รัฐสภา (20 มีนาคม 2566) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อส่งผลช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า และชี้แจงการทำงานที่ผ่านมาของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ว่า คาดว่าในวันนี้ (20 มีนาคม) ราชกิจจานุเบกษาจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาฯ ดังนั้นตนจึงขอรายงานสถานภาพสมาชิกสภาฯ ชุดที่ 25 เป็นครั้งสุดท้าย
ชวน กล่าวว่า จำนวน ส.ส.เริ่มต้น 500 คน แต่หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคไป ทำให้มี ส.ส.ต้องพ้นสมาชิกภาพ 11 คน มี ส.ส.ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีเสียบบัตรแทนกัน 3 คน มี ส.ส.ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีการก่อสร้างสนามฟุตซอล 4 คน
นอกจากนี้ยังมี ส.ส.จากพรรคต่างๆ ที่พ้นสมาชิกภาพโดยไม่มีการเลือกตั้งซ่อม และไม่มีการเลื่อนลำดับ 4 คน มี ส.ส.ลาออกและเลื่อนลำดับ ในช่วงระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 180 วัน ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้มีสมาชิกลดลงไป 84 คน เสียชีวิต 1 คน สรุป ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน 393 คน
ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า หากทบทวนการทำงานของสภาฯ ชุดที่ 25 ที่ถือเป็นชุดพิเศษที่เริ่มใหม่ หลังจากว่างเว้นไม่มีการเลือกตั้งมา 5 ปี และถือเป็น ส.ส.ใหม่เกิน 500 คน แม้จะมีข้อวิจารณ์เรื่องวัฒนธรรมพฤติกรรม โดยเฉพาะที่ทางสถาบันพระปกเกล้า ได้ติติงเกี่ยวกับพฤติกรรมสมาชิกที่ผิดแปลกไป โดยเฉพาะการแต่งกาย ตนจึงได้แจ้งไปยังประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ไปตักเตือนสมาชิกแต่ละพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามข้อบังคับสภาฯ
“แม้สมาชิกบางคนจะพยายามแสดงความเป็นคนสมัยใหม่ด้วยการแต่งกายที่ดูไม่ให้เรียบร้อย แต่สังคมประชาธิปไตยสำคัญที่สุดคือข้อบังคับกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์สังคมก็อยู่ยาก เพราะสังคมนี้คนมีสิทธิเสรีภาพสูง จะอยู่ได้ต้องเคารพกฎเกณฑ์กติกา จึงได้กำหนดเป็นหลักสูตรอบรมสั้นๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก รวมถึงโครงการเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริต ถึงผมจะพ้นตำแหน่งไปแล้วแต่ก็จะกำหนดเป็นนโยบายต่อไป”
นอกจากนี้ในช่วงปลายสมัยประชุมแม้จะพบปัญหาที่ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถนำหรือควบคุมองค์ประชุมได้ แต่ในภาพรวมสภาฯ ได้ฝ่าวิกฤตตั้งแต่เปิดสมัยประชุมวันแรก มีการใช้สถานที่ประชุมหลายแห่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องมีการหยุดการประชุมไป 1 เดือนแล้วมีการชดเชยในภายหลัง แต่โชคดีว่าสภาฯ ขยันทำงานในตอนต้นจึงไม่มีกฎหมายค้าง ประกอบกับรัฐบาลเสนอกฎหมายมาน้อย
“แม้ช่วงปลายสมัยประชุมจะเกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ แต่ 4 ปีผมภูมิใจที่สภาฯ อยู่มาได้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีแบบนี้ทุกครั้ง ถ้าไม่มองในช่วงปลายสมัยประชุม สมาชิกต่างทำหน้าที่กันได้เกือบครบ แม้ช่วงท้ายจะยังมีกฎหมายค้างอยู่เช่น ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวมถึงข้อปรึกษาหารือของสมาชิกกว่า 11,000 เรื่อง ที่เป็นผลไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ผมนั่งเป็นประธานมา 4 ปี อาจแปลกสำหรับข้าราชการ ที่ปกติแล้วประธานสภาฯ มักจะมอบรองประธานฯ ทำหน้าที่ แล้วเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปประชุมสภาฯ ร่วม แต่ผมทำหน้าที่ตลอด เพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้ไม่มีสภาฯ มา 5 ปี ทางสมาชิกก็ให้ความร่วมมือด้วยดี” ชวน กล่าว
ชวน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “จากนี้ในอนาคตหากมีสภาฯ ชุดใหม่ ผมก็อยากให้นำมาเป็นบทเรียนทั้งแง่บวกและลบ ดำรงไว้ซึ่งนิติบัญญัติ ตรวจสอบฝ่ายบริหารตามกฎหมาย และใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ทำพฤติกรรมที่หาผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งแต่งตั้งคนที่ไม่เหมาะสมมานั่งในกรรมาธิการ พูดจาข่มขู่คุกคามกันในที่ประชุม ทำให้เป็นภาระต่อคณะกรรมการจริยธรรม เปลืองทั้งงบประมาณ เอกสาร ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ว่ากันว่าเป็นฉบับปราบโกง แต่ต้องยอมรับว่าการทุจริตยังระบาดไปทั่ว ไม่เพียงแต่ ส.ส. แต่ยังลามไปในวงข้าราชการอีกด้วย”
