ชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบจริยธรรมการปฏิญาณตนการทำหน้าที่ ส.ส. เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ในการกล่าวคำปฏิญาญตนเที่ยวนี้ ผิดแปลกไปจากเดิม ซึ่งปกติแล้วการปฏิญาญตนถือเป็นเงื่อนไขสำคัญตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญก่อนการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
แต่การปฏิญาณตนในวันนั้น เมื่อประธานสภาฯ กล่าวนำคำว่า “ข้าพเจ้า” แล้วต้องพูดชื่อ-นามสกุลของแต่ละคนตามแล้ว โดยหลักปฏิบัติต้องรอให้ประธานฯ กล่าวนำข้อความที่จะปฏิญาณตน แล้ว ส.ส.ในที่ประชุมทุกคนต้องกล่าวตามข้อความที่ประธานฯ กล่าวนำทุกประโยค ทุกข้อความ แต่ปรากฏว่าในวันนั้น เมื่อประธานฯกล่าวนำการปฏิญาณตนว่า “ข้าพเจ้า” แล้ว ส.ส.ทุกคนก็เอ่ยชื่อและนามสกุลตัวเองตามแล้ว กลับไม่ได้รอให้ประธานฯ กล่าวนำข้อความในการปฏิญาณตน แต่กลับพูดตามข้อความคำกล่าวปฏิญาณตนไปพร้อมกัน
“สาเหตุหลักมาจากเพราะบนโต๊ะหน้าที่นั่งของ ส.ส.ทุกคนในห้องประชุมสภาฯ มีกระดาษที่เขียนคำกล่าวการปฏิญาณตนของ ส.ส.วางอยู่ให้กับ ส.ส.ทุกคนในที่ประชุม ส.ส.ที่เป็นสมาชิกใหม่ทุกคนก็อ่านตามนั้นไป ส่วนคนที่เป็นส.ส.เก่าที่เคยชินกับการว่าตามการกล่าวนำของประธานฯ ในที่ประชุม ก็เลยกล่าวตามกันไปหมดจนจบข้อความการปฏิญาณตน โดยที่ประธานฯ ไม่ทันได้กล่าวนำการปฏิญาณตนในที่ประชุมเลย อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง” อดีตประธานสภาฯ กล่าว
ดังนั้น การที่ ศรีสุวรรณ ไปร้อง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ ศิริกัญญา โดยเอาคลิปภาพเป็นหลักฐานนั้น และ ศิริกัญญา ได้ชี้แจงแล้วว่าเป็นการผิดคิว เพราะตามขั้นตอนเวลาที่ ส.ส.จะปฏิญาณตน ตามข้อบังคับจะกำหนดไว้ว่า ต้องให้ประธานสภาฯ เป็นผู้กล่าวนำ และ ส.ส.ต้องพูดตามทีละวรรคนั้น อันนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่ทุกคนต้องรอประธานฯ กล่าวนำก่อน แล้วสมาชิกในที่ประชุมจึงจะต้องพูดตาม
“สมัยที่ผมทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ทุกคนต้องเป็นอย่างนี้ ทุกตอนตลอดมา แต่เที่ยวนี้ สมาชิกใหม่อาจสับสน และพอเห็นคำกล่าวปฏิญาณตนอยู่บนโต๊ะข้างหน้าตัวเองทุกคน เขาจึงอ่านให้ครบจนจบ แต่ว่าก็โอเค ถือว่าสมบูรณ์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กล่าวตามคำปฏิญาณตามประธานฯเพราะเมื่อกล่าวถ้อยคำปฏิญาณตนครบถ้วน ก็ถือว่าสมบูรณ์ครบถ้วน” อดีตประธานสภาฯ กล่าว
แต่การปฏิญาณตนในวันนั้น เมื่อประธานสภาฯ กล่าวนำคำว่า “ข้าพเจ้า” แล้วต้องพูดชื่อ-นามสกุลของแต่ละคนตามแล้ว โดยหลักปฏิบัติต้องรอให้ประธานฯ กล่าวนำข้อความที่จะปฏิญาณตน แล้ว ส.ส.ในที่ประชุมทุกคนต้องกล่าวตามข้อความที่ประธานฯ กล่าวนำทุกประโยค ทุกข้อความ แต่ปรากฏว่าในวันนั้น เมื่อประธานฯกล่าวนำการปฏิญาณตนว่า “ข้าพเจ้า” แล้ว ส.ส.ทุกคนก็เอ่ยชื่อและนามสกุลตัวเองตามแล้ว กลับไม่ได้รอให้ประธานฯ กล่าวนำข้อความในการปฏิญาณตน แต่กลับพูดตามข้อความคำกล่าวปฏิญาณตนไปพร้อมกัน
“สาเหตุหลักมาจากเพราะบนโต๊ะหน้าที่นั่งของ ส.ส.ทุกคนในห้องประชุมสภาฯ มีกระดาษที่เขียนคำกล่าวการปฏิญาณตนของ ส.ส.วางอยู่ให้กับ ส.ส.ทุกคนในที่ประชุม ส.ส.ที่เป็นสมาชิกใหม่ทุกคนก็อ่านตามนั้นไป ส่วนคนที่เป็นส.ส.เก่าที่เคยชินกับการว่าตามการกล่าวนำของประธานฯ ในที่ประชุม ก็เลยกล่าวตามกันไปหมดจนจบข้อความการปฏิญาณตน โดยที่ประธานฯ ไม่ทันได้กล่าวนำการปฏิญาณตนในที่ประชุมเลย อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง” อดีตประธานสภาฯ กล่าว
ดังนั้น การที่ ศรีสุวรรณ ไปร้อง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ ศิริกัญญา โดยเอาคลิปภาพเป็นหลักฐานนั้น และ ศิริกัญญา ได้ชี้แจงแล้วว่าเป็นการผิดคิว เพราะตามขั้นตอนเวลาที่ ส.ส.จะปฏิญาณตน ตามข้อบังคับจะกำหนดไว้ว่า ต้องให้ประธานสภาฯ เป็นผู้กล่าวนำ และ ส.ส.ต้องพูดตามทีละวรรคนั้น อันนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่ทุกคนต้องรอประธานฯ กล่าวนำก่อน แล้วสมาชิกในที่ประชุมจึงจะต้องพูดตาม
“สมัยที่ผมทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ทุกคนต้องเป็นอย่างนี้ ทุกตอนตลอดมา แต่เที่ยวนี้ สมาชิกใหม่อาจสับสน และพอเห็นคำกล่าวปฏิญาณตนอยู่บนโต๊ะข้างหน้าตัวเองทุกคน เขาจึงอ่านให้ครบจนจบ แต่ว่าก็โอเค ถือว่าสมบูรณ์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กล่าวตามคำปฏิญาณตามประธานฯเพราะเมื่อกล่าวถ้อยคำปฏิญาณตนครบถ้วน ก็ถือว่าสมบูรณ์ครบถ้วน” อดีตประธานสภาฯ กล่าว




