พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยผลการจับกุม 2 คนสนิทของทนายตั้ม ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเงินเจ๊อ้อย จำนวน 39 ล้านบาท ว่า จากการขยายผลกรณี เจ๊อ้อย จตุพร อุบลเลิศ เศรษฐินีชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส แจ้งความเอาผิด ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เรื่องเงิน 71 ล้านบาท ปมทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์
ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวานนี้ (11 พ.ย.) ได้มีการขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ นุวัฒน์ หรือ นุ อายุ 34 ปี และ สารินี หรือ แซน อายุ 32 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง , ผิดพ.ร.บ.คอมฯ และร่วมกันฟอกเงิน
ต่อมาวันนี้ (12 พ.ย.) เวลา 06.00 น. ตำรวจได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น 2 จุด ย่านวังทองหลางและลาดพร้าว กระทั่งจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ที่บ้านพักย่านวังทองหลาง

สำหรับพฤติการณ์ของ 2 คนนี้ เจ้าหน้าที่พบว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงิน จำนวน 39 ล้านบาทของเจ๊อ้อย โดยทั้ง 2 คน เป็นบุคคลที่คอยจัดการธุรกรรมทางการเงิน
และจากการขยายผล ทราบว่า เจ๊อ้อย ได้ปรึกษาทนายตั้ม เกี่ยวกับการโอน สกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ เพื่อใช้เป็นค่าใช้ค่าใช้จ่าย ในการว่าจ้างนักร้องชาวจีน มาทำการแสดงในประเทศไทย ทนายตั้ม จึงแนะนำเจ๊อ้อยให้รู้จักกับ นุวัฒน์ หรือ นุ ว่ามีกระเป๋าเงินดิจิทัล สามารถโอนสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ได้ เจ๊อ้อยจึงได้ขอให้นุ โอนสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ให้นักร้องนักแสดงชาวจีน และให้เจ๊อ้อยโอนเงินชำระหนี้คืนให้กับนุ โดยโอนเข้าบัญชีของทนายตั้ม
หลังจาก ทนายตั้ม ได้รับโอนเงินจากเจ๊อ้อยแล้ว ก็ไม่พบเส้นทางการเงินไปยังบัญชีของนุวัฒน์ ต่อมาเจ๊อ้อยทราบว่า บัญชีนักร้องแสดงชาวจีนดังกล่าวเป็นแก๊งสแกมเมอร์
แต่ ทนายตั้ม , นุวัฒน์ และ แซนฯ (แฟนสาวของนุวัฒน์) ได้ปกปิด โดยการแจ้งว่า ในการโอนเงินสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ให้นักร้องชาวจีน ได้ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลของแซน เป็นเหตุให้กระเป๋าเงินดิจิทัลของแซนถูกระงับ ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน จำนวน 39 ล้านบาท
จากนั้น แซน ได้ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลถูกอายัดจากการโอนบิทคอยน์ให้กับแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นความเท็จ แล้วส่งสำเนาบันทึกประจำวันให้ผู้เสียหายดู พร้อมสร้างสถานการณ์ว่าเงิน จำนวน 39 ล้านบาท เป็นเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต เจ๊อ้อยสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง
โดย เจ๊อ้อย หลงเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง เพราะเป็นความผิดของเธอเอง จึงได้ชดใช้เงินจำนวน 39 ล้านบาท ให้กับแซน แต่ข้อเท็จจริง กระเป๋าเงินสกุลดิจิทัลที่ใช้โอนให้กับแก๊งค์สแกมเมอร์ดังกล่าวคือ กระเป๋าเงินสกุลดิจิทัลของนุวัฒน์
อีกทั้ง จากการตรวจสอบไม่พบว่ากระเป๋าเงินสกุลดิจิทัลของนุวัฒน์ และแซนถูกระงับการใช้งานตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด
หลังจากที่ แซน ได้รับเงินจำนวน 39 ล้านบาท นุวัฒน์และแซนได้ทำการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำเงินแคชเชียร์เช็คฝากเข้าบัญชีดังกล่าว แล้วทำการถอนเงินสด โดยมี ทนายตั้ม เป็นผู้มีส่วนร่วมในการถอนเงินดังกล่าว มีการแบ่งหน้าที่แบ่งกันทำ เริ่มตั้งแต่การแนะนำให้รู้จักผู้เสียหาย การลงบันทึกประจำวัน ที่นำไปแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ
ชุดคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายจับ นุวัฒน์ และ แซนฯ (แฟนสาวของนุวัฒน์) และต่อมาศาลได้อนุมัติคำขอ จนนำมาสู่เหตุการณ์จับกุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พล.ต.ต.มนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่านุวัฒน์ ไปเรียนรู้เรื่อง คอมพิวเตอร์ และเรื่องไอที คริปโตฯ ที่ประเทศเยอรมนี จนมีความเชี่ยวชาญในเรื่องเงินดิจิทัล หลังจากนี้เจ้าหน้าที่้จะนำของกลางที่ตรวจยึดได้ ไปตรวจสอบขยายผลต่อไป และเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา




