‘พท.’ ชวนดูนัยการเมือง ‘จุลพันธ์’ มองคดี ‘ทักษิณ’ ประจวบเลือกตั้ง

18 พ.ย. 2568 - 12:56

  • ‘จุลพันธ์’ ขอไม่นำมาเป็นประเด็นการเมือง หลังศาลฎีกากลับคำพิพากษาให้ ‘ทักษิณ’ แพ้คดีเลี่ยงภาษีขายหุ้นบริษัท

  • โยน คกก.ยุทธศาสตร์เพื่อไทยตัดสินใจยื่นซักฟอกหรือไม่ เผยคุย ‘เท้ง’ แล้ว

  • คงรอต่อไปไม่ได้พร้อมพิจารณาผู้สมัครใหม่ หลังปรากฎภาพ “สส.อุบลฯ’ ร่วมโต๊ะ ‘เนวิน’ แต่ไร้ความชัดเจน

‘พท.’ ชวนดูนัยการเมือง ‘จุลพันธ์’ มองคดี ‘ทักษิณ’ ประจวบเลือกตั้ง

'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' สส.เชียงใหม่ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกา กลับคำพิพากษา ให้ 'ทักษิณ ชินวัตร' อดีตนายกรัฐมนตรี แพ้คดีเลี่ยงภาษีขายหุ้น 'บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นฯ จำกัด' พร้อมบังคับคดี ให้ชำระเงินรวม 1.76 หมื่นล้านบาท เป็นประเด็นการเมืองหรือไม่ ว่า ไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นการเมืองทางพรรคจะไม่ใช้ประเด็นดังกล่าวในมิตินั้น แต่ข้อสังเกตของ 'ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์' เป็นข้อสังเกตที่สังคมสงสัยได้เพราะเหตุการณ์ประจวบเหมาะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนทราบอยู่ว่ากำลังเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง เป็นข้อสังเกตที่มีนัยยะทางเราจะเฝ้าติดตามว่าข้อสังเกตจะนำไปสู่อะไร จะมีการตรวจสอบกระบวนการที่เกิดขึ้นหรือไม่  

"ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยมีความสนิทสนมกับนายทักษิณ เรามองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเห็นใจ และเข้าใจ เรารู้อยู่เต็มอกว่ากระบวนการเริ่มมาจากอะไร ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้น ความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมต้องเกิดความกระจ่างชัดในที่สุดคนคนหนึ่งต้องถูกปฏิบัติอย่างเสมอภาค คงต้องมีกระบวนการในการติดตามการทำงานและคดีความต่อไป เชื่อว่าทางทักษิณเองและครอบครัวมีกำลังใจดีเยี่ยม หากมีช่องทางทางกฎหมาย ที่สามารถดำเนินการได้ก็คงหาช่องทางต่อสู้ต่อไป" 

เมื่อถามถึงการยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น จุลพันธ์ กล่าวว่ามีการพูดคุยกันอยู่แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งเราจะมอบภาระให้กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพราะต้องมีการพูดคุยกันว่าประเด็นในการอภิปรายวางใจมีความสุกงอมเพียงพอหรือไม่ ทั้งเรื่องเหตุการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา การปัดเป่าคดีความต่างๆ การทุจริตคอรัปชั่น และเรามีข้อมูลเพียงพอหรือไม่หากจะยื่นจะเป็นช่วงเวลาใดเพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน 

ส่วนตัวได้มีการหารือกับ 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งเราได้แสดงความชัดเจนในเรื่องของความตั้งใจที่จะต้องมีการตรวจสอบรัฐบาล ในขณะเดียวกันในณัฐพงษ์ก็มีข้อร้องขอบางประการซึ่งเราจะนำไปพิจารณา ส่วนจะดำเนินการเมื่อไหร่เราคงหารือกันภายในก่อนสุดท้ายต้องมีคำตอบกลับไปอย่างพรรคประชาชน และต้องดูสถานการณ์อื่นๆประกอบโดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

คงรอต่อไปไม่ได้พร้อมพิจารณาผู้สมัครใหม่ หลังปรากฎภาพ 'สส.อุบลฯ' ร่วมโต๊ะ 'เนวิน'

