จ่อร้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ สอบ ‘เศรษฐา’ ปมปล่อยกู้พันล้าน

16 ส.ค. 2566 - 11:33

  • ‘ชูวิทย์’ จ่อร้อง ‘บิ๊กโจ๊ก’ สอบ ‘เศรษฐา’ ปมปล่อยเงินกู้ 1,000 ล้านบาท หลังพบว่า 1 ในผู้ที่มีชื่ออยู่ในบริษัทนอมินีที่ยื่นขอกู้เงิน ออกมาเเสดงตัวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมดังกล่าว ส่อเข้าข่าย ‘สวมบัตรประชาชน’ เพื่อนำไปกู้เงินหรือไม่

  • ด้าน ‘เศรษฐา’ โต้พร้อมรับการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่บิดเบือนเพื่อหวังผลบางอย่าง

chuwit_srettha_surachet_the_act_of_disguising_the_purchase_of_land_in_the_thonglor_area_SPACEBAR_Hero_be45a1087f.jpeg
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงกันตั้งแต่เช้า หลัง ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า วันพรุ่งนี้ (17 ส.ค.) จะไปแจ้งความต่อ ‘พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล’ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กรณีใช้บริษัทลูกในเครือแสนสิริ ปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทที่เป็นนอมินี จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นหมากในการทำนิติกรรมอำพรางซื้อที่ดินย่านทองหล่อ ทั้งที่กรรมการของบริษัทนอมินีดังกล่าว เป็นเพียง สาวคนหนึ่งที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร และไม่มีประวัติเสียภาษีมาก่อน และชายอีก 2 คน ที่เป็นเพียงพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทแห่งหนึ่งเท่านั้น 

โดยโพสต์ดังกล่าวมีใจความว่า ‘น.ส.พินิช’ ซึ่งเป็นบุคคลที่ชูวิทย์อ้างว่าเป็น ‘นอมินี’ ของ ‘เศรษฐา’ ได้ไปแจ้งความที่ สภ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เพื่อแสดงตัวว่าไม่เคยไปกู้ยืมเงินใครและไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวอย่างที่ถูกชูวิทย์พาดพิง (ย้อนที่มากระบวนการทำนิติกรรมอำพราง

ทำให้ ‘ชูวิทย์’ มองว่าการที่ ‘น.ส.พินิช’ ออกมาแสดงตัวแบบนี้ ทั้งที่มีชื่อและมีเอกสารบัตรประชาชนที่ใช้ในการกู้เงินจากบริษัทลูกของแสนสิริ แสดงให้เห็นว่า ‘น.ส.พินิช’ ถูก ‘สวมบัตรประชาชน’ เพื่อนำไปกู้เงิน  

เป็นจำนวนสูงถึง 1,000 ล้านบาท ขณะที่วันรับเงิน มี ‘นายสมศักดิ์’ ซึ่งเป็นรปภ. ที่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทนอมินีคู่กับ ‘น.ส.พินิจ’ เป็นผู้เซ็นชื่อทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้ ‘ชูวิทย์’ ยังปักใจเชื่อว่า ‘นายสมศักดิ์’ เป็นตัวจริงหรือไม่  

เรื่องที่เกิดขึ้นจึงทำให้ ‘ชูวิทย์’ ตั้งข้อสังเกตว่า ‘บริษัท แสนสิริฯ’ และบริษัทลูกในเครือ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจำนวนมากไม่ได้ตรวจสอบประวัติบุคคลที่มาทำนิติกรรมด้วยใช่หรือไม่  

โดยวันนี้ (16 ส.ค.) ช่วงบ่าย ‘ชูวิทย์’ มีกำหนดเดินทางไปยื่นฟ้อง ‘เศรษฐา’ ต่อศาลอาญารัชดา ในข้อหาฟ้องเท็จและในฐานะประชาชนผู้ถือหุ้น บริษัท แสนสิริฯ จำนวน 20,000 หุ้น ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของ บริษัท แสนสิริฯ  

‘ชูวิทย์’ ยังบอกว่ากระบวนการทำนิติกรรมอำพรางที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีแค่การซื้อที่ดินย่านทองหล่อแปลงนี้เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายแปลงที่ บริษัท แสนสิริฯ ทำในลักษณะเดียวกัน และเขาจะออกมาเเฉเพิ่มเติมอีกครั้ง ในช่วงที่ใกล้วันโหวตนายกรัฐมนตรี และหากบริษัท แสนสิริฯ ไม่ไปแจ้งความว่าปล่อยกู้เงิน 1,000 ล้าน ผิดคน คงเป็นเรื่องที่ผิดปกติ พร้อมนิยามว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นเป็น ‘อาชญากรรมเศรษฐกิจ’ ของแท้ 

ขณะที่ก่อน ‘ชูวิทย์’ จะออกมาโพสต์ ‘เศรษฐา’ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่าเขาพร้อมรับการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่การบิดเบือนข้อมูลที่มีเป้าหมายบางอย่าง ส่วนรายละเอียดกระบวนการต่างๆ ที่ ‘ชูวิทย์’ ออกมาแฉก่อนหน้านี้ ‘เศรษฐา’ ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม เพียงแต่บอกว่า บริษัท แสนสิริฯ ได้ออกแถลงชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์