ปมปัญหาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ต้องย้ายออกตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และคืนพื้นที่ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปจนถึงศึกวิวาทระหว่างนักศึกษาอุเทนถวาย กับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ยังคงรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ ประกอบกับที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยเผยถึงแนวคิดย้ายสถาบันอาชีวศึกษาคู่ขัดแย้งออกนอกเมือง เพื่อลดปัญหาตีกัน รวมทั้งกรณีมีคำสั่งถึงอธิการบดีอุเทนถวาย ให้งดรับเด็กปี 1 ในปีการศึกษา 2567 เพื่อลดปริมาณนักศึกษา เหตุต้องเร่งย้ายสถานที่ไปวิทยาเขตอื่น
ดังนั้น ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จึงตั้งกระทู้ถาม เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และ ศุภมาส อิสรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถึงสองเรื่องใหญ่นี้เพื่อความชัดเจน
ชวน อธิบายว่า เคยมีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุน 2 สถาบันนี้ มาตั้งแต่สมัยเป็น รมว.ศึกษาธิการ จนมาเป็นนายกฯ ก็ได้แก้กฎหมาย ยกระดับจากที่มีการสอนในระดับ ปวช. - ปวส. มาเป็นการสอนในระดับอุดมศึกษา อีกทั้งภูมิใจว่าสถาบันทั้ง 2 นี้เป็นสถาบันหลักของชาติ เป็นผลผลิตด้านการช่างจนถึงระดับวิศวกรให้ประเทศ ทำหน้าที่ให้กับบ้านเมืองตลอด ดังนั้น เราจะต้องไม่ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนไม่กี่คน ทำลายชื่อเสียงของสถาบันทั้งสอง
ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากคำให้สัมภาษณ์ของ รมว.การอุดมศึกษาฯ ที่ได้มีคำสั่งงดรับนักศึกษาใหม่ อาจจะเพื่อต้องการให้จำนวนนักศึกษาลดน้อยลง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 สถาบัน ได้ง่ายขึ้น แต่ผลที่ตามมาคือ สถาบันการศึกษาจะไม่สามารถรับนักศึกษาใหม่ประมาณ 600 คน เข้ามาเรียนได้ จะเป็นการสูญเสีย นอกจากนี้ ผมอยากเรียนไปยังนายกฯ ว่า ในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีคำสั่งงดรับนักศึกษา ไม่ว่าสถานการณ์ชาติบ้านเมืองจะมีสงครามหรือเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น อย่างมากที่สุดคือ ส่งไปเรียนในที่ที่ไม่มีปัญหา
ดังนั้น ประเด็นที่ รมว.การอุดมศึกษาฯ ให้สัมภาษณ์ไปนั้น ทำให้เกิดความสับสนขึ้นพอสมควร แต่หลังจากสมาคมนักศึกษาฯ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยต้องเปิดรับนักศึกษาใหม่ รัฐมนตรีจึงเปลี่ยนแปลงคำสั่งว่า สามารถให้อุเทนถวาย รับนักศึกษาใหม่ได้ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องส่งนักศึกษาที่รับไปศึกษาที่อื่น ผมจึงขอถามว่า ตกลงจะรับนักศึกษาใหม่หรือไม่ ต้องไปเรียนที่ไหน และนักศึกษาปี 2 ปี 3 ปี 4 และปี 5 จะต้องไปศึกษาที่ใด นอกจากนี้ การย้ายสถานที่ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่อุเทนถวายต้องย้ายออก และคืนพื้นที่ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เตรียมสถานที่ใหม่ รวมถึงงบประมาณแล้วหรือไม่
— ชวน หลีกภัย
ด้าน เศรษฐา ชี้แจงว่า ในฐานะที่เป็นพ่อคน เห็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันทั้งสอง ที่มีการทะเลาะวิวาทตีกัน จนส่งผลกระทบไปถึงพ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ประสบเหตุ เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนใจ รัฐบาลจะให้ความสำคัญต่อไป ในการแก้ไขปัญหานี้ที่เรื้อรังมานาน
