นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอบกลับว่ามีความพร้อมอภิปรายตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป
“ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านและผู้เสนอญัตติมองว่า เป็นเวลาที่เนิ่นนานเกินกว่าเหตุที่จำเป็น ขณะที่ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วยว่า อภิปรายไม่คงรเกิน 1 เดือนเมื่อเสนอญัตติไปแล้ว พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายครอบคลุมทุกเนื้อหาและเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม ยาเสพติด ทุนจีนสีเทา แต่งตั้งโยกย้ายส่วนราชการ โดยมอบหมายหน้าที่ให้ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ดูเนื้อสาระอภิปราย ตั้งเป้าอยากได้เวลาไม่ต่ำว่า 22 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา” นพ.ชลน่าน กล่าว
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเพราะการอภิปรายครั้งสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนลงมติในคูหาเลือกตั้ง จะขอถอดหน้ากากคนดี ให้เห็นว่าคนดีที่แท้จริงคิดอะไร ส่วนบุคคลผู้อภิปรายของพรรคต้องถูกคัดเลือก ไม่ได้ในนามสมัครใจ บุคคลที่ถูกคัดเลือกจะอภิปรายประเด็นที่เป็นประโยชน์ในการเสนอปัญหาให้ ครม.
เมื่อถามว่า กลัวรัฐบาลชิงยุบสภาฯ ก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นประเด็นที่วิตกพอสมควร เพราะช่วงที่กำหนดวันอภิปรายทิ้งเวลาเนิ่นนาน เกรงว่าจะหนีอภิปราย มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะยุบสภาฯ ก่อน 15 กุมภาพันธ์ จริงหรือไม่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหลังวันที่ 6 กุมภาพันธ์ หาก ส.ส.ยังคงทำหน้าที่ต่อ โอกาสยุบสภาฯ มีสูง แต่ถ้าช่วงเวลาช่วงนั้น ส.ส.ลาออกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือที่ย้ายพรรค โอกาสอยู่ครบเทอมเป็นไปได้สูง
“ได้ข่าวมาว่ามีการดูฤกษ์งามยามดีในการยุบสภาฯ เพื่อให้ได้กลับมาสืบทอดอำนาจอีก คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 24 กุมภาพันธ์ และ 7 มีนาคม หากตรงตามข่าวว่าจะมีการยุบสภาฯ ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่เป็นวันแห่งความรัก ซึ่งวันดังกล่าวอาจจะกลายเป็นวันแห่งการเกลียดแทน ต่อให้พวกท่านถือฤกษ์งามยามดี แต่ประชาชนจะพิพากษาพวกท่านในคูหาเลือกตั้ง” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นการชิงความได้เปรียบของรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “เป็นการชิงความได้เปรียบอย่างแน่นอน แต่เราก็ดีใจกับประชาชนได้เงินเพิ่มในภาวะวิกฤตที่รัฐบาลสร้างไว้แบบนี้ แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าเงินที่ได้คือภาษีอากรของเขาเอง และทำไมเพิ่งมาได้ตอนนี้ทั้งที่เขายากลำบากมาก่อนหน้านี้ การอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น แต่ไม่สามารถเอาเปรียบประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีไม่ได้”
เมื่อถามถึงกรณี แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร ประกาศพร้อมจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.ชลน่าน กล่าวว่า แพทองธาร พูดโดยหลักการ ยังไม่รู้เลยว่าประชาชนจะมอบอำนาจให้ใคร เราจะจับมือกับประชาชนก่อน ถ้าประชาชนมอบอาณัติให้เรา 250 เสียงขึ้นไป ก็จะสามารถตั้งรัฐบาลของประชาชนได้อย่างแน่นอน
“โดยเราจะร่วมมือกับพรรคที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เป็นหลัก ต้องดูเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคนั้นๆ และถ้าจะจับกับพรรคใดต้องถามประชาชนก่อน และพรรคที่จะจับต้องเป็นพรรคที่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนและเป็นนั่งร้านให้กับเผด็จการ”
เมื่อถามย้ำว่า เวลานี้พรรคพลังประชารัฐ มีอุดมการณ์เดียวกันกับพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ก็ต้องถามกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐ มีอุดมการณ์เดียวกันหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนจะรู้”
“ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านและผู้เสนอญัตติมองว่า เป็นเวลาที่เนิ่นนานเกินกว่าเหตุที่จำเป็น ขณะที่ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วยว่า อภิปรายไม่คงรเกิน 1 เดือนเมื่อเสนอญัตติไปแล้ว พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายครอบคลุมทุกเนื้อหาและเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม ยาเสพติด ทุนจีนสีเทา แต่งตั้งโยกย้ายส่วนราชการ โดยมอบหมายหน้าที่ให้ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ดูเนื้อสาระอภิปราย ตั้งเป้าอยากได้เวลาไม่ต่ำว่า 22 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมา” นพ.ชลน่าน กล่าว
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเพราะการอภิปรายครั้งสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนลงมติในคูหาเลือกตั้ง จะขอถอดหน้ากากคนดี ให้เห็นว่าคนดีที่แท้จริงคิดอะไร ส่วนบุคคลผู้อภิปรายของพรรคต้องถูกคัดเลือก ไม่ได้ในนามสมัครใจ บุคคลที่ถูกคัดเลือกจะอภิปรายประเด็นที่เป็นประโยชน์ในการเสนอปัญหาให้ ครม.
