‘ชูศักดิ์’ จ่อแก้ พรป.พรรคการเมือง ปัดเอื้อ ‘ทักษิณ’ หวนอำนาจคุมพรรค

20 ก.ย. 2567 - 12:13

  • ‘ชูศักดิ์’ จ่อแก้ พรป.พรรคการเมือง รื้อคุณสมบัติสมาชิกพรรคการเมือง ปัดเอื้อ ‘ทักษิณ’ หวนคุมพรรค

  • เสนอ ‘ยุบพรรค’ เฉพาะปมล้มล้างการปกครอง แก้ไขนิยาม ‘ครอบงำ’

  • เขย่าอำนาจ ป.ป.ช. กำหนดเวลาดำเนินคดีให้ชัดเจน ไม่ใช่สอบไปเรื่อยๆ 10-20 ปี

choosak_sirinin_20_sep_24_SPACEBAR_Hero_4e86fbe62f.jpg

วันนี้ (20 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยถึงการเตรียมยื่นแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ต่อสภาฯ ว่า เสนอให้แก้ไขในหลายเรื่อง เช่น การแก้ไขเรื่องความเป็นเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพราะเดิมใช้คุณสมบัติของผู้สมัคร สส. จึงทำให้หลายคนไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคได้ คิดว่าสิทธิเสรีภาพในการเป็นสมาชิกพรรค ควรจะเปิดกว้างให้กับทุกคน

เมื่อถามว่าการแก้ไขกฎหมายนี้เพื่อให้ ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ใช่หรือไม่ ชูศักดิ์ ปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวกับใคร คิดว่าสิทธิเสรีภาพในการเป็นสมาชิกพรรค ควรจะเปิดกว้าง เป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ไม่ควรมีข้อจำกัดมากมาย ไม่ต้องไปพูดว่าหมายถึงใครยังไงอย่างไร เรื่องเหล่านี้เราเคยทำมาแล้วในอดีต เพียงแต่ สว. ขณะนั้นไม่เห็นด้วย ส่วน สว.ชุดปัจจุบันนี้จะเห็นด้วยหรือไม่ต้องว่าในอนาคต

รวมถึงดูเรื่อง การแก้กฎหมายยุบพรรค การครอบงำพรรค ว่าจำกัดไว้อย่างไรให้เหมาะสม และเห็นว่า การยุบพรรคควรเน้นเฉพาะเรื่องการล้มล้างการปกครอง ประเด็นอื่นๆ ไม่มีผล ส่วนเรื่องการครอบงำต้องปรับให้รัดกุมขึ้น ไม่ใช่อะไร ๆ ก็ครอบงำหมด

ส่วนการแก้กฎหมายนี้อาจทำให้ถูกครหาได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง ชูศักดิ์ ย้ำเราทำกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมพอสมควร พูดง่ายๆ คนที่ถูกตัดสินให้รอลงอาญาท้ายที่สุดเป็นสมาชิกพรรคไม่ได้เป็นธรรมหรือไม่ ถ้ามาตั้งคำถามว่าแก้เพื่อตัวเองอย่างโน้นอย่างนี้ มันก็ตั้งคำถามได้หมด

นอกจากนี้ ชูศักดิ์  ยังบอกว่าพรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ในบางประเด็น เช่น มีความผิดบางประเภทที่ ป.ป.ช.สั่งไม่มีมูล หรือ อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ก็ให้สิทธิ์ผู้เสียหายฟ้องคดีได้เอง เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายซึ่งเคยยื่นมาแล้ว แต่ท้ายที่สุดมีข้อทักท้วงบางประการก็นำกลับมาแก้

เรื่อง อำนาจฟ้องเองของคณะกรรมการป.ป.ช. มองว่ากรณีที่ ป.ป.ช. มีคำสั่งว่ามีมูลหรือฟ้อง แต่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ตั้งกรรมการร่วมกันก็บอกว่าไม่ฟ้อง แต่ท้ายที่สุด ป.ป.ช.ไปฟ้องเอง หากเป็นแบบนี้ มองว่า ป.ป.ช.ทำหน้าที่สอบสวนฟ้องร้องได้เองหมด ทำให้ขัดต่อหลักการคานอำนาจ

อีกกรณีบางเรื่องเกิดขึ้นมานานแล้ว ควรมีกำหนดระยะเวลาในการรับเรื่องเพื่อทำให้ชัดเจน ย้ำว่า ควรมีขอบเขตระยะเวลาในการไต่สวนว่าควรเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ และจะมีระยะเวลาแล้วเสร็จเมื่อไหร่ ไม่ใช่สอบไปเรื่อยๆ 10 - 20 ปี บางทีชี้มูลไปแล้วตอนเกษียณ เช่น อาจจะกำหนดไว้ 5 ปีก็ได้

ยืนยันว่า การแก้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองไปด้วย และ ป.ป.ช.คาดว่าสัปดาห์หน้าจะยื่นได้พร้อมๆกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์