‘ชวน’ ย้ำไม่ทิ้ง ปชป.! ขออยู่แทนคุณ เชื่อไม่ตกต่ำไปกว่านี้แล้ว

10 ธ.ค. 2566 - 18:09

  • ไม่ทิ้งประชาธิปัตย์! ‘ชวน’ ขออยู่แทนคุณ ชี้มีโพยล็อบบี้บล็อคสกัด ‘มาดามเดียร์’ ชิงหัวหน้า รับเสียดายให้กำลังใจอยู่ต่ออย่าวางมือการเมือง

  • ฝาก ‘กก.บห.’ ชุดใหม่ ยึดอุดมการณ์จุดยืน ‘บริสุทธิ์-ซื่อสัตย์-สุจริต’ อย่าเอาพรรคไปหากิน อย่าดิ้นรนร่วม รบ. เชื่อ ปชป.ไม่ตกต่ำไปกว่านี้แล้ว

Chuan_reiterates_that_he_will_not_abandon_the_Democrat_Party_SPACEBAR_Hero_05534503ad.jpg

รัฐสภา (10 ธันวาคม 2566) นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภายในพรรค ปชป.ที่มีสมาชิกพรรคลาออกหลังได้หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรคชุดใหม่ ว่า ยังไม่รู้ว่า มีคนลาออกกี่คน ยอมรับว่าเสียดายบุคคลเหล่านั้น ไม่ทราบว่านายสาธิต ปิตุเตชะ จะลาออก ทราบเพียงที่เขาบอกว่าจะไม่มาประชุมเท่านั้น จึงได้ถามว่าเป็นเพราะเหตุใด และได้รับคำตอบกลับมาว่า เขาล็อคไว้หมดแล้ว มาก็ไม่มีประโยชน์ ตนจึงขอร้องให้มาประชุม แต่มาแล้วก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะลาออกด้วย รู้สึกเสียดาย ที่พรรคต้องสูญเสียกำลังสำคัญ ซึ่งผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวกับ สส.และผู้สนับสนุนพรรคหลายคน ก็แจ้งมาว่า ขอลาออก แต่ก็เข้าใจความห่วงใยสมาชิกที่มีต่อพรรค 

เมื่อถามว่า การเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้มีการล็อบบี้เอาไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า คงเป็นอย่างนั้น ความจริง ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาราเรศ ปาละเล สส.สงขลา พรรค ปชป.ที่เป็นผู้ใหญ่ พูดตรงไปตรงมาในที่ประชุมว่า การเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ แล้วแต่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคสั่งการ เพราะเลขาฯ ดูแลกันมา 4 ปี ซึ่งหากเป็นบุคคลที่เลขาธิการพรรคฯ สนับสนุน บุคคลนั้นก็น่าจะได้รับชัยชนะ เมื่อนายเฉลิมชัย ยอมผิดคำพูด จึงมารับตำแหน่งเอง

นายชวน กล่าวต่อว่า ตนจึงได้พูดว่า อย่าให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคอะไหล่ ความคิดที่ดิ้นรนอยากเป็นรัฐบาลไปร่วมกับเขาไม่ควรเกิดขึ้น และที่เป็นห่วงคือ อุดมการณ์ของพรรค ที่ประกาศมา 78 ปี คือ เรื่องการเมืองบริสุทธิ์ และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งที่ย้ำตลอดมาว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการยอมรับเป็นสถาบันการเมืองไม่ใช่เพราะอยู่มานาน เพราะถ้าอยู่นานแล้วโคตรโกง โกงทั้งโคตร หัวหน้าพรรคติดคุก ก็ไม่มีใครยอมรับเป็นสถาบันการเมือง จึงหวังว่า กรรมการบริหารพรรคฯ จะช่วยกันดูแลพรรค เพราะที่ผ่านมา มีข่าวลือเกิดขึ้นไม่น้อย

