‘ขวัญรัตน์-ปชน.’ โต้ ‘ชูวิทย์’ ยันพ้นรองนายก ทม. แพร่ ไม่ใช่ทุจริต ไม่ขาดคุณสมบัติชิง สส.

30 ม.ค. 2569 - 16:22

  • ‘ขวัญรัตน์’ โต้ ‘ชูวิทย์’ แจงปมพ้นตำแหน่งรองนายก ทม.แพร่ ยืนยันไม่ได้พ้นเพราะทุจริตต่อหน้าที่ ย้ำยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. ขณะที่ ‘ณัฐพงษ์’ ฝาก ‘ชูวิทย์’ มีอะไรเปิดมาเลย อย่ามาพูดรายวัน ยืนยันผู้สมัคร สส.แพร่ ไม่ขาดคุณสมบัติ

‘ขวัญรัตน์-ปชน.’ โต้ ‘ชูวิทย์’ ยันพ้นรองนายก ทม. แพร่ ไม่ใช่ทุจริต ไม่ขาดคุณสมบัติชิง สส.

จากกรณี ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาเปิดเผยข้อมูลโจมตี ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จ.แพร่

ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 พรรคประชาชน (ปชน.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีข่าวเกี่ยวกับประวัติการพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ (ทม.แพร่) โดยระบุดังนี้

ดิฉัน ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขตเลือกตั้งที่หนึ่ง สังกัดพรรคประชาชน หมายเลขผู้สมัคร 4 ขอชี้แจงต่อกรณีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประวัติการพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ดังนี้

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 โชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งดิฉันให้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป และต่อมา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 นายโชคชัย พนมขวัญ ก็ได้มีคำสั่งให้ดิฉันพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ซึ่งเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 48 โสฬส (2) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 กล่าวคือ ดิฉันพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ จากการที่นายกเทศมนตรีเมืองแพร่มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ดิฉันมิได้พ้นจากตำแหน่งเพราะกระทำทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่าทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบในวงราชการแต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเป็นกรณีตามมาตรา 48 โสฬส (ประกอบมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน)

นอกจากนี้ การที่ดิฉันได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ในขณะที่อายุยังไม่ครบ 35 ปีบริบูรณ์ในวันที่แต่งตั้ง ก็ไม่ใช่การกระทำทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่าทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบในวงราชการ เพราะดิฉันเป็นผู้รับคำสั่งแต่งตั้ง และถ้าจะมีประเด็นว่า ดิฉันขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ก็มิใช่การใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งของดิฉันในการแต่งตั้งแต่ประการใด

เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นลักษณะต้องห้ามเฉพาะกรณีเคยถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการเท่านั้น

การออกจากตำแหน่งตามคำสั่งของผู้มีอำนาจแต่งตั้งก็ดี หรือพ้นเพราะขาดคุณสมบัติก็ดี ไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ดิฉันขอชี้แจงประเด็นถัดไปว่า ต่อข้อเท็จจริงกรณี โชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งดิฉันดังกล่าวข้างต้น ในเรื่องนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามคำสั่งจังหวัดแพร่ ลับ ที่ 2260/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลงวันที่ 25 กันยายน 2566 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียน โชคชัย พนมขวัญ ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ กรณีออกคำสั่งแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และพิจารณาแล้วมีมติว่า เป็นกรณีกล่าวหาในเรื่องที่มิใช่ความผิดร้ายแรง

และในการนี้ ต่อมา คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าพฤติการณ์การกระทำของ โชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ยังไม่ถือว่าเป็นการประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย แต่เพื่อมิให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก จังหวัดแพร่จึงตักเตือนและกำชับ โชคชัย พนมขวัญ ในการดำเนินการแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ตามหนังสือ ที่ พร 0023.4/002 เรื่อง ตักเตือนและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของ โชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ฉบับลงวันที่ 4 มกราคม 2567

ในเรื่องนี้ สืบเนื่องจาก เดิมมาตรา 48 เบญจ กำหนดอายุผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี (ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกับ รองนายกเทศมนตรี) คือ 30 ปี ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546 ต่อมา เมื่อปี 2562 เพิ่งปรับเกณฑ์อายุเป็น 35 ปี ในเรื่องนี้ โชคชัย พนมขวัญ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ตั้งแต่ปี 2547 เรื่อยมาติดต่อกัน จึงเข้าใจมาโดยตลอดในประเด็นอายุของรองนายกเทศมนตรีว่าใช้เกณฑ์อายุ 30 ปี อันเป็นความเข้าใจโดยสุจริตของ โชคชัย พนมขวัญ

อีกทั้งการสั่งการก็เป็นการแสดงข้อมูลของดิฉันทั้งหมดต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน โดยเจ้าหน้าที่ก็มิได้ทักท้วงเรื่องเกณฑ์อายุแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่า โชคชัย พนมขวัญ ไม่มีเจตนาปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2552

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อ โชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ซึ่งเป็นผู้ทรงอำนาจ ได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.และจังหวัดแพร่ แล้วว่าไม่ได้ทุจริตหรือประพฤติมิชอบแต่อย่างใด ในทางเดียวกันนี้ ดิฉันซึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจะมีความผิดในข้อหาดังกล่าวได้อย่างไร

ในเรื่องนี้ บุคคลที่มีใจเป็นธรรมย่อมตระหนักถึงความเป็นเหตุเป็นผลดังกล่าวนี้ได้ และดิฉันขอยืนยันว่าดิฉันไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติมิชอบในวงราชการแต่อย่างใด ดิฉันมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกประการ

ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงขอยืนยันว่าดิฉันยังมีสถานะผู้สมัคร ส.ส.ทุกประการ ทุกคะแนนที่พี่น้องชาวแพร่จะมอบให้ดิฉันจะไม่เสียเปล่า เหลือเวลาอีกเพียง 10 วัน ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ดิฉันจะตั้งใจรณรงค์หาเสียง ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหวั่นไหวกับผู้ที่ปล่อยข่าวโจมตีโดยมีวัตถุประสงค์จะสกัดกั้นพรรคประชาชนจากการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง

ขณะที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวคุณสมบัติของผู้สมัครที่จังหวัดแพร่ ได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายแล้วว่าไม่มีการส่งผลอะไรที่จะขัดต่อคุณสมบัติการลงสมัคร สส. ตนไม่ขอขยายความเพิ่ม แต่อยากจะฝากถึงชูวิทย์ว่ามีข้อมูลอะไรก็เปิดเลย อย่ามาพูดรายวันแบบนี้ ที่ผ่านมาพรรคประชาชนเราแสดงออกโดยตลอด ว่าถ้าเจอข้อมูลข้อเท็จจริงเราพร้อมจัดการทันที เพราะฉะนั้น ไม่ได้คิดว่ามีผลกระทบอะไรต่อการหาเสียง

เมื่อถามว่ามีโอกาสจะฟ้องกลับหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็รอข้อมูลที่เขาเปิด ตอนนี้ยังไม่เปิดข้อมูล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์