ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มี ส.ส. แอบเล่นการพนันในบริเวณห้องพัก ส.ส. ที่ผ่านมา โดยมองว่าเป็นพฤติกรรมส่วนตน และขออย่าไปมองว่าทุกคนจะเป็นอย่างนั้น เพราะบ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี
“แต่เรื่องนี้ต้องพูดว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมมือด้วย จึงได้บอกนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปว่ากรณีเช่นนี้ต้องว่ากล่าวตักเตือน เจ้าหน้าที่ ที่อาจจะได้ประโยชน์เล็กๆน้อยๆ จาก ส.ส.คนนั้น ในสภาฯ มีเรื่องบวกและลบเสมอ แต่หากเกิดอะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็ให้จัดการเด็ดขาดตามกฎหมาย” ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ ยังกล่าวถึงการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่า โดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่เกิดปัญหาในช่วงปลายสมัยประชุม ที่มีปัญหาในเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ ทำให้เสียโอกาส ในการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองหลายฉบับ แต่โชคดีที่สภาฯชุดนี้ ขยันตั้งแต่ช่วงปีแรก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับโควิด-19 ก็ตาม ทำให้กฎหมายรัฐบาล ไม่ค้างสภาฯ แต่มาค้างในช่วงท้าย
ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็ผ่านได้ทุกเรื่อง ยกเว้นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272) ที่ ส.ว.มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ด้วยความรู้สึกว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายโจมตีวุฒิสภา
นอกจากนี้ ในส่วนของการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสุดท้ายของการประชุม ส.ส. ส่วนใหญ่ เห็นว่าผลการหารือกว่า 80% ได้รับการแก้ไข ซึ่งไม่ค่อยได้ยิน ตนจึงบอกว่าต้องไปขอบคุณฝ่ายบริหารด้วย ทั้งนี้ เราได้ปรับเปลี่ยนระบบการส่งเรื่องไปยังฝ่ายบริหารด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งได้ผล ไวขึ้น แต่สิ่งที่ไม่สามารถพัฒนาได้คือกระทู้ถาม ที่ได้ยินว่ารัฐบาลไม่มาตอบกระทู้ ตนจึงบอกว่า อยากให้เปรียบเทียบกับในอดีต พบว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันตอบกระทู้ได้มากกว่าในอดีตมาก ส่วนเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยทำ คือกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งรัฐมนตรีจะไม่รู้ตัวก่อน ดังนั้น บางท่านจึงไม่ได้เตรียมตัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย
“โดยสรุปคือการทำงานของสภาฯ ชุดนี้ ตลอด 4 ปี ผ่านไปได้ด้วยดีพอสมควร แต่ตนเสียดายตอนหลัง เพราะขนาดตนทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเอง เพื่อแนะนำให้หารือพรรคร่วมรัฐบาล แล้วถามว่าพรรคไหนส่ง ส.ส. เข้าประชุมกี่คน เพื่อให้การทำงานในสภาฯ ไม่มีปัญหา ซึ่งตนทราบว่านายกรัฐมนตรี ช่วยพูดให้แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ” ประธานสภาฯ กล่าว
ส่วนปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ เกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐบาลผสมหลาบพรรคหรือไม่นั้น ประธานสภาฯ มองว่า รัฐบาลทุดชุดที่ผ่านมาก็เป็นรัฐบาลผสม แต่ชุดนี้ผสมเยอะ กว่า 19 พรรคการเมือง ซึ่งมีปัญหาในช่วงหลังของการทำงาน ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะ 1. นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็น ส.ส. ซึ่งท่านจะมาสภาฯ เฉพาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เท่านั้น 2. หัวหน้าพรรคที่เป็นแกนกลางจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ได้เป็น ส.ส. ดังนั้น เวลาถามหาผู้รับผิดชอบในเรื่อง “องค์ประชุม” เหลียวซ้ายแลขวาก็หาตัวยาก
ในส่วนของวิป หรือผู้ควบคุมเสียง เราก็ต้องเห็นใจเขา เพราะควบคุมองค์ประชุมยาก ซึ่งพยายามแล้ว แต่ความร่วมมือก็ไม่พอ บางพรรคการเมืองก็โกธรที่ญัตติของตัวเองไม่ผ่าน จึงแสดงการตอบโต้ด้วยการไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯ แต่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มาคุยกับตนว่า การอยู่ในห้องประชุม แต่ไม่กดบัตรแสดงตน เพื่อให้องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งตนให้เจ้าหน้าที่นับในห้องประชุมก็ปรากฏว่าครบองค์ประชุม เพียงแต่ไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน
“อย่างไรก็ตาม สมาชิกให้ความร่วมมือ 99.99% อะไรที่ไม่ถูกต้อง เขาก็ยอมรับ ดังนั้น ในอนาคตก็หวังว่าจะเรียนรู้ บทเรียนการทำงานที่ผ่านมา สำคัญที่สุดคือความต่อเนื่อง เมื่อสภาฯ อยู่ได้ครบ 4 ปี ก็อย่าไปว่างเว้น เพราะก่อนที่จะมีสภาฯ ชุดนี้ ได้ว่างเว้นไป 5 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานมาก ไม่มีบทเรียน และหลายคนไม่รู้ว่าสภาทำงานอย่างไร ดังนั้น จึงเป็นการเริ่มต้นใหม่ และถ้าไม่อยู่ในระเบียบข้อบังคับสภาฯ ก็เละ เช่น บางคนแต่งตัวไม่เรียบร้อย เป็นต้น” ชวน กล่าว