พร้อมกันนี้ได้กล่าวถึงกรณีที่ปรากฎภาพ 'สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ' สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ร่วมโต๊ะอาหารกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่าเรามีการพูดคุยกันหลายครั้ง ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจิตใจอยู่ที่นี่ มีความรักพรรคและอยากที่จะอยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเราจึงได้สอบถามเพื่อต้องการความชัดเจน ว่ายังมีอุดมการณ์ยึดมั่นอยู่กับพรรคและพร้อมเดินกับพวกเราอีกหรือไม่ แต่เมื่อเรารอแล้วยังไม่มีความชัดเจนทางพรรคจึงได้พิจารณาว่ามีผู้สมัครคนอื่นที่มีความเหมาะสมกว่าหรือไม่ พรรคไม่สามารถรอบุคคลได้ เราไม่ได้มีความขัดแย้ง คนเข้าออกเป็นเรื่องปกติการที่เปลี่ยนใจในการดำเนินการทางการเมืองทุกคนสามารถตัดสินใจได้ไม่ว่ากันแต่พรรคเองต้องเดินหน้าต่อ 

“เราคงรอต่อไปไม่ได้รอจนถึงวันเลือกตั้งวันสมัครรับเลือกตั้งและดูว่าใครยังอยู่ยังไปคงไม่สามารถดำเนินการเช่นนั้นได้” 

ส่วนที่มีสส.กาญจนบุรีเขต2ของพรรคไปร่วมโต๊ะ รวมถึงอีกหลายคนที่ยังยังไม่ปรากฏภาพ ทางเพื่อไทยมีข้อมูลว่าใครจะไปใครจะมาหรือไม่นั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ต้องมาดูกันเป็นกรณีคงจะฟังจากข่าวอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์และต้องมีการพูดคุย ในขณะนี้เราอยู่ในช่วงคัดสรรผู้สมัคร เกณฑ์ที่จะต้องใช้กับผู้สมัครทุกคนคือต้องมีความชัดเจน คนที่มีอุดมการตรงกับพรรคพร้อมที่จะเดินหน้าแข่งขันทางการเมืองมีเยอะ เราต้องดูผู้สมัครที่มีอุดมการมีแนวความคิดที่ตรงกับเราเป็นเรื่องหลักเพื่อเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง  

“คำถามนี้ไม่ควรมาถามกับพวกผม อยากให้กลับไปถามกับทางพรรคภูมิใจไทยว่ากระบวนการที่ทำอยู่เป็นกระบวนการที่ปกติหรือไม่ เป็นการสนับสนุน การเติบโตของประชาธิปไตยหรือไม่ การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีสังกัดอยู่ใช้วิธีการนอกเหนือความปกติที่จะดึงดูดใจส่วนตัวผมมองว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องนัก”

จุลพันธ์ กล่าว 

ส่วนหากได้รับคำชี้แจงว่าสส.ของพรรคเพื่อไทยมาเอง ก็เป็นไปได้เป็นถือเป็นสิ่งที่เขาจะชี้แจง คงต้องไปถามตัวสส.เองด้วย คนที่ยังมีอุดมการร่วมกับพรรคยังมีอีกเยอะ เราไม่ได้มองตัวบุคคลเป็นหลักสิ่งที่พรรคกำลังทำอยู่ขณะนี้คือทำพรรคให้ดีที่สุดปรับเปลี่ยนรีแบรนด์ ปรับโครงสร้างมีนโยบายที่ตอบโจทย์กับประชาชน รวมถึงการทำงานสภา การทำงานเชิงวิชาการ เราต้องสร้างให้เกิดความเข้มแข็งแน่นอนว่าใช้เวลา เมื่อถึงเวลานั้นที่เราอยู่ในสถานะที่ดีที่สุด จะทำให้คนที่เป็นสมาชิกเกิดความมั่นใจและพร้อมเดินไปกับเราแค่นั้น 

เมื่อถามว่าพื้นที่ที่มีสส.แข็งแรงและย้ายพรรค จะมีการทำพื้นที่ เพื่อรักษาพื้นที่และความนิยมของพรรคอย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้มองได้ทุกมุมแน่นอนว่าบุคคลที่มีความแข็งในพื้นที่มีจำนวนจำกัด แต่มีมากกว่าหนึ่งแน่นอน เราหาบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกาะติดกับประชาชนเคยทำประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนเหล่านั้น  การที่เขาย้ายพรรคไปไม่ได้หมายความว่าจะนำคะแนนของพรรคไปได้ คะแนนของแฟนพรรคเพื่อไทยยังอยู่ เราต้องหาบุคคลที่มีคะแนนส่วนตัวบวกเข้ามา ยังเชื่อว่าในพื้นที่พรรคไทยมีความเข้มแข็งอยู่ หากเราคัดสรรผู้สมัครที่ดีให้ประชาชนได้พิจารณาก็มีความเชื่อมั่นว่าเราจะรักษาพื้นที่เหล่านั้นได้เหมือนเดิม 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์