ชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงประเด็นที่พูดถึงว่า อย่าไปก้าวก่ายพรรคการเมืองอื่น ในเรื่องกดดันการโหวตนายกรัฐมนตรี จนถูกเชื่อมโยงว่าพาดพิงไปถึง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นั้นเป็นการพูดถึงกระแสกดดันจากบุคคลบางกลุ่มที่เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ ตัดสินใจเรื่องการโหวตนายกฯ ซึ่งเรื่องนี้ แต่ละพรรคมีกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของแต่ละพรรคอยู่แล้ว ไม่ต้องมีใครแนะนำหรือมากดดัน เพราะการตัดสินใจในนามพรรคต้องมีมติพรรคมีความรับฟังความเห็นของผู้บริหารพรรค
“เรื่องนี้นายพิธา ก็ไม่ได้เป็นผู้กดดัน และไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่หมายถึง และไม่มีประเด็นอะไรต้องไปวิจารณ์ ที่ผ่านมาก็ได้แสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล ที่ชนะเลือกตั้งมาได้โดยไม่มีข้อครหาเรื่องซื้อเสียง จึงขอประชาชนว่าอย่าวิจารณ์หรือใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อโซเชียลมีเดีย บางสื่อ มีการใช้ภาพของผมและข้อความว่า ไประบุว่าจะร่วมเเต่กับ ประยุทธ์ เท่านั้น พรรคอื่นเป็นโจรหมดในสายตาชวน ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจผิด จนสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและพรรคประชาธิปัตย์” ชวน กล่าว
พร้อมกันนี้ ย้ำว่า ข้อเท็จจริง ตนเองปราศรัยบนเวทีพรรคประชาธิปัตย์ ที่วงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน ในเชิงหลักการว่า พรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันอย่างประชาธิปัตย์ ต้องพร้อมที่จะเป็นทั้งรัฐบาลเเละฝ่ายค้าน โดยระบุว่า เราอย่าไปคิดว่าจะเป็นรัฐบาลอย่างเดียว เราต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ใช่ว่าพระมาชวนร่วมรัฐบาลก็ต้องเชื่อตามพระ หรือโจรชวนไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมกับโจร เพราะการจะไปร่วมรัฐบาลเราต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ได้เป็นการพาดพิงไปถึงใครว่าเป็นรัฐบาลโจร หรือใครเป็นพระ ตามที่มีการตีความหมายกัน
“ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจกับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนจนตกเป็นเหยื่อวิพาษ์วิจารณ์ รวมถึงมีคนนำข้อความบิดเบือนเหล่านี้ไปแสวงหาประโยชน์ กับความเห็นต่างของตัวเองทำให้เพิ่มความขัดแย้งในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” ชวน กล่าว
“เรื่องนี้นายพิธา ก็ไม่ได้เป็นผู้กดดัน และไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่หมายถึง และไม่มีประเด็นอะไรต้องไปวิจารณ์ ที่ผ่านมาก็ได้แสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล ที่ชนะเลือกตั้งมาได้โดยไม่มีข้อครหาเรื่องซื้อเสียง จึงขอประชาชนว่าอย่าวิจารณ์หรือใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อโซเชียลมีเดีย บางสื่อ มีการใช้ภาพของผมและข้อความว่า ไประบุว่าจะร่วมเเต่กับ ประยุทธ์ เท่านั้น พรรคอื่นเป็นโจรหมดในสายตาชวน ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจผิด จนสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและพรรคประชาธิปัตย์” ชวน กล่าว
พร้อมกันนี้ ย้ำว่า ข้อเท็จจริง ตนเองปราศรัยบนเวทีพรรคประชาธิปัตย์ ที่วงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน ในเชิงหลักการว่า พรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันอย่างประชาธิปัตย์ ต้องพร้อมที่จะเป็นทั้งรัฐบาลเเละฝ่ายค้าน โดยระบุว่า เราอย่าไปคิดว่าจะเป็นรัฐบาลอย่างเดียว เราต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ใช่ว่าพระมาชวนร่วมรัฐบาลก็ต้องเชื่อตามพระ หรือโจรชวนไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมกับโจร เพราะการจะไปร่วมรัฐบาลเราต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ได้เป็นการพาดพิงไปถึงใครว่าเป็นรัฐบาลโจร หรือใครเป็นพระ ตามที่มีการตีความหมายกัน
“ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจกับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนจนตกเป็นเหยื่อวิพาษ์วิจารณ์ รวมถึงมีคนนำข้อความบิดเบือนเหล่านี้ไปแสวงหาประโยชน์ กับความเห็นต่างของตัวเองทำให้เพิ่มความขัดแย้งในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” ชวน กล่าว




