ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของสถานบันเทิงและอดีตนักการเมือง เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน หลังยื่นคำร้องให้ กมธ.ป.ป.ช. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล
โดย ชูวิทย์ อ้างว่า สันธนะ เป็นบุคคลที่อันตราย เพราะหลังจากการเปิดเผยเรื่องนายทุนจีน อีกฝ่ายพยายามออกมาใส่ร้ายป้ายสีเรื่องยาเสพติดในโรงแรมของตน เหมือนเป็นความช้ำใจว่าหากวันนั้นถูกกลั่นแกล้งเรื่องยาเสพติดก็จะทำให้เสื่อมเสียเกียรติ และวันที่ สันธนะบุกมาที่โรงแรมพร้อมกับสื่อมวลชน มีการอ้างถึงคลิป ซึ่งเข้าข่ายแบล็กเมล์ชัดเจน แต่ปรากฏว่าคลิปวีดีโอดังกล่าวกลับไม่มีอะไร
เมื่อป้ายสีเรื่องยาเสพติดไม่สำเร็จ ก็หันไปเล่นงานตนเองด้วยธุรกิจอาบอบนวด ซึ่งตนไม่สนใจ เพราะจะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นเรื่องการเปิดเผยเรื่องธุรกิจทุนจีนสีเทา ที่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครอง ตำรวจ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ล้วนสนับสนุนให้เกิดกระบวนการทุนจีนสีเทามาเฟียในประเทศ อีกทั้งกรณีมาเฟีย 5 คน สันธนะก็ยอมรับว่ารู้จักอย่างดี และพาดพิงถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย แสดงให้เห็นว่ามีความเกี่ยวพันธ์หรือเกี่ยวโยงกันหรือไม่ เพราะ สันธนะ อ้างว่า ร.อ.ธรรมนัส ดูแลกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนเหล่านี้
ทั้งนี้ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปสนับสนุนชาวจีนเหล่านี้ให้ทำธุรกิจสีเทาในไทย ทำให้กลุ่มเหล่านี้เติบโตอย่างมาก โดยเพียงระยะเวลา 10 ปี ตู้ห่าว มีรถทัวร์ 500 คัน มีเงินหลายพันล้าน สามารถซื้อบ้านได้ในราคา 200-300 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น หากมีกฎหมายให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้ ถ.สุขุมวิท และ ถ.รัชดาภิเษก โดยคนไทยที่หากินสุจริต ไม่มีทางสู้ทุนจีนที่หากินสีเทาได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่า สันธนะ รับงานมาเฟียทุนจีนหรือไม่ เพราะออกมาปกป้องว่าเป็นคนดี โดยตนมีหลักฐานที่ถูกข่มขู่และการปกป้องนายทุนจีน
“วันนี้ นายสันธนะก็ไม่ยอมจบ ออกมาเล่นงานเรื่องการจ่ายภาษีในธุรกิจโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้น ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองมาเผยแพร่อีก นายสันธนะ มีเป้าประสงค์ที่จะทำลายผม โดยรับงานมาจากนายทุนจีนต่างๆ เหล่านี้ถึงขนาดขั้นไปประกันตัวนายเดวิด แต่ประกันตัวไม่ได้ ถึงขนาดออกตัวว่าทุนจีนเหล่านี้เป็นคนดี และออกตัวว่า ร.อ.ธรรมนัส ฝากให้ดูแลกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ และนายตู้ห่าว ถูกส่งไปที่โรงพักยานนาวา ก็ยังไม่ร้องตะโกน ห่าว ห่าว ห่าว เป็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมาก ถ้าเป็นคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมไม่ออกตัวแบบนี้” ชูวิทย์ กล่าว
ส่วนที่ สันธนะ บอกว่ามีรายได้จากต่างประเทศ ในรูปแบบ ‘จังเก็ต’ หมายถึงเอเย่นต์ชักชวนคนไปเล่นการพนัน และอาศัยรายได้จากคอร์รัปชันนั้น ถามว่าได้เสียภาษีหรือไม่ ซึ่งตนไม่อยากพูดถึงเรื่องเหล่านี้ หาก สันธนะไม่ออกมายุ่ง ทั้งนี้ การเปิดเผยเรื่องธุรกิจทุนจีนสีเทายังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมีข้อมูลบางอย่างที่ยังเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากยังต่อจิ๊กซอว์ไม่ครบ ยืนยันได้ว่า กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ทำลายความมั่นคงของประเทศไทยอย่างชัดเจน ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จะทำให้ในอนาคตไม่รู้เลยว่าคนไหนเป็นคนไทย คนไหนเป็นคนจีน
ผู้สื่อข่ายรายงานว่า หลัง ชูวิทย์ ชี้แจงไปได้ช่วงหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เนื่องจาก กมธ.ป.ป.ช.จะซักถามในประเด็นที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ เช่น การพาตัว ตู้ห่าว ไปพบ ‘บุคคลที่ชอบสะสมนาฬิกา’ และได้มอบนาฬิกาหรูมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ให้บุคคลดังกล่าว รวมทั้งมีบุคคลที่ ‘ใหญ่’ กว่านี้อีกหรือไม่
