‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการนำกัญชา กลับไปเป็นยาเสพติดตามมีการลงนามบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ของพรรคก้าวไกลว่า การที่ ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่าจะผลักดันให้กัญชา กลับไปเป็นยาเสพติด แต่กลับจะประนีประนอมหาแนวทางคุ้มครองผู้ประกอบการ ผู้ขาย และผู้ปลูกกัญชา ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่เห็นด้วยกับการประนีประนอมในเรื่องนี้ พร้อมย้อนถามว่า เราประนีประนอมกับยาเสพติดได้หรือ
นอกจากนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังตั้งคำถามว่าในเมื่อร้านกัญชาที่เปิดกันอยู่ตอนนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ใช้ในทางการแพทย์ และที่มาของการออกกฎหมายปลดล็อกกัญชา ก็เกิดจากกระบวนการเทาๆ จากพรรคการเมืองในรัฐบาลชุดก่อน เมื่อเป็นแบบนี้แล้วพรรคก้าวไกล จะคล้อยตามและยอมให้กระบวนการเทาๆ แบบนี้อยู่ต่อไปอย่างนั้นหรือ ย้ำว่าพรรคก้าวไกล ต้องเลือกว่าจะหาทางออกให้สังคม หรือหาทางออกให้ยาเสพติด
อีกประเด็นที่ ‘ชูวิทย์’ พูดถึง คือ การวิเคราะห์สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ที่ส่อมีรอยร้าวกับพรรคร่วมรัฐบาล ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มตั้งไข่ โดยมองว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และ ‘น.ต.ศิธา ทิวารี’ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เป็นผลพวงมาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ต้องการทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล แตกแยกกัน โดยคนกลุ่มนี้ทำกันเป็นขบวนการ พร้อมชี้เป้าว่า พรรคไหนที่ทำให้เกิดความแตกแยก พรรคนั้นแหละที่ต้องการไปจับมือกับขั้วการเมืองใหม่
ส่วนเรื่องการเลือกประธานสภาฯ ‘ชูวิทย์’ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ต้องไปตกลงกันให้ได้ คุยกันด้วยเหตุและผล อย่าให้ถึงขั้นฟรีโหวตกันในสภาฯ เพราะหากได้พรรคที่ 3 มาจะทำให้เรื่องวุ่นวายไปอีก และหากตกลงกันเรื่องนี้ไม่ได้ ยิ่งสะท้อนว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ไม่ไว้ใจกัน หากเป็นแบบนี้จะทำงานด้วยกันยาก และหากทำงานร่วมกันคงอยู่ได้ไม่ถึง 2 ปี คงมีการเลือกตั้งใหม่ และหากเป็นแบบนั้น เชื่อว่าพรรคก้าวไกล จะได้คะแนนนิยมมากกว่าเดิม และเชื่อว่าแม้ฉากหน้าพรรคเพื่อไทย จะบอกว่าพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกล แต่ลับหลังไม่ได้เป็นแบบนั้น พร้อมเตือนว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ไม่ควรเล่นเกมการเมืองกัน เพราะเมื่อประชาชนส่วนใหญ่เลือก 2 พรรคนี้มาแล้ว ก็ควรจะจับมือกันต่อไป เพื่อให้เกิดการเมืองใหม่ ไม่เช่นนั้นคนที่มีอำนาจเก่าคงหวนกลับมา
‘ชูวิทย์’ ยังเชื่อว่าอีกไม่นาน ‘พิธา ลิ้มเจริญรัฐ’ คงถูกสอยตกขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ จากปมถือหุ้นสื่อ iTV และหากเกิดเรื่องนี้ขึ้น พรรคเพื่อไทย อาจกังวลว่าหากประธานสภาฯ มาจากพรรคก้าวไกล อาจไม่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องประธานสภาฯ แต่หากพิจารณาจากโผลเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้คุมกระทรวงเกรดเอไปแล้ว ก็ควรยกตำแหน่งประธานสภาฯ ให้พรรคก้าวไกล เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อให้ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาฯ เห็นด้วยหรือไม่ ‘ชูวิทย์’ บอกว่าเห็นด้วย เพราะเป็นคนที่ดูมีความเป็นกลาง แต่เนื่องจากหัวหน้าพรรคประชาชาติมีอายุเกือบ 80 ปี แล้ว ไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ไหวหรือไม่
สำหรับสูตรสมการทางการเมือง ‘ชูวิทย์’ ยังวิเคราะห์ว่าหากพรรคก้าวไกล จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ คงต้องรอดูว่าจะยังอยู่เป็นฝ่ายรัฐบาลคู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ หรือจะย้ายไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งหากเป็นแบบนั้น พรรคเพื่อไทย คงต้องไปจับกับพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากเป็นแบบนั้นเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่พอใจ และอาจมีการนำนโยบายกัญชากลับมาใช้แบบเสรี หรือ อาจะมีดีลลับเพื่อปูทางให้ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี กลับไทยมาเลี้ยงหลานหรือไม่ ทั้งหมดนี้ ‘ชูวิทย์’ ย้ำว่าเขาไม่ได้เสี้ยม เพียงแค่วิเคราะห์สถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าเป็นได้เท่านั้น
นอกจากนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังตั้งคำถามว่าในเมื่อร้านกัญชาที่เปิดกันอยู่ตอนนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ใช้ในทางการแพทย์ และที่มาของการออกกฎหมายปลดล็อกกัญชา ก็เกิดจากกระบวนการเทาๆ จากพรรคการเมืองในรัฐบาลชุดก่อน เมื่อเป็นแบบนี้แล้วพรรคก้าวไกล จะคล้อยตามและยอมให้กระบวนการเทาๆ แบบนี้อยู่ต่อไปอย่างนั้นหรือ ย้ำว่าพรรคก้าวไกล ต้องเลือกว่าจะหาทางออกให้สังคม หรือหาทางออกให้ยาเสพติด
อีกประเด็นที่ ‘ชูวิทย์’ พูดถึง คือ การวิเคราะห์สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ที่ส่อมีรอยร้าวกับพรรคร่วมรัฐบาล ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มตั้งไข่ โดยมองว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และ ‘น.ต.ศิธา ทิวารี’ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เป็นผลพวงมาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ต้องการทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล แตกแยกกัน โดยคนกลุ่มนี้ทำกันเป็นขบวนการ พร้อมชี้เป้าว่า พรรคไหนที่ทำให้เกิดความแตกแยก พรรคนั้นแหละที่ต้องการไปจับมือกับขั้วการเมืองใหม่
ส่วนเรื่องการเลือกประธานสภาฯ ‘ชูวิทย์’ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ต้องไปตกลงกันให้ได้ คุยกันด้วยเหตุและผล อย่าให้ถึงขั้นฟรีโหวตกันในสภาฯ เพราะหากได้พรรคที่ 3 มาจะทำให้เรื่องวุ่นวายไปอีก และหากตกลงกันเรื่องนี้ไม่ได้ ยิ่งสะท้อนว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ไม่ไว้ใจกัน หากเป็นแบบนี้จะทำงานด้วยกันยาก และหากทำงานร่วมกันคงอยู่ได้ไม่ถึง 2 ปี คงมีการเลือกตั้งใหม่ และหากเป็นแบบนั้น เชื่อว่าพรรคก้าวไกล จะได้คะแนนนิยมมากกว่าเดิม และเชื่อว่าแม้ฉากหน้าพรรคเพื่อไทย จะบอกว่าพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกล แต่ลับหลังไม่ได้เป็นแบบนั้น พร้อมเตือนว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ไม่ควรเล่นเกมการเมืองกัน เพราะเมื่อประชาชนส่วนใหญ่เลือก 2 พรรคนี้มาแล้ว ก็ควรจะจับมือกันต่อไป เพื่อให้เกิดการเมืองใหม่ ไม่เช่นนั้นคนที่มีอำนาจเก่าคงหวนกลับมา
‘ชูวิทย์’ ยังเชื่อว่าอีกไม่นาน ‘พิธา ลิ้มเจริญรัฐ’ คงถูกสอยตกขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ จากปมถือหุ้นสื่อ iTV และหากเกิดเรื่องนี้ขึ้น พรรคเพื่อไทย อาจกังวลว่าหากประธานสภาฯ มาจากพรรคก้าวไกล อาจไม่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องประธานสภาฯ แต่หากพิจารณาจากโผลเก้าอี้รัฐมนตรีแล้ว พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้คุมกระทรวงเกรดเอไปแล้ว ก็ควรยกตำแหน่งประธานสภาฯ ให้พรรคก้าวไกล เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อให้ ‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาฯ เห็นด้วยหรือไม่ ‘ชูวิทย์’ บอกว่าเห็นด้วย เพราะเป็นคนที่ดูมีความเป็นกลาง แต่เนื่องจากหัวหน้าพรรคประชาชาติมีอายุเกือบ 80 ปี แล้ว ไม่มั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ไหวหรือไม่
สำหรับสูตรสมการทางการเมือง ‘ชูวิทย์’ ยังวิเคราะห์ว่าหากพรรคก้าวไกล จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ คงต้องรอดูว่าจะยังอยู่เป็นฝ่ายรัฐบาลคู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ หรือจะย้ายไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งหากเป็นแบบนั้น พรรคเพื่อไทย คงต้องไปจับกับพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากเป็นแบบนั้นเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่พอใจ และอาจมีการนำนโยบายกัญชากลับมาใช้แบบเสรี หรือ อาจะมีดีลลับเพื่อปูทางให้ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี กลับไทยมาเลี้ยงหลานหรือไม่ ทั้งหมดนี้ ‘ชูวิทย์’ ย้ำว่าเขาไม่ได้เสี้ยม เพียงแค่วิเคราะห์สถานการณ์ที่มีแนวโน้มว่าเป็นได้เท่านั้น




