ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการทำเอ็มโอยู (Memorandum Of Understanding: MOU) หรือบันทึกความเข้าใจร่วมรัฐบาลว่า พรรคก้าวไกล ได้ส่งตัวร่างให้พรรคร่วมฯ ได้พิจารณาแล้ว ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นนโยบาย จึงได้มอบหมายให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ดูและประสานกับพรรคก้าวไกล และเมื่อพิจารณาเบื้องต้น มีความเห็นว่า หากจะนำนโยบายมาใส่ในเอ็มโอยู ก็ควรใส่ให้ครบทุกพรรค
และส่วนตัวเห็นว่า ควรทำแค่เรื่องหลักการก่อน เช่น รับหลักการที่จะร่วมรัฐบาลด้วยกัน รับหลักการว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว จะรวมนโยบายของแต่ละพรรคมาเป็นนโยบายรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภาฯ เรื่องการบริหารจัดแบ่งผู้บริหารกันกันอย่างไร ตามความเป็นธรรม และจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เช่นนั้น จะมัวแต่ไปยุ่งว่าจะใส่นโยบายของใคร อย่างไร
“เรื่องนี้ ควรไปพูดคุยกันหลังจัดรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภาฯ ดีกว่า และในเอ็มโอยู จะยังไม่มีเรื่องมาตรา 112 ว่า เข้าใจว่าจะพูดคุยเรื่องนี้ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย คิดว่าเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาก จึงอยากให้ไปคิดดูให้ดี” ชูศักดิ์ ระบุ
ชูศักดิ์ ยืนยันด้วยว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวง ส่วนข่าวที่ปรากฏออกมาก็เป็นเพียงแค่ข่าว
“คนในพรรคยังไม่ได้มีการพูดกันเรื่องนี้ และไม่อยากให้ปรากฏภาพว่ามีการแบ่งเค้กกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทย สงวนท่าที ไม่ทำอะไรให้ล้ำหน้าเกินไป จนให้มีความรู้สึกว่าเราแบ่งขนมกัน ซึ่งพรรคฯ ระมัดระวังมากในเรื่องนี้ และไม่ขอแสดงความคิดเห็นของกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย จะคุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เพราะไม่ใช่พรรคนำ” ชูศักดิ์ ระบุ
ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดเอ็มโอยู โดยพูดเพียงสั้นๆ ว่า “กำลังดูอยู่”
และส่วนตัวเห็นว่า ควรทำแค่เรื่องหลักการก่อน เช่น รับหลักการที่จะร่วมรัฐบาลด้วยกัน รับหลักการว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว จะรวมนโยบายของแต่ละพรรคมาเป็นนโยบายรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภาฯ เรื่องการบริหารจัดแบ่งผู้บริหารกันกันอย่างไร ตามความเป็นธรรม และจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เช่นนั้น จะมัวแต่ไปยุ่งว่าจะใส่นโยบายของใคร อย่างไร
“เรื่องนี้ ควรไปพูดคุยกันหลังจัดรัฐบาล ก่อนแถลงต่อสภาฯ ดีกว่า และในเอ็มโอยู จะยังไม่มีเรื่องมาตรา 112 ว่า เข้าใจว่าจะพูดคุยเรื่องนี้ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย คิดว่าเรื่องนี้ จะเป็นเรื่องที่สร้างความแตกแยกในสังคมมาก จึงอยากให้ไปคิดดูให้ดี” ชูศักดิ์ ระบุ
ชูศักดิ์ ยืนยันด้วยว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวง ส่วนข่าวที่ปรากฏออกมาก็เป็นเพียงแค่ข่าว
“คนในพรรคยังไม่ได้มีการพูดกันเรื่องนี้ และไม่อยากให้ปรากฏภาพว่ามีการแบ่งเค้กกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทย สงวนท่าที ไม่ทำอะไรให้ล้ำหน้าเกินไป จนให้มีความรู้สึกว่าเราแบ่งขนมกัน ซึ่งพรรคฯ ระมัดระวังมากในเรื่องนี้ และไม่ขอแสดงความคิดเห็นของกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย จะคุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เพราะไม่ใช่พรรคนำ” ชูศักดิ์ ระบุ
ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดเอ็มโอยู โดยพูดเพียงสั้นๆ ว่า “กำลังดูอยู่”



