นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประเด็นถกเถียงเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ในขณะนี้ว่า ข้อเท็จจริงเรามีกระบวนการพูดคุยเจรจาอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อยุติ หรือข้อตกลงร่วมกัน โดยสรุปแต่ละพรรคก็ไปคุยกันในพรรคของตัวเอง เพราะฉะนั้น ข่าวที่ได้รับมา ก็จะเป็นลักษณะเนื้อในของแต่ละคณะทำงาน ส่วนวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เป็นเพียงการนัดหมายประชุมของหัวหน้า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ โดยปกติจะไม่นำวาระของการเจรจามาร่วมประชุม เพื่อต่อรองตำแหน่งต่างๆ ทางการเมือง เว้นแต่ว่ามีข้อสรุปแล้ว เพราะฉะนั้น วันนั้นหากยังไม่มีข้อสรุป ก็ยังจะไม่มีการแจ้งความคืบหน้าแต่อย่างใด
เมื่อถามถึงกรณีที่เลขาธิการพรรคก้าวไกล ออกมาให้สัมภาษณ์ลักษณะขอบคุณที่พรรคเพื่อไทย ยอมถอยในเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ นั้น นพ.ชลน่าน ตอบว่า เมื่อวาน (18 มิ.ย. 2566) เราได้ให้ตัวแทนของคณะเจรจาได้พูดคุยกัน ในส่วนของพรรค ที่อาจจะมีการพูดถึงหลักการว่าพรรคเพื่อไทยเองก็ยินดีหากสิทธิ์ของประธานสภาฯ จะให้เป็นของพรรคอันดับหนึ่ง ส่วนที่พรรคเพื่อไทย จะได้ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ทั้งสองคน ก็เป็นเพียงหลักการที่เสนอเหมือนกัน
“โดยสรุป กับพรรคก้าวไกลยังไม่ได้เจรจากัน แต่เป็นเพียงการพูดกันภายในพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคอันดับสอง ซึ่งเสียงไม่ได้ต่างกันมาก ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ก็ควรจะเป็นของพรรคอันดับสอง ก็เป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ส่วนพรรคก้าวไกล จะรับหลักการเอาไปพิจารณาอย่างไร ก็แล้วแต่พรรคก้าวไกล แต่ทั้งนี้ ยังเป็นเพียงการพูดคุยภายในพรรค” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า จะต้องได้ข้อยุติในที่ประชุม ส.ส. วันที่ 21 มิถุนายนนี้ หรือไม่นั้น นพ.ชลน่าน ตอบว่า ส.ส.ของพรรคต้องมีวินัย เมื่อได้มติที่ชัดเจนของคณะบริหารที่กำหนดทิศทางของพรรค เราก็ต้องมีมติร่วมกัน ส่วนที่ อดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของพรรคด้วยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เป็นสิทธิ์ของสมาชิกที่จะถามหรือปรึกษาหารือด้วยเหตุด้วยผล
เมื่อถามว่า ยังมีว่าที่ ส.ส.หลายคน ที่มองว่าหัวหน้าพรรค เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ นพ.ชลน่าน ปฏิเสธตอบคำถาม ระบุเพียงว่า ตนมีส่วนได้ส่วนเสียจึงไม่ขอตอบ
ส่วนเมื่อถามว่า ข้อเสนอในตำแหน่งรองประธานสภาฯ 2 คนนั้น เพื่อไทยได้มีบุคคลที่มีความพร้อมเตรียมไว้แล้วหรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า พรรคเพื่อไทยเรามีบุคคลไว้พร้อมอยู่แล้ว
อีกด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เมื่อเห็นรายละเอียดการรับรอง ส.ส.ที่ชัดเจนแล้ว ก็จะเริ่มกระบวนการในการหารือเกี่ยวกับประธานสภาฯ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำที่จะนัดหารือกันเข้ามา
เมื่อถามถึงกรณีที่เลขาธิการพรรคก้าวไกล ออกมาให้สัมภาษณ์ลักษณะขอบคุณที่พรรคเพื่อไทย ยอมถอยในเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ นั้น นพ.ชลน่าน ตอบว่า เมื่อวาน (18 มิ.ย. 2566) เราได้ให้ตัวแทนของคณะเจรจาได้พูดคุยกัน ในส่วนของพรรค ที่อาจจะมีการพูดถึงหลักการว่าพรรคเพื่อไทยเองก็ยินดีหากสิทธิ์ของประธานสภาฯ จะให้เป็นของพรรคอันดับหนึ่ง ส่วนที่พรรคเพื่อไทย จะได้ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ทั้งสองคน ก็เป็นเพียงหลักการที่เสนอเหมือนกัน
“โดยสรุป กับพรรคก้าวไกลยังไม่ได้เจรจากัน แต่เป็นเพียงการพูดกันภายในพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคอันดับสอง ซึ่งเสียงไม่ได้ต่างกันมาก ตำแหน่งรองประธานสภาฯ ก็ควรจะเป็นของพรรคอันดับสอง ก็เป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น ส่วนพรรคก้าวไกล จะรับหลักการเอาไปพิจารณาอย่างไร ก็แล้วแต่พรรคก้าวไกล แต่ทั้งนี้ ยังเป็นเพียงการพูดคุยภายในพรรค” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า จะต้องได้ข้อยุติในที่ประชุม ส.ส. วันที่ 21 มิถุนายนนี้ หรือไม่นั้น นพ.ชลน่าน ตอบว่า ส.ส.ของพรรคต้องมีวินัย เมื่อได้มติที่ชัดเจนของคณะบริหารที่กำหนดทิศทางของพรรค เราก็ต้องมีมติร่วมกัน ส่วนที่ อดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมของพรรคด้วยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เป็นสิทธิ์ของสมาชิกที่จะถามหรือปรึกษาหารือด้วยเหตุด้วยผล
เมื่อถามว่า ยังมีว่าที่ ส.ส.หลายคน ที่มองว่าหัวหน้าพรรค เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ นพ.ชลน่าน ปฏิเสธตอบคำถาม ระบุเพียงว่า ตนมีส่วนได้ส่วนเสียจึงไม่ขอตอบ
ส่วนเมื่อถามว่า ข้อเสนอในตำแหน่งรองประธานสภาฯ 2 คนนั้น เพื่อไทยได้มีบุคคลที่มีความพร้อมเตรียมไว้แล้วหรือไม่ นพ.ชลน่าน ตอบว่า พรรคเพื่อไทยเรามีบุคคลไว้พร้อมอยู่แล้ว
อีกด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เมื่อเห็นรายละเอียดการรับรอง ส.ส.ที่ชัดเจนแล้ว ก็จะเริ่มกระบวนการในการหารือเกี่ยวกับประธานสภาฯ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำที่จะนัดหารือกันเข้ามา




