‘ชูศักดิ์’ ซัดแนวคิดดัน ‘นายกฯ คนนอก’ นอกระบบ ข้องใจทำไมมองข้าม ‘ชัยเกษม’ หรือแคนดิเดตคนอื่น

4 ส.ค. 2568 - 15:36

  • ‘ชูศักดิ์’ จวกชง ‘นายกฯ คนนอก’ เป็นแนวคิดนอกระบบ คาใจหาก ‘แพทองธาร’ พ้นตำแหน่ง เหตุใดมองข้าม ‘ชัยเกษม-แคนดิเดตนายกฯคนอื่น’

  • เชื่อเคส ‘พิเชษฐ์’ ไม่เกิดซ้ำรอยทำ ‘ครม.-สส.’ หลุดยกชุด ปมโหวตผ่านโยกงบฯไปทำ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ยันยังไม่เจอข้อเท็จจริงว่าเอี่ยวพิจารณางบฯ

‘ชูศักดิ์’ ซัดแนวคิดดัน ‘นายกฯ คนนอก’ นอกระบบ ข้องใจทำไมมองข้าม ‘ชัยเกษม’ หรือแคนดิเดตคนอื่น

ที่รัฐสภา ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีแนวคิดนายกรัฐมนตรีคนนอก หาก แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่นายกรัฐมนตรีคนนอกจะมาจากแนวคิดนอกระบบ สังเกตดูว่านายกรัฐมนตรีจากมาตรา 7 หรือมาตราใดๆ มักจะเข้ามาในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปฏิเสธการเมือง และนำอำนาจนอกระบบมาเป็นรัฐบาล ส่วนตัวคิดว่าเป็นไปได้ยาก

“คราวนี้ก็ชัดเจน ถามว่าทำไมคุณข้าม นายชัยเกษม นิติสิริ นอกจากคุณชัยเกษมก็ยังมีคุณอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือใครต่อใคร ถ้ามันเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านี้ก็ยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ก็จะถูกข้ามจากระบบไปเลย”

ชูศักดิ์ กล่าว

เชื่อเคส ‘พิเชษฐ์’ ไม่เกิดซ้ำรอย ทำ ‘ครม.-สส.’ หลุดยกชุด ปมโหวตโยกงบฯ ไปทำ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ยันยังไม่เจอข้อเท็จจริงว่าเอี่ยวพิจารณางบฯ

ส่วนกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 พ้นสมาชิกภาพ เนื่องจากกระทำขัดต่อมาตรา 144 จะมีการกำชับเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 สภาผู้แทนราษฎร อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ชูศักดิ์ ระบุ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคล้ายจะชี้ว่าพิเชษฐ์มีส่วนกับการแปรญัตติ ศาลจึงวินิจฉัยไปตามนั้น 

ส่วนกรณีที่มีผู้ร้องว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ รวมถึง สส.ทั้งสภา กระทำผิดมาตรา 144 สืบเนื่องจากการพิจารณาเห็นชอบงบประมาณในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ชูศักดิ์ ระบุ จากการพิจารณาหลักการคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นว่า ถ้า พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่านสภาไปแล้ว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยแล้ว ศาลจะไม่ไปยุ่ง ดังนั้น ศาลจึงไม่รับคำร้องในส่วน พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2568 เนื่องจากเป็นกฎหมายแล้ว มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว ศาลจึงรับคำร้องเฉพาะร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2569 ที่กำลังพิจารณาอยู่

ชูศักดิ์ ยังชี้แจงว่า ในกรณีที่มีผู้ร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นการร้องทั่วไปหมดทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งพ.ร.บ.งบประมาณปี 2568 จบไปแล้ว ส่วนคำวินิจฉัยในส่วนของ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ประเด็นที่ศาลวินิจฉัยคือ ต้องมีข้อเท็จจริงว่าผู้นั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแปรญัตติ หากไม่มีข้อเท็จจริงนี้ก็จบ

“ครม.ก็ดี สส.ก็ดี ต่างก็พิจารณาไปตามที่หน่วยรับงบประมาณเสนอมา เขาทำตามหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่ เว้นแต่จะมีข้อเท็จจริงว่าเขาไปเกี่ยวข้องไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงนั้น โดยผู้เสนอโครงการดิจิทัลวอลเล็ตก็ไม่เข้าข่ายเช่นกัน”

ชูศักดิ์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์