กลายมาเป็นข้อถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างไปแล้ว สำหรับกรณีของ ชาญ พวงเพ็ชร์ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี ซึ่งถูกร้องเรียนเรื่องทุจริตและศาลฯ รับฟ้องแล้ว จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ในเรื่องนี้ ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า เรื่องที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นเรื่องของมติทั่วไป คนที่พ้นจากตำแหน่งและกลับมามีตำแหน่งแล้วมีคดีแบบนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ อันนั้นคือคดีทั่วไป
แต่ในกรณีของ ชาญ ความเห็นส่วนตัวคือ มีคำร้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ แล้ว ซึ่งศาลฯ มีอำนาจในการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อมีคำร้องไปที่ศาลฯ ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องเป็นเรื่องที่ศาลฯ ต้องสั่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องของใครที่จะสั่ง
เรื่องไปที่ศาลฯ แล้ว ศาลฯ ประทับรับฟ้องแล้ว และศาลฯ มีอำนาจทางกฎหมายในการที่จะสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ควรจะเป็นไปตามแนวนี้
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องดังกล่าวนั้น ในความเห็นของตนเอง คือถามว่าใครเป็นโจทก์? ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ก็ควรร้องเข้าไป ถ้าต้องการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
เมื่อเรื่องไปถึงศาลฯ ศาลฯ ก็ต้องใช้ดุลยพินิจว่าจะให้หยุดหรือไม่ไม่ให้หยุด ไม่ใช่อำนาจของกระทรวงมหาดไทย




