ไขปริศนาคำสั่งแปลก! เบรก ‘ทีมรองโฆษกรัฐบาล’ ร่วมประชุม ครม.

11 ต.ค. 2566 - 14:46

  • ‘คารม’ แจงปม ‘ทีมรองโฆษกรัฐบาล’ ถูกเบรกร่วมประชุม ครม. อ้างคนเยอะ-ห้องแคบ

  • บอกเป็นนโยบายผู้บริหาร เวียนรองโฆษกฯ เข้าประชุม

  • ยันไม่ติดใจเรื่องไม่ได้เข้า แต่หวั่นกระทบการชี้แจง และไม่ทราบใครบงการ

Clarifying_case_Deputy_Spokesperson_of_PM_Office_prohibited_from_Cabinet_meeting_SPACEBAR_Hero_8a3b308135.jpg

ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ต้อง ‘งง’ ไปตามๆ กัน เพราะภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (10 ตุลาคม) ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งด้วยวาจาถึงรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่อนุญาตให้รองโฆษกฯ เข้าร่วมการประชุม ครม. โดยให้เหตุผลว่า ห้องประชุมชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่ใช้เป็นสถานที่หลักในการประชุม ครม.นั้นคับแคบ เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก โดยให้รองโฆษกฯ ประสานสอบถามรายละเอียดหัวข้อที่ได้รับมอบหมายให้แถลง กับรัฐมนตรีเจ้าของเรื่อง หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการประชุมเอาเอง

เรื่องนี้ ถูกตั้งข้อสงสัยตามมมา เพราะด้วยปกติในการประชุม ครม. นอกเหนือจากนายกฯและรัฐมนตรีแล้ว ก็ได้อนุญาตให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งข้าราชการประจำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และสำนักเลขาธิการนากรัฐมนตรี (สลน.) รวมไปถึงข้าราชการการเมืองบางส่วนตามแต่ภารกิจที่นายกฯ หรือรัฐมนตรีมอบหมาย ซึ่งในส่วนของโฆษกและรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ถือเป็นตัวหลักที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุม ครม.ในทุกสมัย เพราะมีหน้าที่สำคัญในการติดตามเนื้อหาสาระการประชุม ครม. เพื่อนำไปแถลงต่อสื่อมวลชน รวมถึงประชาสัมพันธ์ภารกิจต่างๆ ของรัฐบาลต่อไป

Clarifying_case_Deputy_Spokesperson_of_PM_Office_prohibited_from_Cabinet_meeting_SPACEBAR_Photo02_80bdc0dd35.jpg
ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ไม่ติดใจเรื่องไม่ได้เข้าประชุม ครม. แต่หวั่นกระทบการชี้แจง

คารม พลพรกลาง หนึ่งในรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งโดยตรง ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ได้รับข้อความจากโฆษกประจำสำนักนายกฯ ว่าผู้บริหารได้ให้รองโฆษกฯ เวียนเข้าห้องประชุม ครม. ขณะที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เข้าได้ทุกครั้ง และส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีข้อขัดข้อง แต่เป็นเรื่องยากที่จะต้องชี้แจงหากมีสื่อมวลชนมาถาม เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม จึงหลีกเลี่ยงไม่พูดอะไรเลย

ส่วนเหตุผลอื่นที่ไม่ให้รองโฆษกฯ เข้าประชุม ไปจนถึงที่มาของกระแสข่าวที่ระบุว่า สถานที่คับแคบจึงไม่ให้เข้านั้นตนเองไม่ทราบ และไม่ได้เป็นคนให้ข่าว แต่ที่ทราบคือเป็นนโยบายของฝ่ายบริหาร และไม่ใช่โฆษกรัฐบาล แต่อาจจะสูงกว่าโฆษกรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่ามีระเบียบการเข้าประชุม ครม.อย่างไร เพราะเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ เมื่อถูกถามยํ้าว่า ผู้บริหารคนไหนเป็นผู้สั่งการเรื่องนี้ คารม ตอบว่า ไม่แน่ใจ เพราะโฆษกรัฐบาลบอกว่าเป็นนโยบายของผู้บริหาร ส่วนในฐานะรองโฆษกรัฐบาล ติดใจหรือไม่ที่ไม่ได้เข้าห้องประชุม ครม. เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คารม ก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ผู้บริหารว่าอย่างไรก็อย่างนั้น เป็นเรื่องของผู้บริหาร

