เหลือ 393 ส.ส.ทำหน้าที่! ‘ปธ.ชวน’ แถลงขอบคุณส่งท้ายก่อน ‘ยุบสภาฯ’ ภูมิใจทำหน้าที่ 4 ปีฝ่าวิกฤตสารพัด

20 มี.ค. 2566 - 13:58

  • ‘ปธ.ชวน’ แถลงขอบคุณรูดม่านส่งท้ายก่อนประกาศ ‘ยุบสภาฯ’

  • แจงเหลือ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ 393 คน ภูมิใจทำหน้าที่ 4 ปี ฝ่าวิกฤตสารพัด แม้ช่วงท้ายเจอมรสุม ‘องค์ประชุมล่ม’

  • ฝากสภาฯ ชุดใหม่นำเรื่องดีของชุดนี้ไปทำต่อ

Chuan_gave_a_final_thank_you_SPACEBAR_Thumbnail_045c190c32.jpeg
รัฐสภา (20 มีนาคม 2566) ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อส่งผลช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า และชี้แจงการทำงานที่ผ่านมาของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ว่า คาดว่าในวันนี้ (20 มีนาคม) ราชกิจจานุเบกษาจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาฯ ดังนั้นตนจึงขอรายงานสถานภาพสมาชิกสภาฯ ชุดที่ 25 เป็นครั้งสุดท้าย  

ชวน กล่าวว่า จำนวน ส.ส.เริ่มต้น 500 คน แต่หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคไป ทำให้มี ส.ส.ต้องพ้นสมาชิกภาพ 11 คน มี ส.ส.ถูกศาลฎีกาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีเสียบบัตรแทนกัน 3 คน มี ส.ส.ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากกรณีการก่อสร้างสนามฟุตซอล 4 คน  

นอกจากนี้ยังมี ส.ส.จากพรรคต่างๆ ที่พ้นสมาชิกภาพโดยไม่มีการเลือกตั้งซ่อม และไม่มีการเลื่อนลำดับ 4 คน มี ส.ส.ลาออกและเลื่อนลำดับ ในช่วงระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 180 วัน ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้มีสมาชิกลดลงไป 84 คน เสียชีวิต 1 คน สรุป ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน 393 คน 

ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า หากทบทวนการทำงานของสภาฯ ชุดที่ 25 ที่ถือเป็นชุดพิเศษที่เริ่มใหม่ หลังจากว่างเว้นไม่มีการเลือกตั้งมา 5 ปี และถือเป็น ส.ส.ใหม่เกิน 500 คน แม้จะมีข้อวิจารณ์เรื่องวัฒนธรรมพฤติกรรม โดยเฉพาะที่ทางสถาบันพระปกเกล้า ได้ติติงเกี่ยวกับพฤติกรรมสมาชิกที่ผิดแปลกไป โดยเฉพาะการแต่งกาย ตนจึงได้แจ้งไปยังประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ ไปตักเตือนสมาชิกแต่ละพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามข้อบังคับสภาฯ

“แม้สมาชิกบางคนจะพยายามแสดงความเป็นคนสมัยใหม่ด้วยการแต่งกายที่ดูไม่ให้เรียบร้อย แต่สังคมประชาธิปไตยสำคัญที่สุดคือข้อบังคับกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์สังคมก็อยู่ยาก เพราะสังคมนี้คนมีสิทธิเสรีภาพสูง จะอยู่ได้ต้องเคารพกฎเกณฑ์กติกา จึงได้กำหนดเป็นหลักสูตรอบรมสั้นๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก รวมถึงโครงการเสริมสร้างบ้านเมืองสุจริต ถึงผมจะพ้นตำแหน่งไปแล้วแต่ก็จะกำหนดเป็นนโยบายต่อไป” 

นอกจากนี้ในช่วงปลายสมัยประชุมแม้จะพบปัญหาที่ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถนำหรือควบคุมองค์ประชุมได้ แต่ในภาพรวมสภาฯ ได้ฝ่าวิกฤตตั้งแต่เปิดสมัยประชุมวันแรก มีการใช้สถานที่ประชุมหลายแห่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องมีการหยุดการประชุมไป 1 เดือนแล้วมีการชดเชยในภายหลัง แต่โชคดีว่าสภาฯ ขยันทำงานในตอนต้นจึงไม่มีกฎหมายค้าง ประกอบกับรัฐบาลเสนอกฎหมายมาน้อย 

“แม้ช่วงปลายสมัยประชุมจะเกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ แต่ 4 ปีผมภูมิใจที่สภาฯ อยู่มาได้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีแบบนี้ทุกครั้ง ถ้าไม่มองในช่วงปลายสมัยประชุม สมาชิกต่างทำหน้าที่กันได้เกือบครบ แม้ช่วงท้ายจะยังมีกฎหมายค้างอยู่เช่น ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ วาระแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวมถึงข้อปรึกษาหารือของสมาชิกกว่า 11,000 เรื่อง ที่เป็นผลไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์  

ผมนั่งเป็นประธานมา 4 ปี อาจแปลกสำหรับข้าราชการ ที่ปกติแล้วประธานสภาฯ มักจะมอบรองประธานฯ ทำหน้าที่ แล้วเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปประชุมสภาฯ ร่วม แต่ผมทำหน้าที่ตลอด เพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้ไม่มีสภาฯ มา 5 ปี ทางสมาชิกก็ให้ความร่วมมือด้วยดี” ชวน กล่าว 

ชวน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “จากนี้ในอนาคตหากมีสภาฯ ชุดใหม่ ผมก็อยากให้นำมาเป็นบทเรียนทั้งแง่บวกและลบ ดำรงไว้ซึ่งนิติบัญญัติ ตรวจสอบฝ่ายบริหารตามกฎหมาย และใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่ทำพฤติกรรมที่หาผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งแต่งตั้งคนที่ไม่เหมาะสมมานั่งในกรรมาธิการ พูดจาข่มขู่คุกคามกันในที่ประชุม ทำให้เป็นภาระต่อคณะกรรมการจริยธรรม เปลืองทั้งงบประมาณ เอกสาร ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ว่ากันว่าเป็นฉบับปราบโกง แต่ต้องยอมรับว่าการทุจริตยังระบาดไปทั่ว ไม่เพียงแต่ ส.ส. แต่ยังลามไปในวงข้าราชการอีกด้วย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์