ย้ำไร้ดีลลับ ‘เศรษฐา-อนุทิน’ โผล่ดูฟุตบอล

29 พ.ค. 2566 - 15:24

  • ‘ชลน่าน’ ย้ำหนักแน่น ไร้ดีลลับตั้งรัฐบาล หลัง มีภาพ ‘เศรษฐา-อนุทิน’ ดูฟุตบอลที่อังกฤษ

  • คาดประชุมพรรคร่วมพรุ่งนี้ หารือแนวทางการทำงานร่วมกัน ยัน ก้าวไกล-เพื่อไทย ไม่มีความขัดแย้ง

  • แนะตำแหน่ง ครม.ต้องแบ่งกันทำงานตามวาระงาน มองเสียงข้างมากควรมิสิทธิกำหนดหน้าที่ แต่ต้องมีการถ่วงดุลอำนาจด้วย

Chonnan_interviewed_Settha_Anutin_Watch_Premierleague_football_SPACEBAR_Hero_f0b170bd35.jpeg
หมอชลน่าน ย้ำหนักแน่น ไร้ดีลลับตั้งรัฐบาล หลัง มีภาพ ‘เศรษฐา-อนุทิน’ ดูฟุตบอลที่อังกฤษ / คาดประชุมพรรคร่วมพรุ่งนี้ หารือแนวทางการทำงานร่วมกัน ยัน ก้าวไกล-เพื่อไทย ไม่มีความขัดแย้ง แนะ ตำแหน่ง ครม.ต้องแบ่งกันทำงานตามวาระงาน มองเสียงข้างมากควรมิสิทธิกำหนดหน้าที่ แต่ต้องมีการถ่วงดุลอำนาจด้วย 

จากกรณีที่มีภาพ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางไปดูฟุตบอลด้วยกันที่สหราชอาณาจักร ทำให้มีกระแสตอกย้ำว่ามีดีลลับการจัดตั้งรัฐบาล  

วันนี้ (5 พ.ค. 66) ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงได้ให้สัมภาษณ์ว่า เพิ่งทราบเรื่องนี้จากสื่อมวลชน แต่เศรษฐาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเดินทางไปดูฟุตบอล จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้และไปตั้งสมมติฐานขึ้นมา เพราะส่วนตัวเชื่อว่า เศรษฐาคงไม่เป็นคนแบบนั้น แม้ว่าอะไรที่เกิดขึ้นในสังคมก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย  

เช่นเดียวกับกรณีที่ ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ’ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ขณะนี้กำลังมีการเตรียมตั้งจัดรัฐบาลใหม่ โดยไม่มีพรรคก้าวไกล เรื่องนี้ตนขอไม่ออกความเห็น เนื่องจากเป็นภารกิจส่วนตัวของเศรษฐาไม่ใช่ภารกิจของพรรค แต่ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีเรื่องดีลลับอะไรแบบที่เป็นข่าวทั้งสิ้น

ส่วนสำหรับในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.) ที่จะมีการประชุมร่วมรัฐบาลที่พรรคประชาชาติ ขณะนี้พรรคแกนนำได้ประสานมายังเลขาธิการพรรคให้แจ้งตนแล้วว่า ให้เข้าร่วมประชุมด้วย เวลา 14.30 น. แต่ยังไม่ทราบว่าจะหารือประเด็นอะไร หรือมีเรื่องตำแหน่งคณะรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะต้องรอเลขาธิการพรรคชี้แจงในที่ประชุม 

ส่วนการประชุมในช่วงบ่ายวันนี้ เบื้องต้นน่าจะเป็นเรื่องแนวทางการทำงานร่วมกันเป็นหลัก แต่สำหรับกรณีความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลนั้น ย้ำว่า เรามีคณะเจรจาอยู่ แต่ยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ จึงอยากให้มองมิติการแสดงความคิดเห็นในสังคมประชาธิปไตยว่า เป็นสิทธิเสรีภาพของทุกคนที่จะแสดงออกมา ดังนั้นความคิดเห็นเหล่านั้นจึงเป็นเพียงประเด็นภายนอกเท่านั้นและต้องยึดเอาความเห็นของคณะเจรจาเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่า ทั้งสองพรรคไม่มีความขัดแย้งใดๆ แต่สิ่งที่ลงบนสื่อทำให้คนเข้าใจแบบนั้น จึงไม่ได้มีการโทรคุยเคลียร์ใจอะไรส่วนตัวและก็ไม่ขอไปก้าวล่วงด้วย

ส่วนสำหรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างเป็นทางการ เพราะต้องรอให้การหารือเรื่อง MOU เสร็จสิ้นเสียก่อน แต่อยากให้จัดสรรตำแหน่งตามวาระงาน หน้าที่ และนโยบายที่แต่ละพรรคเหมาะสมที่สุด โดยเน้นเรื่องแบ่งงานกันทำ ไม่ใช่แย่งงานกันทำ  

สำหรับจุดยืนในตำแหน่งประธานสภา ย้ำว่าคณะเจรจาก็ต้องไปพูดคุยกันต่อ แต่ด้วยตนมีชื่อเสนอในตำแหน่งประธานสภาด้วย จึงไม่อยากแสดงความคิดเห็นมากนัก แต่ย้ำว่าเป้าหมายที่สำคัญคือ ต้องทำงานร่วมกันในระบอบประชาธิปไตยให้ได้ เพื่อหาทางออกและบรรลุตรงตามความต้องการของประชาชนกว่า 25 ล้านเสียง ส่วนตำแหน่งประธานสภาจะใช้รูปแบบฟรีโหวตหรือไม่ อันนี้ก็ต้องไปพูดคุยกันอีกที แต่เป็นหนึ่งในแนวทางที่หลายๆ ฝ่ายเสนอมา ดังนั้นก็ต้องไปหารือกันโดยไม่เอาปัจจัยแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง  

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า การรวมตัวตั้งรัฐบาล ตามหลักแล้ว ใครได้รับเสียงข้างมากควรจะมีสิทธิกำหนดตำแหน่งต่างๆ ในการทำหน้าที่ เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน แต่ตามระบบรัฐสภา เราก็ต้องต้องยึดหลักในการเเบ่งแยกอำนาจและถ่วงดุลกันระหว่างบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการร่วมด้วย จึงเชื่อว่าความเห็นต่างคงไม่ทำให้ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลคลายออกจากกันหรอก ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ความต้องการของพี่น้องประชาชนกว่า 25 ล้านเสียงหลุดลอยไป เพราะความเห็นต่างของเรา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์