'เบญจพร สุขสว่าง' ตัวแทนประชาชน จังหวัดชลบุรี ที่ถูกแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษจากกรณีเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ในความผิดฐาน เปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งหีบบัตรเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และความผิดฐานบุกรุก กล่าวว่า กราบขออภัย ผู้ที่มีอุดมการณ์ทุกท่าน หลายท่าน อาจจะมองว่าสิ่งที่ตนทํา อาจจะทําให้ความตั้งใจนั้นล้มเหลว เบื้องต้นขอโทษและขอยืนยันเจตนารมณ์ของตน ว่าตนเข้าไปเพื่อชี้ให้ประชาชนและสื่อมวลชนเห็น ว่ากล่องใส่บัตรเลือกตั้งนั้น มันไม่ได้ถูกปิดไว้จริงๆ และตนไม่ได้ทําอะไรกับเอกสารด้านในเลย และที่บางท่านกังวลใจว่าการกระทําแบบนี้จะทําให้กกต.มาเล่นงานเรา แล้วอาจจะใช้ข้อกฎหมายสั่งให้ไม่นับคะแนนใหม่ก็ได้
เบญจพร กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนของพรรคประชาชน ไม่เคยรู้จักกับ 'วิโรจน์ ลักขณาอดิศร' และ 'เบญจา แสงจันทร์' ส่วน 'วรท' ศิริรักษ์ เป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 จึงรู้จักเพราะเคยเจอตอนหาเสียง รวมถึงชี้แจงเรื่องเสื้อ นับใหม่ ก็มีร้านทำมาให้ไม่ได้จัดทำกันเอง
ด้าน 'นรเศรษฐ์ นาหนองตูม' ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การรวมตัวกันของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่สามารถทําได้ตามรัฐธรรมนูญ และการติดตามการนับคะแนนครั้งนี้ได้มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นสิทธิตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่พลเมืองไทย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 51 ประชาชนชาวไทยมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ ที่รวมถึงการตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การใช้สิทธิ์ แต่เป็นการทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเข้าไปเปิดหีบเลือกตั้งนั้นมีความผิดจนนํามาสู่การแจ้งความ พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 104 กําหนดไว้ในกรณีมีการปิดหีบแล้ว ถ้าไม่ให้ผู้ใดทําการเปิด ทําลาย หรือทําให้สูญหาย แต่ตัวกฎหมายแม่ไม่ได้กําหนดนิยามคําว่าปิดไว้ว่าอย่างไร จึงต้องไปดูกฎหมายลูก คือระเบียบคณะกรรมการการเลือก ข้อ 180 กําหนดเรื่องขั้นตอนการปิดหีบไว้ว่า
- ต้องมีการปิดหีบ
- ก็มีกระดาษเทปกาวซีลบริเวณขอบ
- ต้องมีการนําสายรัดหรือสิ่งแทนสายรัดไปคล้องไว้บริเวณหีบ
- ต้องมีการลงรายชื่อกํากับในสายรัดนั้น จึงจะถือว่าเป็นการปิดหีบโดยชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งในกรณีของเบญจพรที่เดินเข้าไปในที่เก็บหีบ พบว่ายังไม่ได้มีการทำตามทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ ถือว่ายังไม่เป็นการปิดหีบเลือกตั้งที่ถูกต้อง คําถามคือเมื่อไม่ได้มีการปิดหีบให้ถูกต้องแล้วความผิดเป็นของใคร เป็นของคนที่เข้าไปพิสูจน์ความจริงหรือเป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ต้องทําให้ถูกต้อง
"เมื่อยังไม่มีการปิดหีบตามขั้นตอนของคณะกรรมการเลือกตั้ง การเพียงแค่เดินเข้าไป แล้วเปิดให้ดูว่าหีบไม่ได้ถูกปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา104 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกันด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร"
— นรเศรษฐ์ กล่าว
นรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า และเมื่อผู้ต้องหายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี เจ้าหน้าที่ตํารวจสามารถออกหมายเรียกในการดําเนินคดีได้เลย ไม่จําเป็นต้องออกหมายจับบุคคลที่ทําตามสิทธิ์เพื่อพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันนี้เราจะเดินทางไปที่สถานีตํารวจภูธรเมืองชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเราไม่มีเจตนาจะหลบหนี และในเมื่อเรื่องที่เราถูกแจ้งความนั้นไม่เป็นความจริง จะไปแจ้งความ เพื่อดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ในข้อหาแจ้งความเท็จ รวมถึงไปติดตามความคืบหน้าที่ก่อนหน้านี้ มีประชาชนในเขต 1 ชลบุรี แจ้งความเจ้าหน้าที่ในมาตรา 157 ไว้ ว่าถึงไหน ระหว่างคดีที่เจ้าหน้าที่ร้องประชาชน หรือประชาชนฟ้องรัฐอันไหนเร็วกว่ากัน