ชวน กล่าวว่า จำนวน ส.ส.เริ่มต้น 500 คน แต่หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคไป ทำให้มี ส.ส.ต้องพ้นสมาชิกภาพ 11 คน มี ส.ส.ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีเสียบบัตรแทนกัน 3 คน มี ส.ส.ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีการก่อสร้างสนามฟุตซอล 4 คน
นอกจากนี้ยังมี ส.ส.จากพรรคต่างๆ ที่พ้นสมาชิกภาพโดยไม่มีการเลือกตั้งซ่อม และไม่มีการเลื่อนลำดับ 4 คน มี ส.ส.ลาออกและเลื่อนลำดับ ในช่วงระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 180 วัน ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้มีสมาชิกลดลงไป 84 คน เสียชีวิต 1 คน สรุป ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน 393 คน
ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า หากทบทวนการทำงานของสภาฯ ชุดที่ 25 ที่ถือเป็นชุดพิเศษที่เริ่มใหม่ หลังจากว่างเว้นไม่มีการเลือกตั้งมา 5 ปี และถือเป็น ส.ส.ใหม่เกิน 500 คน แม้จะมีข้อวิจารณ์เรื่องวัฒนธรรมพฤติกรรม โดยเฉพาะที่ทางสถาบันพระปกเกล้า ได้ติติงเกี่ยวกับพฤติกรรมสมาชิกที่ผิดแปลกไป โดยเฉพาะการแต่งกาย ตนจึงได้แจ้งไปยังประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ไปตักเตือนสมาชิกแต่ละพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามข้อบังคับสภาฯ
“แม้สมาชิกบางคนจะพยายามแสดงความเป็นคนสมัยใหม่ด้วยการแต่งกายที่ดูไม่ให้เรียบร้อย แต่สังคมประชาธิปไตยสำคัญที่สุดคือข้อบังคับกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์สังคมก็อยู่ยาก เพราะสังคมนี้คนมีสิทธิเสรีภาพสูง จะอยู่ได้ต้องเคารพกฎเกณฑ์กติกา จึงได้กำหนดเป็นหลักสูตรอบรมสั้นๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก รวมถึงโครงการเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริต ถึงผมจะพ้นตำแหน่งไปแล้วแต่ก็จะกำหนดเป็นนโยบายต่อไป”
นอกจากนี้ในช่วงปลายสมัยประชุมแม้จะพบปัญหาที่ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถนำหรือควบคุมองค์ประชุมได้ แต่ในภาพรวมสภาฯ ได้ฝ่าวิกฤตตั้งแต่เปิดสมัยประชุมวันแรก มีการใช้สถานที่ประชุมหลายแห่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องมีการหยุดการประชุมไป 1 เดือนแล้วมีการชดเชยในภายหลัง แต่โชคดีว่าสภาฯ ขยันทำงานในตอนต้นจึงไม่มีกฎหมายค้าง ประกอบกับรัฐบาลเสนอกฎหมายมาน้อย
“แม้ช่วงปลายสมัยประชุมจะเกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ แต่ 4 ปีผมภูมิใจที่สภาฯ อยู่มาได้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีแบบนี้ทุกครั้ง ถ้าไม่มองในช่วงปลายสมัยประชุม สมาชิกต่างทำหน้าที่กันได้เกือบครบ แม้ช่วงท้ายจะยังมีกฎหมายค้างอยู่เช่น ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวมถึงข้อปรึกษาหารือของสมาชิกกว่า 11,000 เรื่อง ที่เป็นผลไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
ผมนั่งเป็นประธานมา 4 ปี อาจแปลกสำหรับข้าราชการ ที่ปกติแล้วประธานสภาฯ มักจะมอบรองประธานฯ ทำหน้าที่ แล้วเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปประชุมสภาฯ ร่วม แต่ผมทำหน้าที่ตลอด เพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้ไม่มีสภาฯ มา 5 ปี ทางสมาชิกก็ให้ความร่วมมือด้วยดี” ชวน กล่าว
ชวน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “จากนี้ในอนาคตหากมีสภาฯ ชุดใหม่ ผมก็อยากให้นำมาเป็นบทเรียนทั้งแง่บวกและลบ ดำรงไว้ซึ่งนิติบัญญัติ ตรวจสอบฝ่ายบริหารตามกฎหมาย และใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ทำพฤติกรรมที่หาผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งแต่งตั้งคนที่ไม่เหมาะสมมานั่งในกรรมาธิการ พูดจาข่มขู่คุกคามกันในที่ประชุม ทำให้เป็นภาระต่อคณะกรรมการจริยธรรม เปลืองทั้งงบประมาณ เอกสาร ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ว่ากันว่าเป็นฉบับปราบโกง แต่ต้องยอมรับว่าการทุจริตยังระบาดไปทั่ว ไม่เพียงแต่ ส.ส. แต่ยังลามไปในวงข้าราชการอีกด้วย”



