นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงการประชุมสภาฯ สัปดาห์นี้ ว่า การประชุมสภาฯ ในวันที่ 18 - 19 มกรคม 2566 จะไม่เหมือนกับระเบียบวาระการประชุมในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยวันที่ 18 มกราคม จะเป็นการประชุมระเบียบวาระปกติ ซึ่งหลังจากที่ให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือนร้อนของประชนเสร็จแล้ว ก็จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กันชง พ.ศ. … ที่ค้างคามาหลายสัปดาห์ และคืบหน้าได้วันละนิดละหน่อย เพราะมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมเป็นส่วนใหญ่ ตนเชื่อว่าไม่จบภายในสัปดาห์นี้ แต่ถ้าพิจารณาจบจริง ก็จะนำร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาพิจารณาต่อ
นพ.สุกิจ กล่าวต่อว่า ส่วนวันที่ 19 มกราคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เห็นว่าเวลาการประชุมสภาฯ ชุดนี้มีเวลาจำกัดเหลือเกิน ทั้งที่ยังมีร่าง พ.ร.บ.ที่มีประโยชน์ และคิดว่าใช้เวลาพิจารณาไม่นานรอการพิจารณาอยู่ จึงอยากให้นำมาพิจารณาต่อจากวาระกระทู้ถามสด ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน คือ ร่าง พ.ร.บ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... และ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งวิปสองฝ่าย ได้ตกลงกันและให้คำมั่นว่าจะให้ครบองค์ประชุม และจะผ่านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับไปให้ได้ ซึ่งถ้าเป็นไปได้จริงก็จะเป็นของขวัญวันตรุษจีนให้กับพี่น้องประชาชน เชื่อว่าจะสามารถพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ได้อย่างรวดเร็ว และนำเข้าสู่วาระ 2-3 ได้ทันสภาฯ ชุดนี้ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุเสียก่อน
นพ.สุกิจ กล่าวอีกว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้เสนอขอให้เพิ่มเติมระเบียบวาระ และอยากจะให้ประชุมนัดพิเศษเพื่อตั้งใจร่วมมือกันผ่านกฎหมาย โดยอยากจะให้เพิ่มการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับการประมง ซึ่งมีร่างกฎหมายที่คล้ายกันจำนวน 7 ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นร่างของ ส.ส. จากทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ดังนั้นจึงมีร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณารวมทั้งหมด 10 ฉบับ แม้จะได้รับการตอบรับและคำสัญญาว่าจะร่วมมือกันทำกฎหมายเพื่อเป็นของขวัญให้กับประชาชน ก็ต้องจับตาดูว่าจะสำเร็จหรือไม่อย่างไรก็ตาม กฎหมายเหล่านี้ไม่ได้มีความซับซ้อน นายชวนจึงไม่ยอมแพ้และจะทำทุกวิถีทางให้กฎหมายผ่าน เพื่อให้สภาฯ มีผลงานให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า หากร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่าน จะเป็นจุดด่างพร้อยของสภาฯ หรือไม่ นพ.สุกิจ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองในแง่ร้าย แต่อยากจะให้มองเป็นเจตนาของแต่ละฝ่าย ฝ่ายที่ไม่เป็นองค์ประชุมก็อาจจะมีความคิดที่แตกต่างออกไปเมื่อระเบียบวาระมาแบบนี้แล้ว ก็ต้องทำตามข้อบังคับการประชุม และรัฐธรรมนูญ โดยในวันที่ 24-25 มกราคม นี้ ทราบว่า ชวน จะนัดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ต่อ ซึ่งต้องหารือกับวิปทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง เพราะเป็นกฎหมายที่ยาว มีผู้สงวนความเห็นและแปรญัตติจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลามากพอสมควร
ส่วนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นั้น สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะนัดประชุมกับวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ในวันที่ 25 มกราคม นี้ และอาจจะเชิญฝ่ายรัฐบาลมาหารือด้วย ตอนนี้รอนานไม่ได้เพราะมีเวลาจำกัด ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ที่ประชุม
