ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แสดงความเชื่อมั่นว่าการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ วันที่ 28 ธ.ค.นี้ จะได้รับความร่วมมือจากสมาชิกและไม่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุม เนื่องจากการนัดหมายการประชุมตามวาระนั้น เป็นผลมาจากการหารือของวิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล ทั้งนี้ จะมีวาระพิจารณาร่างกฎหมายที่วุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถผ่านการพิจารณาได้ เพราะมีการแก้ไขจากวุฒิสภา เพียงเล็กน้อย จะมีก็เพียงแต่ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่วุฒิสภาแก้ไขในประเด็นดอกเบี้ยและอัตราค่าปรับ ที่อาจต้องใช้เวลาพิจารณาว่าสภาฯจะเห็นด้วยหรือไม่
“จะไม่มีการเสนอกฎหมายเข้ามาอีกแล้ว ดังนั้น ต้องพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ ซึ่ง 2 เดือนที่เหลือน่าจะพิจารณาได้ รวมถึงเรื่องกฎหมายกัญชาที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาพร้อมกับกฎหมายคู่ชีวิต และ การแก้ไขประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ที่เชื่อว่าจะใช้เวลาพิจารณามาก” ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ ระบุอีกว่า สำหรับวาระการประชุมของสภาฯ พยายามทำเรื่องเพื่อทราบและรายงานที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งค้างอยู่ 10 เรื่อง ให้เรียบร้อย เนื่องจาก กมธ.บางคณะใช้เวลาศึกษา 1-3 ปี และใช้งบประมาณเบี้ยประชุมหลักแสนบาทถึง 1-3 ล้านบาท ดังนั้น หากไม่ถามสภาฯ จะถือว่างานไม่เสร็จ ซึ่งตนอยากให้ผ่าน เพื่อจะได้เป็นผลงานของสภาฯ
“ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พบว่างานสภาฯ ต้องเริ่มจากประสบการณ์ เพราะตลอด 5 ปีก่อนหน้านั้นไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งช่วงแรก สามารถผ่านการพิจารณาได้ แต่ช่วงปลายการทำงานของสภาฯ ยอมรับว่าไม่ราบรื่นนัก มีปัญหา ดังนั้น ต้องทำองค์ประชุมให้ครบเพื่อพิจารณาเรื่องที่ค้างอยู่” ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ ยังชี้แจงกรณีการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสะดุดลง ภายหลัง อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอให้นับองค์ประชุมระหว่างพิจารณารับทราบรายงาน โดยประธานสภาฯ บอกว่า ตนขึ้นมาไม่ทัน แต่จากพูดคุยกับ อุบลศักดิ์ ได้ขอโทษกัน เพราะเห็นคนไม่มีแล้ว ซึ่งตนเสียดาย คิดว่าน่าจะผ่านพิจารณา สัก 2 เรื่อง เพื่อให้เรื่องแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2565 และไม่ต้องมีการบ้านอีก แต่การเสนอนับองค์ประชุม ถือเป็นเรื่องของสมาชิกที่ให้ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดี ต้องขอความร่วมมือให้สมาชิกใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ทำงานให้ลุล่วง เพราะประชาชนจับตาการทำงาน
“จะไม่มีการเสนอกฎหมายเข้ามาอีกแล้ว ดังนั้น ต้องพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ ซึ่ง 2 เดือนที่เหลือน่าจะพิจารณาได้ รวมถึงเรื่องกฎหมายกัญชาที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาพร้อมกับกฎหมายคู่ชีวิต และ การแก้ไขประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ที่เชื่อว่าจะใช้เวลาพิจารณามาก” ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ ระบุอีกว่า สำหรับวาระการประชุมของสภาฯ พยายามทำเรื่องเพื่อทราบและรายงานที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งค้างอยู่ 10 เรื่อง ให้เรียบร้อย เนื่องจาก กมธ.บางคณะใช้เวลาศึกษา 1-3 ปี และใช้งบประมาณเบี้ยประชุมหลักแสนบาทถึง 1-3 ล้านบาท ดังนั้น หากไม่ถามสภาฯ จะถือว่างานไม่เสร็จ ซึ่งตนอยากให้ผ่าน เพื่อจะได้เป็นผลงานของสภาฯ
“ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พบว่างานสภาฯ ต้องเริ่มจากประสบการณ์ เพราะตลอด 5 ปีก่อนหน้านั้นไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งช่วงแรก สามารถผ่านการพิจารณาได้ แต่ช่วงปลายการทำงานของสภาฯ ยอมรับว่าไม่ราบรื่นนัก มีปัญหา ดังนั้น ต้องทำองค์ประชุมให้ครบเพื่อพิจารณาเรื่องที่ค้างอยู่” ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ ยังชี้แจงกรณีการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสะดุดลง ภายหลัง อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอให้นับองค์ประชุมระหว่างพิจารณารับทราบรายงาน โดยประธานสภาฯ บอกว่า ตนขึ้นมาไม่ทัน แต่จากพูดคุยกับ อุบลศักดิ์ ได้ขอโทษกัน เพราะเห็นคนไม่มีแล้ว ซึ่งตนเสียดาย คิดว่าน่าจะผ่านพิจารณา สัก 2 เรื่อง เพื่อให้เรื่องแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2565 และไม่ต้องมีการบ้านอีก แต่การเสนอนับองค์ประชุม ถือเป็นเรื่องของสมาชิกที่ให้ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ดี ต้องขอความร่วมมือให้สมาชิกใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์ทำงานให้ลุล่วง เพราะประชาชนจับตาการทำงาน




