ภายหลังพรรคประชาชนยอมตัดชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และใช้คำว่า “บุคคลในครอบครัว” แทน
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมาย และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ญัตติเปิดกว้างขึ้นและทำให้นายกรัฐมนตรีถูกโจมตีมากขึ้นหรือไม่?
ชูศักดิ์กล่าวว่า “ก็แล้วแต่ เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระ ก็ว่ากันไปตามข้อบังคับ แต่ต้องระวังในแง่ของการอภิปราย โดยเฉพาะการพาดพิงบุคคลที่สามหรือบุคคลภายนอก หากเขาได้รับความเสียหาย ผู้อภิปรายก็จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง และอาจถูกประท้วง”
เมื่อถามว่า การยอมให้แก้ไขญัตติครั้งนี้ จะมีผลบวกหรือผลลบต่อตัวนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ได้พาดพิงแค่ “ทักษิณ” เพียงคนเดียว แต่สามารถโยงถึงบุคคลอื่นๆ ในครอบครัวได้?
ชูศักดิ์กล่าวว่า “ส่วนตัวคิดว่ามีผลเท่าเดิม เพียงแค่ลบชื่อออก แต่ปัญหาใหญ่คือจะอภิปรายเนื้อหาอะไร เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และทำให้บุคคลภายนอกเสียหายหรือไม่ หากได้รับความเสียหายก็จะมีการประท้วง และถูกดำเนินคดีฟ้องร้องแค่นั้นเอง”