โดย ชูวิทย์ อ้างว่า สันธนะ เป็นบุคคลที่อันตราย เพราะหลังจากการเปิดเผยเรื่องนายทุนจีน อีกฝ่ายพยายามออกมาใส่ร้ายป้ายสีเรื่องยาเสพติดในโรงแรมของตน เหมือนเป็นความช้ำใจว่าหากวันนั้นถูกกลั่นแกล้งเรื่องยาเสพติดก็จะทำให้เสื่อมเสียเกียรติ และวันที่ สันธนะบุกมาที่โรงแรมพร้อมกับสื่อมวลชน มีการอ้างถึงคลิป ซึ่งเข้าข่ายแบล็กเมล์ชัดเจน แต่ปรากฏว่าคลิปวีดีโอดังกล่าวกลับไม่มีอะไร
เมื่อป้ายสีเรื่องยาเสพติดไม่สำเร็จ ก็หันไปเล่นงานตนเองด้วยธุรกิจอาบอบนวด ซึ่งตนไม่สนใจ เพราะจะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นเรื่องการเปิดเผยเรื่องธุรกิจทุนจีนสีเทา ที่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมการปกครอง ตำรวจ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ล้วนสนับสนุนให้เกิดกระบวนการทุนจีนสีเทามาเฟียในประเทศ อีกทั้งกรณีมาเฟีย 5 คน สันธนะก็ยอมรับว่ารู้จักอย่างดี และพาดพิงถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย แสดงให้เห็นว่ามีความเกี่ยวพันธ์หรือเกี่ยวโยงกันหรือไม่ เพราะ สันธนะ อ้างว่า ร.อ.ธรรมนัส ดูแลกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนเหล่านี้
ทั้งนี้ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปสนับสนุนชาวจีนเหล่านี้ให้ทำธุรกิจสีเทาในไทย ทำให้กลุ่มเหล่านี้เติบโตอย่างมาก โดยเพียงระยะเวลา 10 ปี ตู้ห่าว มีรถทัวร์ 500 คัน มีเงินหลายพันล้าน สามารถซื้อบ้านได้ในราคา 200-300 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น หากมีกฎหมายให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้ ถ.สุขุมวิท และ ถ.รัชดาภิเษก โดยคนไทยที่หากินสุจริต ไม่มีทางสู้ทุนจีนที่หากินสีเทาได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่า สันธนะ รับงานมาเฟียทุนจีนหรือไม่ เพราะออกมาปกป้องว่าเป็นคนดี โดยตนมีหลักฐานที่ถูกข่มขู่และการปกป้องนายทุนจีน
“วันนี้ นายสันธนะก็ไม่ยอมจบ ออกมาเล่นงานเรื่องการจ่ายภาษีในธุรกิจโรงแรม ยิ่งไปกว่านั้น ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองมาเผยแพร่อีก นายสันธนะ มีเป้าประสงค์ที่จะทำลายผม โดยรับงานมาจากนายทุนจีนต่างๆ เหล่านี้ถึงขนาดขั้นไปประกันตัวนายเดวิด แต่ประกันตัวไม่ได้ ถึงขนาดออกตัวว่าทุนจีนเหล่านี้เป็นคนดี และออกตัวว่า ร.อ.ธรรมนัส ฝากให้ดูแลกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ และนายตู้ห่าว ถูกส่งไปที่โรงพักยานนาวา ก็ยังไม่ร้องตะโกน ห่าว ห่าว ห่าว เป็นพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมาก ถ้าเป็นคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมไม่ออกตัวแบบนี้” ชูวิทย์ กล่าว
ส่วนที่ สันธนะ บอกว่ามีรายได้จากต่างประเทศ ในรูปแบบ ‘จังเก็ต’ หมายถึงเอเย่นต์ชักชวนคนไปเล่นการพนัน และอาศัยรายได้จากคอร์รัปชันนั้น ถามว่าได้เสียภาษีหรือไม่ ซึ่งตนไม่อยากพูดถึงเรื่องเหล่านี้ หาก สันธนะไม่ออกมายุ่ง ทั้งนี้ การเปิดเผยเรื่องธุรกิจทุนจีนสีเทายังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมีข้อมูลบางอย่างที่ยังเปิดเผยไม่ได้ เนื่องจากยังต่อจิ๊กซอว์ไม่ครบ ยืนยันได้ว่า กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่ทำลายความมั่นคงของประเทศไทยอย่างชัดเจน ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จะทำให้ในอนาคตไม่รู้เลยว่าคนไหนเป็นคนไทย คนไหนเป็นคนจีน
ผู้สื่อข่ายรายงานว่า หลัง ชูวิทย์ ชี้แจงไปได้ช่วงหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เนื่องจาก กมธ.ป.ป.ช.จะซักถามในประเด็นที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ เช่น การพาตัว ตู้ห่าว ไปพบ ‘บุคคลที่ชอบสะสมนาฬิกา’ และได้มอบนาฬิกาหรูมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ให้บุคคลดังกล่าว รวมทั้งมีบุคคลที่ ‘ใหญ่’ กว่านี้อีกหรือไม่