นายชวน ยังกล่าวถึงความกังวลการตกต่ำของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่านี้ ว่า จะมีอีกหรือที่จะต่ำกว่านี้ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ สส.บัญชีรายชื่อเพียง 3 คน และในอนาคตไม่ควรจะต่ำกว่านี้ และครั้งนี้ควรจะเป็นผลงานของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคฯ ที่บริหารพรรคมา ส่วนอนาคตขอให้กรรมการบริหารพรรคให้ยึดอุดมการณ์พรรคไว้ แม้จะไม่สามารถไว้วางใจได้เต็มที่ก็ตาม และขอให้ช่วยกันดูแลพรรค อย่าให้นำพรรคไปหากิน

เมื่อถามว่าจะวางบทบาทในพรรคต่อจากนี้อย่างไร นายชวน กล่าวว่า ตนพยายามช่วยประคับประคองสนับสนุนสิ่งดีให้พรรค จึงตัดสินใจสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง โดยไม่รู้มาก่อนว่า นายอภิสิทธิ์ จะถอนตัวหรือไม่ แต่ได้บอกกับนายอภิสิทธิ์เพียงว่า ตนเองจะขอเสนอชื่อ เพราะเป็นช่วงเวลาที่จำเป็นที่สังคมต้องยอมรับ และนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้ด้อยกว่าใคร สามารถนำพาพรรคให้ดีกว่าเดิม เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนได้ แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่า นายอภิสิทธิ์ จะลาออกจากพรรคด้วย แต่ขอให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ อย่าเพิ่งวางมือ เพราะวันเวลายังมีอยู่

เช่นเดียวกับ นางสาววทันยา (มาดามเดียร์) บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน กล่าวว่า ตนเองรู้สึกเสียดาย เพราะชื่นชมในความพยายาม และเห็นโพยลับอย่าไปรับการลงมติ 3 ใน 4 เพื่อยกเว้นของบังคับ (ที่6) ของพรรคที่เป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 5 ปี ให้นางสาววทันยา ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แม้จะขอร้องสมาชิกให้นางสาววทันยา ได้มีโอกาสแข่งขันแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงมากลัวนางสาววทันยา เพื่อให้หัวหน้าได้มาโดยการแข่งขัน ไม่ใช่ได้มาตามโพย และให้ภาพพจน์หัวหน้าพรรคฯ มาด้วยระบบแข่งขัน พร้อมให้กำลังใจนางสาวทันยา ยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

“คนดีๆ เราอยากเอาไว้ และอยากเห็นคนใหม่ที่จะเข้ามา อยากเห็นมาดามเดียร์อยู่ต่อไป เพราะอายุยังน้อย ยังมีอนาคต” นายชวน กล่าว

เมื่อถามว่า กรรมการบริหารพรรคที่มาตามโพย จะทำให้อึดอัดในการร่วมงานหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตลอดมาตนป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้มีสถานะมากไปกว่านี้ มีสิทธิในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง ที่จะให้ความเห็นในทางเป็นประโยชน์ เมื่อเห็นมีการฝืนมติพรรค ทั้งที่เวลา 77 ปี ของพรรคไม่เคยมีมาก่อน ที่สมาชิกจะไปฝืนมติพรรคกลางสภาฯ ไปรับรองนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่คนเสนอไม่ให้รับคือตัวเขาเองคือ พล.ต.ต. สุรินทร์ ที่เสนอในที่ประชุมพรรค ว่าไม่ควรรับนายเศรษฐา เพราะเราไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่คนเหล่านี้กลับคำตัวเอง กรรมการบริหารชุดต่อไป จึงต้องพิจารณาด้วย 

เมื่อถามว่า ยืนยันที่จะยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า “ผมไม่ไปไหนหรอกครับ ยังไงผมก็ต้องอยู่ เพราะเป็นหนี้บุญคุณพรรค ผมเป็นชาวบ้านคนหนึ่ง สามารถเป็นอะไรก็ได้ เพราะมีโอกาสได้อยู่พรรค ถ้าไม่อยู่ที่พรรคก็ยาก พรรคนี้ให้โอกาส โดยไม่สนใจว่า ฐานะ ตระกูลมาอย่างไร ถ้าแสดงตัวว่า คนนี้ดีพอเป็นหัวหน้าพรรคได้ เขาก็เลือก นี่คือสิ่งที่ผ่านมา ดังนั้นบุญคุณอันนี้ใช้ไม่หมด ผมต้องตอบแทนบุญคุณในช่วงปลายชีวิตการเมือง”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์