เมื่อถามว่า หากมีเรื่องจากพรรคภูมิใจไทย ที่นำเสนอต่อที่ประชุม ครม. และรองโฆษกฯ โควต้าของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าประชุม จะกระทบต่อการชี้แจงหรือไม่นั้น คารม บอกว่า เราอาจจะไม่ได้ยินประเด็นด้วยตัวเอง ซึ่งก็ต้องมาตามประเด็นหลังจาก ครม.มีมติแล้ว ด้วยการอ่านเอกสาร อย่างเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ก็มาอ่านเรื่องการควบคุมอาวุธปืน ผ่านเอกสารการประชุม ครม.ในภายหลัง

“ถ้าพรรคภูมิใจไทย เสนอเรื่องเข้ามาแล้วผมไม่ได้เข้าประชุม ครม. ก็ยอมรับว่ากังวลในการชี้แจง เพราะการเป็นรองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็เปรียบเสมือนเป็นโฆษกของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะต้องชี้แจง 4 กระทรวง ที่พรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบ สื่อสารให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ดังนั้น อาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร แต่ไม่ได้ติดใจเรื่องไม่ได้เข้าประชุม”

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

Clarifying_case_Deputy_Spokesperson_of_PM_Office_prohibited_from_Cabinet_meeting_SPACEBAR_Photo01_510deb047c.jpg
คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

หากไม่รู้เรื่อง สุ่มเสี่ยงสื่อสารไม่ตรง จะกลายเป็นเรื่องอันตราย

ส่วนคำถามที่ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ไว้ใจรองโฆษกฯ จากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะกลัวข้อมูลรั่วไหลหรือไม่นั้น คารม มองว่า ไม่น่ามีประเด็นนี้ ส่วนจะมีการเสนอให้ทบทวนนโยบายการเวียนนเข้าประชุมของรองโฆษกฯ หรือไม่นั้น ไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แล้วแต่ผู้บริหาร เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อยู่ที่ผู้บริหารจะมีแนวทางอย่างไร

“รัฐบาลผสมเหมือนรุ้งกินน้ำ มีหลายสี ถ้าเรามองไปที่รุ้ง หลายสีก็สวยงาม แต่เมื่อมองลงไปให้ลึกมันก็มีหลายสี ถือไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร” คารม กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยมีเสียงเป็นอันดับ 2 ในรัฐบาล จะไม่มีการท้วงติงเลยหรือ คารม ชี้แจงว่า คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่มาก แต่ต้องดูว่าการทำงานจะราบรื่นหรือไม่ และคิดว่าต่อไปอาจเกิดปัญหาหากรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทั้งหมด 3 คนจาก 3 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ ก็จะทำให้รองโฆษกฯ เมื่อทำหน้าที่แล้ว จะเว้นช่วงไปอีก 3 สัปดาห์ ถึงจะได้เข้าประชุม ครม.อีกครั้ง ก็จะทำให้มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร

“หากในสัปดาห์ที่ผมไม่ได้เข้า แต่ปรากฏว่ามีการสอบถามเรื่องใน ครม. ผมก็จะตอบคำถามยาก เพราะสุ่มเสี่ยง และในบางครั้งเมื่อเราไม่ได้เข้าประชุม ครม.ก็จะไม่ได้ยินเรื่องต่างๆ ในที่ประชุมเอง ก็ต้องระมัดระวัง เพราะหากสื่อสารไม่ตรง ก็จะกลายเป็นเรื่องอันตราย”

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนประเด็นนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับทราบแล้วหรือไม่ คารม บอกว่า ได้เรียนไปแล้วก่อนการประชุม ครม.ว่าไม่ได้เข้าประชุม ซึ่ง อนุทินก็รับทราบ พร้อมถามความเห็น ตนเองจึงเรียนว่า ให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บริหาร

Clarifying_case_Deputy_Spokesperson_of_PM_Office_prohibited_from_Cabinet_meeting_SPACEBAR_Photo03_e9205cf2aa.jpg
รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน ครม.ที่นำโดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีมติแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นโควต้าพรรคร่วมรัฐบาล 2 ราย ประกอบด้วย คารม พลพรกลาง จากพรรคภูมิใจไทย และ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี จากพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยคาดว่าจะมีการแต่งตั้งรองโฆษกฯ อีก 1 ราย จากพรรคพลังประชารัฐ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์