กระตุก ‘ส.ว.’ รับฟังเสียงประชาชน

17 พ.ค. 2566 - 13:31

  • ‘ชลน่าน’ ย้ำเงื่อนไขจัดตั้งรัฐบาลให้เกียรติ ‘ก้าวไกล’ จัดการ

  • เปรียบ ‘เพื่อไทย’ เป็นเจ้าสาว แต่ไม่มีการเรียกสินสอด

  • พร้อมจี้ ส.ว. ฟังฉันทามติจากประชาชน

Chonnan_calls_on_senators_to_accept_the_majority_of_the_people_SPACEBAR_Hero_dd29360c22.jpeg
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล นัดประชุมหารือในการจัดตั้งรัฐบาล ช่วงเย็นวันนี้ (17 พ.ค.) ว่า เป็นการประสานงานพูดคุยกัน ซึ่งเริ่มจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่าจะมีการติดต่อประสานมาที่ทางพรรคเพื่อไทย และทางพรรคเพื่อไทย ได้รับการติดต่อประสาน ซึ่งเป็นการพูดคุยนอกรอบ ทั้งนี้ ได้มีการมอบให้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พบปะพูดคุยกับเลขาพรรคก้าวไกล กันเบื้องต้นแล้ว  

“เป็นการประชุมร่วม 6 พรรค ซึ่งประเด็นในข้อหารือ หรือกระบวนการวิธีการต่างๆ เราให้สิทธิ์ และให้เกียรติกับพรรคก้าวไกล ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นผู้กำหนด ฉะนั้น ประเด็นที่จะพูดคุยกัน ทางพรรคก้าวไกลจะเป็นผู้กำหนดว่าเขาต้องการอะไร หรือลงลึกขนาดไหน เพราะถือว่าเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการในระดับพรรคเป็นครั้งแรก” นพ.ชลน่าน กล่าว   

เมื่อถามย้ำว่า เบื้องต้น พรรคเพื่อไทยได้ตั้งเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.ชลน่าน ย้ำว่า ประเด็นข้อหารือ หรือเงื่อนไขต่างๆ เป็นหน้าที่หลักของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่จะเป็นผู้เสนอ เราไม่มีเงื่อนไขเก็บไว้เพื่อที่จะไปต่อรอง เราจะรู้ข้อเสนอในสิ่งที่พรรคแกนนำจัดทำมาว่า เขาทำมาอย่างไรเอาตรงนั้นเป็นตัวตั้ง ส่วนรายละเอียดที่เราจะรับได้หรือไม่นั้น เป็นรายละเอียดเชิงลึกที่ต้องพูดคุยกัน  

ส่วนกรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่เป็นตัวแปรในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นพ.ชลน่าน มองว่า แม้ความเห็นของ ส.ว. จะมีหลากหลาย แต่สิ่งที่สำคัญและตนเห็นด้วยคือสิ่งที่ พิธา แถลงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นฉันทามติ และอาณัติจากพี่น้องประชาชนที่มอบหมายให้ฝ่ายประชาธิปไตยจำนวน 300 กว่าเสียง ซึ่งขณะนี้ 310 เสียง ก็ถือว่าเป็นเสียงข้างมาก ฉะนั้น ก็ควรเป็นไปตามหลักการ นั่นหมายความว่า ส.ว. เห็นควรจะต้องยอมรับเสียงข้างมากของประชาชน  

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกล รวบรวมเสียงไม่ได้ พรรคเพื่อไทย จะช่วยพรรคก้าวไกล ในการเดินขอคะแนนเสียงหรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า ถือเป็นตัวเลือกในอีกแนวทางหากได้เสียง ส.ว. ไม่พอ แต่ข้อเท็จจริงจะเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือไม่คงต้องรอดู เพราะมีเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ทั้งนี้ หากเราตัดสินใจเข้าร่วมแล้วก็ต้องช่วยกัน ทำให้งานแต่งในครั้งนี้สัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเจรจากับ ส.ว. หรือ ส.ส. ที่เขามาโหวต โดยฟากฝั่งของ ส.ส. นั้น หลักการโดยทั่วไปคือ ไม่มีของฟรีในโลก โดยเฉพาะระบบการเมือง ถ้าเขาจะโหวตให้ เขาก็ต้องมีเงื่อนไขที่เขาจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ คือ การร่วมรัฐบาลไปพลักดันนโยบาย 

