงานของ กมธ. ได้ตั้งคณะทำงานสรุปประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาจัดทำข้อเสนอแต่ละประเด็นส่งให้ กมธ.พิจารณา เช่น ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญ ว่ามีที่มาอย่างไร และจะทำข้อเสนอเป็นทางเลือก อย่างไรก็ดี ในรายละเอียดที่มีอยู่ในฉบับของพรรคประชาชนที่ใช้เป็นร่างหลัก แต่สามารถปรับได้ หาก กมธ.เสียงข้างมากเห็นชอบตามข้อเสนอในรูปแบบอื่น”

กับประเด็นที่คณะทำงานต้องพิจารณา มีไม่มากนัก เช่น รูปแบบ ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ต้องพิจารณาข้อสุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรง รวมถึงการบรรจุเนื้อหาสาระ เงื่อนไขสำคัญ นอกจากนั้นคือกรอบเวลาของการจัดทำ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และขั้นตอนการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่สภาร่างรัฐธรรมนูญทำแล้วเสร็จ โดยคณะทำงานจะนัดประชุมหารือในวันที่ 28 ต.ค.นี้ ก่อนจะเสนอให้ กมธ.พิจารณาเนื้อหาครั้งถัดไปที่นัดประชุมในวันที่ 30 ต.ค.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์