อย่างมั่น! ‘ชลน่าน’ เย้ย ‘บิ๊กตู่’ ประกาศเข้า ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ช่วย ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์ง่ายขึ้น

25 ธ.ค. 2565 - 14:29

  • เป็นตุเป็นตะ! ‘ชลน่าน’ ฟุ้ง ‘บิ๊กตู่’ ประกาศเข้า ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ดันแลนด์สไลด์ง่ายขึ้น

  • ลั่น ‘คนเพื่อไทย’ ไม่คิดฆ่าตัวตาย ปัดย่องพบ ‘ทักษิณ’

  • ‘ลิณธิภรณ์’ ช่วยถล่ม ‘นายกฯ ประยุทธ์’ แก้ยาเสพติดไม่เป็นอย่าฝืน เลิกอ้างสานงานต่อ

Chonnan_ridiculed_Prayut_in_case_of_joint_Ruam_Thai_Sang_Chart_Party_SPACEBAR_Thumbnail_a7eae7d375.jpeg
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ประกาศร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่กระทบยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้พรรคเพื่อไทย มีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น เพราะผลจากการบริหารงานมา 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนรู้แล้วว่าไม่สามารถแก้วิกฤติประเทศได้ ที่ประกาศคืนความสุขให้ประชาชน แต่ 8 ปีที่ผ่านมากลับทำลายระบบประชาธิปไตย และโอกาสของของประชาชน ดังนั้น ถ้าประชาชนต้องการออกจากวิกฤติที่เป็นอยู่ ย่อมไม่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมขอบคุณการประกาศที่ชัดเจน เพราะประชาชนจะได้ตัดสินได้ง่ายขึ้นว่าจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์ หรือเลือกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาสร้างโอกาส 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่อยากมองข้ามไปถึงการจับขั้วทางการเมืองหลังเลือกตั้ง เพราะตอนนี้มองเพียงการจับมือประชาชนให้ได้ ส.ส. 250 คนก่อน เหตุเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญที่สุด โดยจุดมุ่งหมายคือการล้มล้างอำนาจเผด็จการที่เข้ามาแย้งอำนาจจากประชาชน เพื่อคืนโอกาสและความหวัง ซึ่งต้องแลนด์สไลด์เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.ที่จะเลือกนายกฯ ให้ได้ก่อน แล้วค่อยเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล หากมี ส.ส.ถึง 250 แล้ว จะสามารถเลือกพรรคการเมืองมาตั้งรัฐบาลได้ง่าย ส่วนจะจับมือกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือพรรคพลังประชารัฐ ได้หรือไม่ มองว่าตามหลัก ไม่จับมือกับพรรคที่อุดมการณ์ตรงข้ามอยู่แล้ว เพราะจะตอบประชาชนไม่ได้ การจะจับมือกับใคร พรรคเพื่อไทยต้องถามประชาชนที่เลือกเข้ามา  

สำหรับกระแสข่าวสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไปพบ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อหารือเรื่องการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.นั้น นพ.ชลน่าน อ้างว่า การวางตัวผู้สมัคร ส.ส.เป็นเรื่องภายใน และสมาชิกพรรคเพื่อไทย รู้ดีว่าหากคุยกับคนนอกสุ่มเสียงผิดกฎหมายและอันตรายต่อพรรค  

“มั่นใจว่าคนเพื่อไทยไม่คิดฆ่าตัวตาย และข้อเท็จจริงไม่มีเรื่องเช่นนั้น เพราะการวางตัวผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย มีระบบชัดเจน มีการเลือกจากโซนพื้นที่เข้ามายังคณะกรรมการกลางเพื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน เป้าหมายแลนด์สไลด์เราต้องเลือกคนที่ดีที่สุด โดยหลังการเราให้ ส.ส.ปัจจุบันเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว เว้นแต่เจ้าตัวประสงค์ไม่เป็นผู้สมัครต่อไป และยืนยันคนนอกไม่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน” นพ.ชลน่าน กล่าว 

ด้าน ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ถึงความผิดพลาดและล้มเหลวในการจัดการปัญหายาเสพติดในทุกด้านตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของการปราบปราม ป้องกัน และการฟื้นฟูเยียวยา โดยอ้างรายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ในปี 2565 พบว่า กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดเพียงครึ่งเท่านั้นที่ได้รับการดูแล คือร้อยละ 57.74 ยิ่งในผู้ป่วยยาเสพติดที่มีความเสี่ยงก่อความรุนแรงกว่า 53,484 ราย กลับไม่ได้รับการดูแลกว่า 25,234 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 47.18

ตัวเลขเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สนใจ ไม่ใส่ใจ หรือวางแผนการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและยั่งยืน และกำลังทำให้ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของคนไทยตกต่ำลง นอกจากปัญหาเก่า ‘ยาเสพติด’ แก้ไม่ได้ ยังเพิ่มปัญหาใหม่ ‘กัญชาเสรี’ เพราะร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ และมีช่องโหว่ทางกฎหมายมากมาย กำลังจะเป็นภัยร้ายที่จะส่งผลในอนาคตต่อเด็ก และเยาวชนไทย  

พร้อมระบุ ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ในเดือนมกราคมปี 2566 พรรคเพื่อไทยจะชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นทางในการปราบปรามยาเสพติดที่ล้มเหลว จนทำให้ยาบ้าถูกกว่าก๋วยเตี๋ยว และการป้องกัน ฟื้นฟูเยียวยาที่ไร้ประสิทธิภาพ และชี้ถึงเหตุผลว่าทำไมคนไทยควรพอได้แล้วกับผู้นำที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  

“ยาเสพติดแพร่หลาย ทำลายอนาคตลูกหลาน การทุจริตคอร์รัปชันเติบโต ธุรกิจการเมืองเฟื่องฟู นิติรัฐ นิติธรรมถูกตั้งคำถาม อย่าอ้างมีงานต้องทำต่อ เพราะประชาชนทุกวันนี้รู้แล้วว่า มีเวลาตั้ง 8 ปีทำไมไม่ทำ” ลิณธิภรณ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์