ไม่จำเป็นต้องรอ 180 วัน! ดิ้นสู้ลากยาว ‘ประชามติ’ แก้ รธน.

21 พ.ย. 2567 - 13:16

  • ดิ้นสู้เกมลากยาว! ‘ชูศักดิ์’ อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 137

  • ชี้ ‘กฎหมายประชามติ’ เข้าข่าย ‘กฎหมายการเงิน’ ไม่ต้องรอ 180 วัน

  • จ่อถกวิปรัฐบาล เชื่อฝ่ายค้านเอาด้วย

Choosak_claims_referendum_law_is_also_financial_law_SPACEBAR_Hero_24996989ab.jpg

ทำท่าจะกลายเป็น ‘เกมลากยาว’ ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติ มีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมติวุฒิสภา 

ทำให้ต้องนำร่างกฎหมายกลับเข้าสู่แต่ละสภาเพื่อพิจารณาความเห็น โดยต้องพักร่างกฎหมายดังกล่าวไว้ 180 วัน แล้วจึงจะเสนอเข้ามาใหม่ได้

เรื่องนี้ ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า มตินี้จะทำให้ไม่มีทางที่ 3

หมายความว่า เอาตามวุฒิสภาเลย ซึ่งเสียงข้างน้อยเอาตาม สส.ใช้เสียงข้างมากธรรมดา ทั้งหมดนี้จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และนำสู่ที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาจะมีมติอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ซึ่งแนวโน้มเขาคงเห็นตาม กมธ.ร่วมฯ

ชูศักดิ์ ศิรินิล

สำหรับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของเดิมเคยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้เสียงข้างมากธรรมดาเป็นเอกฉันท์ ไม่มีการคัดค้านอะไรเลย

ผมคาดว่าสภาผู้แทนราษฎร ก็คงจะยืนตามความเห็นเดิม แปลว่าไม่เห็นด้วยกับมติ กมธ.ร่วมฯ ให้ใช้มติของสภาผู้แทนราษฏร อันนี้หากแปลตามรัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายนี้ต้องถูกยับยั้งไว้ คือต้องรอ 180 วัน แล้วหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่

กฎหมายระบุว่าถ้า 180 วันแล้ว หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ ถ้าสมมติว่าสภาผู้แทนราษฎรยืนตามความเห็นเดิมเสียงข้างมากธรรมดา ก็แปลว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามสภาผู้แทนราษฎรที่เคยมีมติไว้แต่เดิม รัฐธรรมนูญเขาถือเอาสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก ถ้าเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่า ก็สามารถนำเอาร่างนี้ที่สภาผู้แทนฯ เคยมีมติไว้แล้วนำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธยได้เลยเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย

ชูศักดิ์ ศิรินิล

เมื่อถามว่า หากต้องรอ 180 วัน ท้ายที่สุดจะสามารถทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ทันหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าทำประชามติ 3 ครั้ง ไม่ทันแน่นอน ขณะนี้รัฐบาลเหลือเวลาอยู่ 2 ปีเศษๆ คงไม่ทัน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่า หากมีการย่นย่อ การทำประชามติให้เหลือ 2 ครั้ง ก็อาจจะทัน

ทั้งนี้ เรื่องการทำประชามติ 2 ครั้ง ความเห็นของสภาและพรรคการเมืองทั้งหลายยังไม่ลงตัวนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นของฝ่ายสภาที่เห็นว่าจะต้องมีการทำประชามติครั้งแรก โดยที่ยังไม่มีร่าง ซึ่งมีความหมายว่า เป็นการทำประชามติ 3 ครั้ง 

ผมและทีมงานจึงขอพูดคุยเรื่องนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อน ทั้งฝ่ายสภา และพรรคการเมือง พูดง่ายๆว่าถ้าทำ 2 ครั้งได้ ก็อาจจะทัน

หากใครได้ดูรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดจะพบว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 137 วรรคท้าย ระบุว่าหากเป็นกฎหมายการเงิน ระยะเวลา 180 วัน ให้ลดลงเหลือ 10 วัน ซึ่งผมมองว่ากฎหมายประชามติก็เป็นกฎหมายการเงิน เพราะต้องใช้งบประมาณในการทำประชามติ ตรงนี้จึงเป็นข้อกฎหมายที่ฝากไว้ให้คิดกัน ซึ่งพวกเราจะนำเรื่องนี้มาคิดด้วยและนำเสนอคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่า ไม่จำเป็นต้องรอ 180 วัน

ชูศักดิ์ ศิรินิล

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งใช่หรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ท้ายที่สุดก็ต้องเข้าไปวิปรัฐบาล ซึ่งจะหารือโดยเร็ว โดยจะคุยกับ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล ว่า มีประเด็นข้อกฎหมายตรงนี้ด้วย

ผมเห็นในรัฐธรรมนูญมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีใครพูดเรื่อง 180 วัน ว่าอาจไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ ใครที่เป็นนักกฎหมายลองไปเปิดรัฐธรรมนูญมาตรา 137 วรรคท้าย ดูก็อาจจะทำประชามติทันก็ได้ แต่เท่าที่คิดกันมาในอดีต ว่าหากไม่ทันจริงๆ ความคิดของพวกเรามองว่าก็ต้องดันไป อย่างน้อยที่สุด ขอให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะได้มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ถือว่าเราทำหน้าที่เพื่อที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะตรงนี้คือนโยบายของรัฐบาล

ชูศักดิ์ ศิรินิล

เมื่อถามต่อไปว่า มีโอกาสที่จะหารือกับฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ ชูศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีความตั้งใจที่อยากจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น อะไรที่เป็นไปได้ เชื่อว่าฝ่ายค้านจะให้ความร่วมมือ ได้ทำงานร่วมกันมา ก็ได้เห็นความตั้งใจของเขาที่อยากจะทำรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลเองก็มีความตั้งใจเช่นกัน ซึ่งได้เขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาลว่า จะเร่งรัดจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็วที่สุด  ส่วนเมื่อถามว่า ประเด็นที่ออกมาเกี่ยวกับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีความเห็นต่างหรือไม่ ชูศักดิ์ หัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่เอาๆ ไม่อยากทะเลาะกับใคร”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์