สว. แก้มาให้ สส. คว่ำ ? 'พ.ร.บ.อากาศสะอาด' ลากต่อ ตั้ง กมธ.ร่วมฯ สส.-สว.

3 ก.ย. 2569 - 11:51

  • Spacebar สรุปประเด็นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ฉบับ สว.แก้ไข ที่ สส. คาใจ ไม่อาจเห็นชอบกับการแก้ไขของ สว. ผ่านมาหลายสมัยประชุมสภาฯ มาถึงวันนี้ ยังไร้ข้อสรุป ไม่สามารถบังคับใช้ได้ทันท่วงที

สว. แก้มาให้ สส. คว่ำ ? 'พ.ร.บ.อากาศสะอาด' ลากต่อ ตั้ง กมธ.ร่วมฯ สส.-สว.

ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายวาระร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่วุฒิสภาได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา โดยมีมติ 414 ต่อ 2 ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของ สว. ส่งผลให้ต้องการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภา เพื่อหาข้อยุติ ก่อนส่งมาให้ทั้งสองสภา ได้ลงมติกันใหม่อีกครั้ง

ร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การรวบรวมหลายข้อเสนอของภาคประชาชน โดยเครือข่ายอากาศสะอาด คณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ปัจจุบันพรรคประชาชน

หัวใจที่เป็นสาระสำคัญต่างๆ นั้น มีความมุ่งหวัง เพื่อจุดหมายเดียว คือ การสร้างหลักประกันให้คนไทย มีสิทธิหายใจในอากาศสะอาด แต่ใช้เวลาเกิน 2 ปีครึ่ง ซึ่งล่วงพ้นสมัยประชุมสภาฯ มาถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ให้สามารถออกมาบังคับใช้ได้ทันท่วงที

ประเด็นติดใจ-พ.ร.บ.อากาศสะอาด-3.jpg

Spacebar สรุปประเด็นที่ สส.ส่วนใหญ่ยังติดค้าง จนไม่อาจเห็นชอบกับการแก้ไขของ สว. เช่น นิยาม PRTR สิทธิในการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การดำเนินคดีแบบกลุ่ม ความรับผิดของสถาบันการเงิน โครงสร้าง และการกระจายอำนาจ บทกำหนดโทษ และกลไกการบังคับใช้กฎหมาย 

‘สิทธิ’ หายไป ใน 36 มาตรา ที่ถูกลบ 

การแก้ไขของ สว. ที่มีการตัดมากถึง 36 มาตรา จน สส.มองว่า มีบางส่วนสำคัญ ถูกทำให้หายไป อาทิ

มาตรา 4 นิยามคำว่า ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด ประเภท และการปล่อยมลพิษ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลในพื้นที่ของตนเอง และนำไปใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และติดตามปัญหามลพิษได้

มาตรา 11 วรรคสอง สิทธิของประชาชนในการขอคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินจากศาลปกครอง และวรรคสาม สิทธิในการดำเนินคดีแทนกลุ่มขององค์กรเอกชน  

มาตรา 211 ในราชอาณาจักร และมาตรา 215 นอกราชอาณาจักร เรื่องสถาบันการเงินต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหาย หากให้กู้ยืม หรือสนับสนุนทางการเงิน หรือให้คําปรึกษา ทางการเงิน แก่เจ้าของ หรือผู้ครอบครองแหล่งกําเนิดมลพิษทางอากาศ รวมถึงตัดนิยาม สถาบันการเงิน ในมาตรา 207 ออกด้วย 

แม้ร่าง สส. จะมีการยกเว้นให้ไม่ต้องรับผิดชอบหากมีระบบ ปฏิบัติตามระบบ ติดตามตรวจสอบ การประเมินความเสี่ยงแล้วก็ตาม

มาตรา 175-176 ส่วนที่ 5 ว่าด้วย ‘ระบบฝากไว้ได้คืน’ สําหรับสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือของเหลือใช้ที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ 

โดยสามารถเรียกเก็บเงิน จากผู้ผลิตผู้ประกอบการ ผู้จัดจําหน่าย หรือผู้บริโภค สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ไว้ชั่วคราว เพื่อเป็นการรับประกัน ว่าจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ แล้วจึงมีการคืนเงิน เมื่อมีการนําไปจัดการอย่างเหมาะสม 