เมื่อถามว่า 310 เสียงก็พอต่อการตั้งรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งและเหมาะสมที่สุด โดยมองว่าหากมากไปกว่านี้ จะซ้ำรอยรัฐบาล 377 เสียง ในสมัยพรรคไทยรักไทย จนทำให้อีกฝั่งใช้วาทกรรมเผด็จการรัฐสภาในการนำมาเป็นต่อรองเชิงอำนาจ พร้อมมองว่า ไม่มีโอกาสเพื่อไทย จะไปจับขั้วกับฝ่ายรัฐบาลปัจจุบัน หากไม่ได้จับมือกับพรรคก้าวไกล ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทย ไม่จับมือกับพรรคก้าวไกล ทางพรรคก้าวไกล ก็จะขยับไม่ได้เลย แต่เรายอมรับฉันทามติของพี่น้องประชาชน เราไม่มีเงื่อนไขใดๆ  

“แม้เราจะเป็นเจ้าสาวสวยๆ แต่เราไม่เคยกำหนดว่าจะต้องเอาสินสอดทองหมั้นจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่เคยเสนอก่อน เราเพียงแค่บอกว่าคุณก็เสนอมาสิ เราจะดูว่าเหมาะสมกับเราหรือไม่ เท่านั้นเอง” นพ.ชลน่าน กล่าว  

เมื่อถามว่า มองว่างานแต่งในครั้งนี้จะสำเร็จภายในระยะเวลา 3 เดือนนี้หรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า ดูจากความจำเป็นแล้วก็ควรสำเร็จเพื่อประเทศชาติและประชาชน หากช้าไปอีกก็จะมีแต่ความเสียหาย ทุกฝ่ายต้องการความสงบ ซึ่งความสงบต้องช่วยกันสร้าง ยกเว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการที่จะให้เกิดความไม่สงบ เพื่อใช้เป็นร่องรอยของการใช้อำนาจ ซึ่งเราต้องระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของเขา  

เมื่อถามย้ำว่า จะเกิดสถานการณ์จนทำให้เกิดสุญญากาศในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ แม้จะได้เสียงมาท่วมท้น นพ.ชลน่าน ตอบว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะทุกอย่างมีทางออก หากอ้างจากคำให้สัมภาษณ์ของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ทุกอย่างมีทางออก ขอเพียงทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน อย่างเราก็ชัดเจน และพร้อมว่าจะช่วยกันประคับประครองอุ้มชู  

“เราพร้อมจะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้ ส่วนคนที่ใส่ร้ายเราว่า ถือมีดซ่อนข้างหลัง ก็ขอเถอะครับ นั่นเป็นการทำลายมากกว่า เพราะเราโดนกระหน่ำมาทุกด้าน ทั้งกระแส และกระสุน” นพ.ชลน่าน กล่าว  

ส่วนที่ วิษณุ แนะนำให้ไปคุยกับ ส.ว.นั้น นพ.ชลน่าน มองว่า ความคิดเห็นส่วนตัวเป็นอีกประเด็น เราไม่ห้ามว่าคุณจะเลือกด้วยวิธีคิดแบบใด ยึดหลักการไว้ก่อน แล้วคุณค่อยโหวตให้เหมือนสมัยปี 2562 หากคุณจะมองว่า เจ้าบ่าว หรือเจ้าสาวไม่มีคุณสมบัติ คุณก็ต้องอธิบายเรื่องนี้ได้ สังคมประชาธิปไตยอยู่ด้วยเหตุและผล ดังนั้น เราต้องใช้เสียงข้างมากมาตัดสิน  

“สิ่งที่พรรคก้าวไกลคิดขึ้นมา และจะยื่นข้อเสนอมา นั่นคือเครื่องมือที่จะบ่งบอกว่า ข้อตกลงร่วมที่จะมีประจักษ์พยานเป็นประชาชนที่เขาต้องรับรู้ และคนที่มีหน้าที่โหวตเลือกนายกฯ ต้องไปดู และพิจารณาว่าสิ่งที่รัฐบาลจะสร้างมีอะไร หากเขารับไม่ได้ ก็เป็นคำตอบในตัวของมันเอง” นพ.ชลน่าน กล่าว   

นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ไม่ขอให้ความเห็นกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับบ้านภายหลังการเลือกตั้ง พร้อมอ้างว่า สิ่งที่ ทักษิณ พูดนั้นชัดอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย จะเป็นหรือไม่เป็นรัฐบาล ซึ่งขณะนี้เป็นรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งรักษาการอยู่ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์