‘ชูวิทย์’ รูดซิปปากปม ‘คนชอบสะสมนาฬิกา’ เย้ย ‘สันธนะ’ มวยคนละชั้น

8 ธ.ค. 2565 - 16:08

  • ‘ชูวิทย์’ รูดซิปปากปม ‘คนชอบสะสมนาฬิกา’

  • อ้างหวั่นลามเป็นประเด็นการเมือง แต่ยืนยันเป็นศูนย์กลางอำนาจ

  • เย้ย ‘สันธนะ’ มวยคนละชั้น อย่าคิดสู้ ลั่นเตรียมแฉขบวนการ ‘อุ้มท้องซื้อพ่อ’

Chuvit_not_reveal_the_story_Person_who_likes_to_collect_watches_SPACEBAR_Hero_d3f7eeb0d4.jpeg
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของสถานบันเทิงและอดีตนักการเมือง เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน กรณียื่นคำร้องให้ กมธ.ป.ป.ช. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล  

อย่างไรก็ตาม ชูวิทย์ ปฏิเสธที่จะชี้แจงประเด็นบุคคลที่ ‘ตู้ห่าว’ นักธุรกิจชาวจีนและผู้ต้องหาคดียาเสพติด มอบนาฬิกาให้เป็น ‘คนชอบสะสมนาฬิกา’  

“ตนไม่ขอพูดเรื่องนี้ แต่จะพูดเรื่องที่เกี่ยวพันการที่ตู้ห่าว เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วราวกับขึ้นลิฟต์ ย่อมอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจ คนสุจริตหรือคนที่ไม่มีคอนเนคชั่นทำไม่ได้หรอก โดยธรรมเนียมไทย การนำของกำนัลไปให้เป็นเรื่องปกติ ตู้ห่าวรู้ว่าจะต้องไปใกล้ชิดใคร รู้ว่าจะต้องเอาของกำนัลไปให้ใคร แต่ถ้าจะให้ตนพูดปรักปรำว่าเห็นด้วยตาหรือไม่ ตนคงจะตอบไม่ได้ และจะเป็นประเด็นการเมือง สิ่งที่ตนพูดคือการทำให้เห็นพฤติการณ์ของตู้ห่าว ที่พยายามที่จะไม่ใช่บันได แต่ขึ้นลิฟต์ในการขึ้นสู่ศูนย์กลางอำนาจ ถ้าตนพูดไปจะเป็นการกล่าวร้าย ซึ่งใน กมธ.ป.ป.ช. พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ได้บอกตนว่า ขอให้เก็บบางอย่างไว้เป็นความลับ” ชูวิทย์ ระบุ  

เมื่อถามว่าบุคคลที่กล่าวถึงเป็นบุคคลที่มีอำนาจในรัฐบาลหรือไม่ ชูวิทย์ ตอบว่า “คนที่ตู้ห่าวต้องการใกล้ชิดย่อมต้องเป็นบุคคลที่มีอำนาจวาสนา แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อและพฤติกรรมต่างๆ เพราะจะเป็นการพาดพิงและเสียหายต่อประธานและ กมธ.ป.ป.ช.”  

ชูวิทย์ กล่าวอีกว่า เพื่อความเป็นธรรม สันธนะต้องเข้ามาให้การต่อ กมธ.ป.ป.ช.เหมือนกับตน สื่อฯ ทั้งหลายถ้าต้องการให้ตนปะทะ ตนก็ยินดีปะทะ เพราะข้อมูลของตนเป็นข้อมูลที่แข็งแกร่ง พร้อมเปรียบเปรยว่าฝ่าย สันธนะนั้นหลังพิงบ่อน-พิงบาร์ แต่หลังตนพิงกำแพงเหล็ก ดังนั้น สันธนะต้องคิดถึงตัวเองว่าจะเดินก้าวต่อไปอย่างไร สันธนะคิดจะสู้คนอย่างตน สันธนะจะรอดหรือเปล่า ระหว่างสันธนะกับตน นั้นถือว่ามวยคนละชั้น 

“ผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการ และผมรับผิดชอบคำพูดของผมทุกประการ จะมีคดีกับคนอย่างผมนั้นผมยินดี เพราะผมไม่เคยเป็นโจทย์ ผมเป็นแต่จำเลยมาทั้งชีวิต ครั้งนี้ ก็ต้องขอขอบคุณสันธนะ ที่ให้โอกาสผมได้เป็นโจทย์ฟ้องสันธนะ ผมยืนยันอีกครั้งนึงว่าไม่มีใครอยู่เบื้องหลังผม ถ้าคุณคิดว่ามีงั้นดูพฤติการณ์ผมแล้วกัน” ชูวิทย์ กล่าว 

ชูวิทย์ เปิดเผยด้วยว่า ภายในสิ้นปีนี้จะเปิดกระบวนการที่ชื่อว่า ‘อุ้มท้องซื้อพ่อ’ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำลายความมั่นคงของชาติในระยะยาว และกระบวนการดังกล่าว เริ่มต้นแล้วที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีหน่วยงานรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องแน่นอน แต่จะเป็นความละเลยหรือเต็มใจรับผลประโยชน์ นี่คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ต้องหาคำตอบ  

“คนอย่างผมเมื่อเปิดเผยแล้วจะเปิดชื่อหน่วยงานด้วยโดยไม่มีกั๊ก ผมไม่มีอะไรที่จะพูดกำกวมเหมือนสันธนะหรอก ลักษณะตนเป็นการพูดชัดกระชับและตรงเป้า และรับผิดชอบคำพูดของตนเอง ไม่ใช่สันธนะ ที่พูดสองแง่สองง่าม แล้วให้ไปนั่งเดาเอาเอง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย” ชูวิทย์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์