ปรับเพิ่มสัดส่วน-โครงสร้าง ‘คณะกรรมการ’

สว.มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนตัวแทนภาคธุรกิจ ในคณะกรรมการระดับต่างๆ โดย สส.มองว่า ไม่มีความจำเป็น เนื่องจากมีภาคเอกชนร่วมอยู่แล้ว 

คณะกรรมการนโยบายเพื่ออากาศสะอาด และคณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาด สว.เพิ่มสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเข้ามา

คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด สว.เพิ่มประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานหอการค้าจังหวัด เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง 

พร้อมเปลี่ยนให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และ นายก อบจ. เป็นรองประธาน ทำให้ สส.มองว่า นี่ไม่ใช่การกระจายอำนาจ ทั้งยังอาจมีปัญหาเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง ที่ส่งผลให้การแก้ปัญหาไม่ต่อเนื่องด้วย เพราะร่างเดิม สส.กำหนดให้ นายก อบจ.เป็นประธาน เนื่องจากเห็นว่า มีความยึดโยงกับพื้นที่มากกว่า 

ข้อกังวลมาตราอื่นๆ

นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังมีข้อกังวลในส่วนอื่นๆ อีก เช่น มาตรา 76-80 สว.ได้ตัดสิทธิออกไปทั้งหมด จากเดิมให้อำนาจคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ประกาศโครงการที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ พร้อมกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูล และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำมาพิจารณาผ่านคณะกรรมการในระดับจังหวัด ก่อนที่หน่วยงานตามกฎหมายอื่น จะสามารถอนุมัติ หรืออนุญาตได้ 

มาตรา 130 สว. มีการตัดถ้อยคำบางส่วนออก จากร่างเดิม สส. ระบุหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานรัฐไว้ว่า การก่อมลพิษข้ามแดนกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพหรือคุณภาพชีวิตประชาชน ให้เร่งใช้ “มาตรการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจาระหว่างประเทศ การใช้ความสัมพันธ์ทางการทูต และความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคีสมาชิกหรือมีพันธกรณี”

แต่ สว. เหลือเพียงว่า “ดำเนินการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และดำเนินการตามความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องที่ปนะเทศไทยเป็นภาคี” 

มาตรา 231 สว.ได้แก้ไขบทลงโทษทางอาญา สำหรับเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษภาคอุตสาหกรรม ผู้ใดกระทำโดยเจตนาหรือโดยประมาท ระบายสารมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน ให้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี แต่ลดโทษปรับจากเดิมไม่เกิน 50 ล้านบาท เป็น ไม่เกิน 5 ล้านบาท แทน

วรรคสอง กรณีเจ้าพนักงานสั่งให้ดำเนินการ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือผิดตามวรรคหนึ่ง ในพื้นที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพอากาศ หรือเขตประสบมลพิษทางอากาศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี แต่ สว. ปรับลดโทษขั้นสูงจากเดิม 100 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีเพียงไม่กี่สาระสำคัญที่ สว.ยังคงไว้ตามร่าง สส. อย่าง ‘กองทุนอากาศสะอาด’

อย่างไรก็ดี ในการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จำนวน 20 คน แบ่งเป็น สัดส่วนของ สส. จำนวน 10 คน สัดส่วนของ สว. จำนวน 10 คน 

โดยการเสนอฝ่าย สส. ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 4 คน คือ อนุรักษ์ จุรีมาศ, พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล, อนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ และชวลิต แสงอุทัย

พรรคประชาชน 2 คน คือ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ และสฤณี อาชวานันทกุล

พรรคเพื่อไทย 2 คน คือ รวี เล็กอุทัย และจักรพล ตั้งสุทธิธรรม

พรรคกล้าธรรม 1 คน คือ เพ็ญภัค รัตนคำฟู และ พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน คือการดี เลียวไพโรจน์

จากนี้ บทสรุปหน้าตาสุดท้ายของร่าง พ.ร.บ. ‘อากาศสะอาด’ จะออกมาในรูปแบบไหน อยู่ที่การปรับแก้ ต่อรองกัน ในชั้น กมธ.ร่วม เพื่อหาตรงจุดตรงกลาง ซึ่งจะมีเสียงสองสภาตัดสินอีกครั้ง ก่อนถึงวันที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้จริง


เรื่องเด่นประจำสัปดาห์