“แต่เรื่องนี้ต้องพูดว่ามีเจ้าหน้าที่ร่วมมือด้วย จึงได้บอกนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปว่ากรณีเช่นนี้ต้องว่ากล่าวตักเตือน เจ้าหน้าที่ ที่อาจจะได้ประโยชน์เล็กๆน้อยๆ จาก ส.ส.คนนั้น ในสภาฯ มีเรื่องบวกและลบเสมอ แต่หากเกิดอะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็ให้จัดการเด็ดขาดตามกฎหมาย” ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ ยังกล่าวถึงการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่า โดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่เกิดปัญหาในช่วงปลายสมัยประชุม ที่มีปัญหาในเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ ทำให้เสียโอกาส ในการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองหลายฉบับ แต่โชคดีที่สภาฯชุดนี้ ขยันตั้งแต่ช่วงปีแรก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับโควิด-19 ก็ตาม ทำให้กฎหมายรัฐบาล ไม่ค้างสภาฯ แต่มาค้างในช่วงท้าย
ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็ผ่านได้ทุกเรื่อง ยกเว้นร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272) ที่ ส.ว.มาประชุมไม่ครบองค์ประชุม ด้วยความรู้สึกว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายโจมตีวุฒิสภา
นอกจากนี้ ในส่วนของการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสุดท้ายของการประชุม ส.ส. ส่วนใหญ่ เห็นว่าผลการหารือกว่า 80% ได้รับการแก้ไข ซึ่งไม่ค่อยได้ยิน ตนจึงบอกว่าต้องไปขอบคุณฝ่ายบริหารด้วย ทั้งนี้ เราได้ปรับเปลี่ยนระบบการส่งเรื่องไปยังฝ่ายบริหารด้วยระบบอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งได้ผล ไวขึ้น แต่สิ่งที่ไม่สามารถพัฒนาได้คือกระทู้ถาม ที่ได้ยินว่ารัฐบาลไม่มาตอบกระทู้ ตนจึงบอกว่า อยากให้เปรียบเทียบกับในอดีต พบว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันตอบกระทู้ได้มากกว่าในอดีตมาก ส่วนเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยทำ คือกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งรัฐมนตรีจะไม่รู้ตัวก่อน ดังนั้น บางท่านจึงไม่ได้เตรียมตัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจกันทั้ง 2 ฝ่าย
“โดยสรุปคือการทำงานของสภาฯ ชุดนี้ ตลอด 4 ปี ผ่านไปได้ด้วยดีพอสมควร แต่ตนเสียดายตอนหลัง เพราะขนาดตนทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเอง เพื่อแนะนำให้หารือพรรคร่วมรัฐบาล แล้วถามว่าพรรคไหนส่ง ส.ส. เข้าประชุมกี่คน เพื่อให้การทำงานในสภาฯ ไม่มีปัญหา ซึ่งตนทราบว่านายกรัฐมนตรี ช่วยพูดให้แล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ” ประธานสภาฯ กล่าว
ส่วนปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ เกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐบาลผสมหลาบพรรคหรือไม่นั้น ประธานสภาฯ มองว่า รัฐบาลทุดชุดที่ผ่านมาก็เป็นรัฐบาลผสม แต่ชุดนี้ผสมเยอะ กว่า 19 พรรคการเมือง ซึ่งมีปัญหาในช่วงหลังของการทำงาน ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะ 1. นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็น ส.ส. ซึ่งท่านจะมาสภาฯ เฉพาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เท่านั้น 2. หัวหน้าพรรคที่เป็นแกนกลางจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ได้เป็น ส.ส. ดังนั้น เวลาถามหาผู้รับผิดชอบในเรื่อง “องค์ประชุม” เหลียวซ้ายแลขวาก็หาตัวยาก
ในส่วนของวิป หรือผู้ควบคุมเสียง เราก็ต้องเห็นใจเขา เพราะควบคุมองค์ประชุมยาก ซึ่งพยายามแล้ว แต่ความร่วมมือก็ไม่พอ บางพรรคการเมืองก็โกธรที่ญัตติของตัวเองไม่ผ่าน จึงแสดงการตอบโต้ด้วยการไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯ แต่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้มาคุยกับตนว่า การอยู่ในห้องประชุม แต่ไม่กดบัตรแสดงตน เพื่อให้องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งตนให้เจ้าหน้าที่นับในห้องประชุมก็ปรากฏว่าครบองค์ประชุม เพียงแต่ไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน
“อย่างไรก็ตาม สมาชิกให้ความร่วมมือ 99.99% อะไรที่ไม่ถูกต้อง เขาก็ยอมรับ ดังนั้น ในอนาคตก็หวังว่าจะเรียนรู้ บทเรียนการทำงานที่ผ่านมา สำคัญที่สุดคือความต่อเนื่อง เมื่อสภาฯ อยู่ได้ครบ 4 ปี ก็อย่าไปว่างเว้น เพราะก่อนที่จะมีสภาฯ ชุดนี้ ได้ว่างเว้นไป 5 ปี ซึ่งถือว่ายาวนานมาก ไม่มีบทเรียน และหลายคนไม่รู้ว่าสภาทำงานอย่างไร ดังนั้น จึงเป็นการเริ่มต้นใหม่ และถ้าไม่อยู่ในระเบียบข้อบังคับสภาฯ ก็เละ เช่น บางคนแต่งตัวไม่เรียบร้อย เป็นต้น” ชวน กล่าว