เมื่อถามว่า กลัวรัฐบาลชิงยุบสภาฯ ก่อนหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นประเด็นที่วิตกพอสมควร เพราะช่วงที่กำหนดวันอภิปรายทิ้งเวลาเนิ่นนาน เกรงว่าจะหนีอภิปราย มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะยุบสภาฯ ก่อน 15 กุมภาพันธ์ จริงหรือไม่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหลังวันที่ 6 กุมภาพันธ์ หาก ส.ส.ยังคงทำหน้าที่ต่อ โอกาสยุบสภาฯ มีสูง แต่ถ้าช่วงเวลาช่วงนั้น ส.ส.ลาออกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือที่ย้ายพรรค โอกาสอยู่ครบเทอมเป็นไปได้สูง
“ได้ข่าวมาว่ามีการดูฤกษ์งามยามดีในการยุบสภาฯ เพื่อให้ได้กลับมาสืบทอดอำนาจอีก คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 24 กุมภาพันธ์ และ 7 มีนาคม หากตรงตามข่าวว่าจะมีการยุบสภาฯ ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่เป็นวันแห่งความรัก ซึ่งวันดังกล่าวอาจจะกลายเป็นวันแห่งการเกลียดแทน ต่อให้พวกท่านถือฤกษ์งามยามดี แต่ประชาชนจะพิพากษาพวกท่านในคูหาเลือกตั้ง” นพ.ชลน่าน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นการชิงความได้เปรียบของรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “เป็นการชิงความได้เปรียบอย่างแน่นอน แต่เราก็ดีใจกับประชาชนได้เงินเพิ่มในภาวะวิกฤตที่รัฐบาลสร้างไว้แบบนี้ แต่เชื่อว่าประชาชนรู้ว่าเงินที่ได้คือภาษีอากรของเขาเอง และทำไมเพิ่งมาได้ตอนนี้ทั้งที่เขายากลำบากมาก่อนหน้านี้ การอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น แต่ไม่สามารถเอาเปรียบประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีไม่ได้”
เมื่อถามถึงกรณี แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร ประกาศพร้อมจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นพ.ชลน่าน กล่าวว่า แพทองธาร พูดโดยหลักการ ยังไม่รู้เลยว่าประชาชนจะมอบอำนาจให้ใคร เราจะจับมือกับประชาชนก่อน ถ้าประชาชนมอบอาณัติให้เรา 250 เสียงขึ้นไป ก็จะสามารถตั้งรัฐบาลของประชาชนได้อย่างแน่นอน
“โดยเราจะร่วมมือกับพรรคที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้เป็นหลัก ต้องดูเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคนั้นๆ และถ้าจะจับกับพรรคใดต้องถามประชาชนก่อน และพรรคที่จะจับต้องเป็นพรรคที่เคารพหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนและเป็นนั่งร้านให้กับเผด็จการ”
เมื่อถามย้ำว่า เวลานี้พรรคพลังประชารัฐ มีอุดมการณ์เดียวกันกับพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ก็ต้องถามกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐ มีอุดมการณ์เดียวกันหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนจะรู้”