ยืนยันว่า รัฐบาลสนับสนุนในแง่ของการที่สถาบันได้ผลิตบัณฑิตที่ตรงกับสายงานที่มีความต้องการกับแรงงานมาหลาย 10 ปี ให้ประโยชน์กับประเทศอย่างเหลือล้น โดยเฉพาะด้านช่าง ด้านวิศวกร ประเทศเรามีความต้องการสูง จากการที่รัฐบาลต้องเจรจาเพื่อชักชวนต่างชาติมาลงทุน หากไม่มี 2 สถาบันนี้ บัณฑิตของเราก็จะไม่ตรงกับสายงานที่ตลาดต้องการ
จากปัญหาความขัดแย้งของ 2 สถาบันที่อยู่ใกล้กัน เราพยายามจะย้ายวิทยาเขตตรงนี้ ทาง รมว.การอุดมศึกษาฯ ได้หารือกับ รมช.คลัง ที่กำกับกรมธนารักษ์ เพื่อจัดหาพื้นที่รองรับที่จะมีการย้ายออกต่อไป ส่วนที่นักศึกษา 2 สถาบันตีกัน เราได้มีการตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ เฝ้าระวังระงับเหตุร้ายในสถาบัน ผมเองก็ได้กำชับฝ่ายความมั่นคง ให้ดูแลเป็นพิเศษ เพิ่มกำลังเป็นพิเศษในวันที่เราคาดการณ์ว่าจะมีการทะเลาะกัน
ยอมรับว่า มาตรการเหล่านี้ เป็นเพียงมาตรการป้องกัน แต่ไม่ได้แก้ที่วัฒนธรรมความเชื่อของนักศึกษาที่สืบทอดกันมาเป็นค่านิยม ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่เรายืนยันว่า เป็นค่านิยมที่ผิด ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง เราต้องตัดปัญหาโดยการย้ายสถานที่ ลดการกระทบกระทั่ง ปรับลดค่านิยมรุ่นพี่แกนนำปลูกฝังรุ่นน้อง ตัดวงจรวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้อง ก็จะได้กำชับให้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ดำเนินการต่อไป
— เศรษฐา ทวีสิน
ขณะที่ รมว.การอุดมศึกษาฯ ชี้แจงประเด็นงดรับนักศึกษาใหม่ของอุเทนถวาย โดยยืนยันว่า อุเทนถวายยังคงเปิดรับนักศึกษาใหม่เหมือนเดิม แต่ให้มีการบริหารจัดการ การเรียนการสอนให้สอดรับกับแผนการย้ายไปยังสถานที่ใหม่เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฯ ที่จะต้องย้ายออก และคืนพื้นที่ให้จุฬาฯ และเปิดรับนักศึกษาใหม่ในวิทยาเขตอื่นๆ แทน
ซึ่งทางอุเทนถวายได้ทำแผนการย้ายเข้าที่ประชุมที่มีตนเป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และมีข้อเสนอร่วมกันให้อุเทนถวายย้ายสถานที่ไปยัง
- วิทยาเขตบางพระ จ.ชลบุรี
- วิทยาเขตจักพงษภูวนารถ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม.
- พื้นที่ที่มีผู้ที่สนใจจะบริจาคให้ บริเวณมีนบุรี
- พื้นที่ราชพัสดุ ใน จ.สมุทรปราการ
ขณะที่ในเรื่องงบประมาณ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ประสานกับอุเทนถวาย จัดทำรายละเอียดในการจัดทำคำของบฯ และประสานสำนักงบประมาณ เพื่อให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านต่างๆ รวมถึงประสานกับจุฬาฯ ในด้านการจัดการศึกษา รวมถึงการชำระค่าเสียหายจากการขนย้ายสถานที่อีกด้วย
ด้าน เศรษฐา ลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้งว่า ขอบคุณทาง ชวน หลีกภัย ที่ได้ย้ำให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาไทย ยืนยันว่า รัฐบาลต้องการยกระดับการศึกษา และจะพยายามจัดหาสถานที่เรียนอย่างเหมาะสม ที่ผู้ดูแลโดยกรมธนารักษ์ ซึ่งตนในฐานะ รมว.คลัง จะรับไปดูให้เป็นพิเศษ พร้อมขอบคุณทุกข้อเสนอแนะและข้อเตือนใจทุกข้อ