“ทั้งนี้ ประธานสภาฯ เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน อยากให้เลื่อนการอภิปรายฯ มาก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และผมมีความเห็นส่วนตัว คิดว่าหากอภิปรายตามกำหนดที่รัฐบาลระบุ จะถือว่าค่อนข้างช้า เพราะฝ่ายค้านยื่นญัตติมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 แล้ว จึงควรเร่งให้เร็วขึ้น” นพ.สุกิจ กล่าว
นพ.สุกิจ กล่าวต่อว่า ส่วนวันที่ 19 มกราคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เห็นว่าเวลาการประชุมสภาฯ ชุดนี้มีเวลาจำกัดเหลือเกิน ทั้งที่ยังมีร่าง พ.ร.บ.ที่มีประโยชน์ และคิดว่าใช้เวลาพิจารณาไม่นานรอการพิจารณาอยู่ จึงอยากให้นำมาพิจารณาต่อจากวาระกระทู้ถามสด ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน คือ ร่าง พ.ร.บ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. .... และ ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งวิปสองฝ่าย ได้ตกลงกันและให้คำมั่นว่าจะให้ครบองค์ประชุม และจะผ่านกฎหมายทั้ง 3 ฉบับไปให้ได้ ซึ่งถ้าเป็นไปได้จริงก็จะเป็นของขวัญวันตรุษจีนให้กับพี่น้องประชาชน เชื่อว่าจะสามารถพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ได้อย่างรวดเร็ว และนำเข้าสู่วาระ 2-3 ได้ทันสภาฯ ชุดนี้ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุเสียก่อน
นพ.สุกิจ กล่าวอีกว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้เสนอขอให้เพิ่มเติมระเบียบวาระ และอยากจะให้ประชุมนัดพิเศษเพื่อตั้งใจร่วมมือกันผ่านกฎหมาย โดยอยากจะให้เพิ่มการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับการประมง ซึ่งมีร่างกฎหมายที่คล้ายกันจำนวน 7 ฉบับ ส่วนใหญ่เป็นร่างของ ส.ส. จากทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ดังนั้นจึงมีร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณารวมทั้งหมด 10 ฉบับ แม้จะได้รับการตอบรับและคำสัญญาว่าจะร่วมมือกันทำกฎหมายเพื่อเป็นของขวัญให้กับประชาชน ก็ต้องจับตาดูว่าจะสำเร็จหรือไม่อย่างไรก็ตาม กฎหมายเหล่านี้ไม่ได้มีความซับซ้อน นายชวนจึงไม่ยอมแพ้และจะทำทุกวิถีทางให้กฎหมายผ่าน เพื่อให้สภาฯ มีผลงานให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า หากร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ผ่าน จะเป็นจุดด่างพร้อยของสภาฯ หรือไม่ นพ.สุกิจ กล่าวว่า ไม่อยากให้มองในแง่ร้าย แต่อยากจะให้มองเป็นเจตนาของแต่ละฝ่าย ฝ่ายที่ไม่เป็นองค์ประชุมก็อาจจะมีความคิดที่แตกต่างออกไปเมื่อระเบียบวาระมาแบบนี้แล้ว ก็ต้องทำตามข้อบังคับการประชุม และรัฐธรรมนูญ โดยในวันที่ 24-25 มกราคม นี้ ทราบว่า ชวน จะนัดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ต่อ ซึ่งต้องหารือกับวิปทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง เพราะเป็นกฎหมายที่ยาว มีผู้สงวนความเห็นและแปรญัตติจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลามากพอสมควร
ส่วนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นั้น สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 จะนัดประชุมกับวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ในวันที่ 25 มกราคม นี้ และอาจจะเชิญฝ่ายรัฐบาลมาหารือด้วย ตอนนี้รอนานไม่ได้เพราะมีเวลาจำกัด ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ที่ประชุม
“ทั้งนี้ ประธานสภาฯ เห็นด้วยกับฝ่ายค้าน อยากให้เลื่อนการอภิปรายฯ มาก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และผมมีความเห็นส่วนตัว คิดว่าหากอภิปรายตามกำหนดที่รัฐบาลระบุ จะถือว่าค่อนข้างช้า เพราะฝ่ายค้านยื่นญัตติมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 แล้ว จึงควรเร่งให้เร็วขึ้น” นพ.สุกิจ กล่าว



